12 พฤติกรรมนำไปสู่ความมั่งคั่งและความสำเร็จ

12 พฤติกรรมนำไปสู่ความมั่งคั่งและความสำเร็จ

พฤติกรรมและลักษณะนิสัยบางอย่างในชีวิตประจำวัน แม้จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน แต่เคยสังเกตหรือไม่ว่า บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักจะมีพฤติกรรมหรือลักษณะนิสัยที่คล้ายๆ กัน เมื่อลองศึกษาในรายละเอียดแล้วจะพบว่า การที่บุคคลเหล่านี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ไม่ได้มีเพียงแค่ความคิดและการกระทำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง “พฤติกรรม” หรือ “นิสัย” ที่ผ่านการฝึกปฏิบัติเป็นประจำ

TerraBKK จึงรวบรวม 12 พฤติกรรมที่จะช่วยนำไปสู่ความมั่งคั่งและความสำเร็จ ที่เป็นเหมือนกฎขั้นพื้นฐานที่บุคคลชื่อดังทั่วโลกส่วนใหญ่ยึดถือและปฏิบัติ ลองสำรวจตัวเองกันดู บางทีคุณอาจจะมีลักษณะนิสัยเหล่านี้อยู่แล้วก็ได้

1. แยกแยะนิสัยที่ดีและไม่ดี  นิสัยที่ดีเป็นรากฐานของการสร้างความมั่งคั่ง ความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ อยู่ในพฤติกรรมประจำวันของพวกเขา ลอง list ใส่กระดาษว่าคุณมีพฤติกรรมใดบ้างที่ยังฉุดรั้งไม่ให้คุณก้าวไปสู่ความสำเร็จ และจะมีวิธีแก้เช่นไร เช่น

ฉันดูทีวีมากเกินไป >> ฉันจะจำกัดการดูทีวีวันละ 1 ชม.

ฉันไม่ชอบอ่านหนังสือ >> ฉันต้องซื้อหนังสือเดือนละ 1 เล่ม และอ่านมันให้จบ เป็นต้น

2. เป็นนักตั้งเป้าหมาย คนที่ประสบความสำเร็จมีเป้าหมายเป็นตัวขับเคลื่อนอยู่เสมอ พวกเขาสร้างเป้าหมายตลอดเวลา ทั้งเป้าหมายรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี โดยวางแผนของวันต่อไปในทุกๆคืน คนที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้มักมองในระยะยาวเสมอ นอกจากนี้การตั้งเป้าหมายของพวกเขาก็มักมากับวิธีการที่ทำให้บรรลุเป้าหมายอยู่เสมอ

3. โฟกัสเพียงหนึ่งเดียว เมื่อตั้งเป้าหมายได้แล้ว โฟกัสไปยังเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว ทำให้ลุล่วงสำเร็จไปทีละอย่าง คนที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้จะทุ่มเทความพยายามและความสามารถอย่างเต็มที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายไปเป็นอย่างๆ ไม่วอกแวกหรือโฟกัสหลายอย่างจนเกินไป

4. เรียนรู้และพัฒนาตัวเองเสมอ คนที่ประสบความสำเร็จมักหาโอกาสที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา พวกเขาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยการอ่านและฝึกฝนทักษะใหม่อยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้สาระ 35 อุปนิสัยมุ่งสู่ผู้มีประสิทธิภาพ ในทศวรรษนี้ เราต่างรู้จักชื่อเสียงและเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเหล่าคนดังที่ประสบความสำเร็จข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็น Steve Jobs, Hillary Clinton, ประธานาธิบดี Obama และ Mark Zuckerberg เขาเหล่านี้ทำสิ่งต่างๆมากมายคล้ายกับว่าวันๆหนึ่งของพวกเขามี 30 ชม. แต่เปล่าเลย เขาก็มีเวลา 24 ชม.ต่อวันเหมือนกับพวกเรานั่นแหละ หากแต่พวกเขาใช้เวลาทุกนาทีไปกับการทำสิ่งที่เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างประสิทธิภาพให้เกิดขึ้นกับตัวเองในทุกๆวัน

5. ไม่จมอยู่กับความล้มเหลว คนเหล่านี้มอง “ความล้มเหลว” คือส่วนหนึ่งของการเติบโต มันคือโอกาสอย่างหนึ่งที่จะทำให้เรียนรู้เพื่อก้าวไปข้างหน้า และพวกเขาเชื่อว่า ไม่ว่าจะล้มอีกกี่ครั้ง ทุกครั้งที่ลุกขึ้นมาใหม่ คุณจะแข็งแกร่งกว่าเดิม!

6. หมั่นดูแลสุขภาพ ไม่เพียงแต่พัฒนาตนเองเพียงด้านเดียวเท่านั้น บุคคลเหล่านี้ยังเน้นการรักษาสุขภาพ โดยกินอาหารที่เป็นประโยชน์ และออกกำลังกายจนเป็นกิจวัตรประจำวัน เพราะคงไม่มีประโยชน์อะไรหากคุณประสบความสำเร็จหรือร่ำรวยมหาศาล แต่มีร่างกายที่อ่อนแอ

7. ทำแต่พอประมาณ การทำอะไรที่มากไปหรือน้อยไปย่อมไม่ดีทั้งนั้น ทุกสิ่งต้องอยู่ในลักษณะสมดุล ทำกิจกรรมแต่ละอย่างในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น ทำงาน, ออกกำลังกาย, รับประทานอาหาร, ดูทีวี, อ่านหนังสือ เป็นต้น รู้จักแบ่งเวลาให้เป็นสัดส่วนอย่างพอเหมาะพอควร

8. ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง อย่ารีรอที่จะลงมือทำ คนที่ประสบความสำเร็จไม่เคยรีรอเวลาหรือคอยจังหวะและโอกาส พวกเขาลงมือทำทันทีที่ทำได้ เพราะเวลาของพวกเขานั้นมีค่าเกินกว่าจะมารีรอ ทุกครั้งที่เกิดความคิดดีๆ พวกเขามักจะพูดว่า “Do it now” คือ ลงมือทำตอนนี้เลย

9. คิดบวก ลองพิจารณาบุคคลประสบความสำเร็จใกล้ตัวคุณว่าเขาเป็นคิดแง่บวกหรือแง่ลบ? ส่วนใหญ่บุคคลเหล่านี้มักคิดในแง่บวก กระตือรือร้น มีพลังเปี่ยมล้น และมีความสุข คนเหล่านี้เลือกที่จะมองโลกในแง่ดี ทั้งกับตัวเอง ผู้อื่น แม้ว่าจะมีปัญหาเข้ามามากเพียงใด การคิดบวกจะทำให้เรามีสติที่คิดจะแก้ไขมัน

10. อ่านหนังสือให้เป็นประจำ การอ่านจะเป็นส่วนผลักดันให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิต สร้างลักษณะนิสัยที่ดีด้วยการอ่านหนังสืออย่างน้อยวันละ 30 นาที และเพิ่มขึ้นทุกๆวัน เพื่อให้เป็นนิสัย ทุกครั้งที่คุณอ่านหนังสือ คือการเติมความรู้ และพัฒนาศักยภาพของตนเองขึ้นไปเรื่อยๆ

11. พูดให้น้อยลง ฟังให้มากขึ้น เมื่อคุณเป็นผู้ฟัง เท่ากับว่าคุณกำลังเรียนรู้ จงเป็นผู้ฟังให้มากกว่าเป็นผู้พูด นอกจากนี้การฟังยังช่วยให้คุณจับใจความถึงสาระสำคัญของคู่สนทนา เพื่อให้คุณได้คิดก่อนพูด ตรงประเด็นในทุกๆการสนทนา

12. ออมเงินให้เป็นนิสัย แม้บางคนจะรวยจนเงินเหลือใช้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยไปกับของที่ไม่เกิดประโยชน์ พวกเขามักจะกันเงินประมาณ 10-20% เพื่อเป็นเงินออมเสมอ Warren Buffet เคยกล่าวว่า “อย่าออมจากเงินที่เหลือจากการใช้จ่าย แต่ต้องใช้จ่ายจากเงินที่เหลือจากการออม”

ที่มา>>>Sanook

สองแถวรับส่ง พนง. หักหลบเก๋งยางแตก ประสานงากระบะ เจ็บนับสิบ

(ภาพจาก : มูลนิธิกู้ภัยสว่าง อาริโย ฯ)

รถกระบะรับ-ส่งพนง.โรงงานชำแหละไก่ หักหลบรถเก๋งจอดเสียกินเลน ประสานงากระบะอีกคัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บนับสิบราย จนท.กู้ภัยเร่งนำตัวส่งรพ.บ้านหมี่…

เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 59 ร.ต.ท.สมทบ บุญแสน รอง สว.สอบสวน สภ.บ้านหมี่ ลพบุรี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่าง อาริโย ฯ และร่วมกตัญญู ตรวจสอบ อุบัติเหตุ บริเวณเส้นทางคันคลอง บ้านหมี่-จันเสน หน้าวัดน้อยยอดจันทร์ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็คซ์ สีขาว หมายเลข บว 260 ราชบุรี สภาพด้านหน้าขวาพังยับ จอดอยู่บนถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นคนขับทราบชื่อ นายอานนท์ ขันตี อายุ 40 ปี ชาว ต.วังเพลิง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ถูกอัดติดอยู่ในรถ เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันงัดออกมาจากรถ นำส่งโรงพยาบาล

ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร พบรถกระบะ ที่ดัดแปลงเป็นรถโดยสาร 2 แถว ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็คซ์ สีเทา หมายเลขทะเบียน ถน 3087 กรุงเทพมหานคร สภาพห้องโดยสารด้านซ้ายพังยุบ ตกถนนไปจอดอยู่ริมคลองส่งน้ำชลประทาน และพบผู้ได้รับบาดเจ็บที่โดยสารมากับรถกระบะสองแถว นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดนับสิบคน เจ้าหน้าที่มูลนิธิ ช่วยกันลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บ และช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในรถส่งโรงพยาบาลบ้านหมี่สองแถวรับส่งพนักงาน เสียหลักชนกระบะ คนงานเจ็บนับสิบ

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถกระบะสองแถว ซึ่งนายอุดมสุข เป็นคนขับ ได้รับพนักงานโรงงานชำแหละไก่จากบ้านพัก ต.จันเสน อ.บ้านหมี่ เพื่อไปส่งโรงงานที่ ต.ม่วงค่อม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี เมื่อถึงที่เกิดเหตุ มีรถเก๋งยางแตกจอดอยู่ข้างทาง ทำให้รถกระบะสองแถวต้องหักหลบ ขณะที่รถกระบะคู่กรณีสวนทางมา จึงเกิดชนประสานงา มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 12 ราย

ที่มา>>>Thairath

รู้หรือไม่? ประเทศใด เคาะราคา iPhone แพงที่สุดในโลก

ถึงแม้ว่า iPhone จะวางจำหน่ายในหลายๆ ประเทศทั่วโลก แต่สิ่งที่แตกต่างกันไป นั่นก็คือ ราคาวางจำหน่าย ซึ่งแต่ละประเทศนั้น จะมีการกำหนดราคาวางจำหน่ายที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยในการตั้งราคาจำหน่ายของประเทศนั้นๆ
    โดยปกติแล้ว ราคา iPhone แต่ละรุ่น จะอ้างอิงตามราคา ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นหลัก แต่ประเทศใด จะเคาะราคาจำหน่าย iPhone แพงที่สุดนั้น ล่าสุด ทาง Deutsche Bank ได้รวบรวมข้อมูลมาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยข้อมูลดังกล่าว มาจากรายงานประจำปี ที่ได้ทำการรวบรวมราคา iPhone ของแต่ละประเทศทั่วทุกมุมโลก ซึ่งข้อมูลที่ทำการสำรวจนั้น เป็นราคาของ iPhone 6 ที่เปิดตัวในราคา $598 ผลปรากฏว่า ประเทศที่มี ราคา iPhone 6 แพงที่สุดในโลกนั้น เป็นของประเทศบราซิล ซึ่งเคาะราคาวาง จำหน่ายถึง $1,254 แพงกว่าราคาในสหรัฐฯ ถึง 56% ตามมาด้วย ประเทศอินโดนีเซีย และสวีเดน ในลำดับที่ 2 และ 3 ส่วนประเทศที่เคาะราคา iPhone 6 ได้ใกล้เคียงกับสหรัฐฯ มากที่สุด ก็คือ ประเทศฮ่องกง โดยเคาะราคาที่ $604 แตกต่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

จากผลการสำรวจราคา iPhone 5S ในครั้งก่อน ก็พบว่า ประเทศบราซิล เป็นประเทศที่เคาะราคา iPhone แพงที่สุดในโลกด้วยเช่นเดียวกัน

ที่มา : businessinsider.com

สองวันคลื่นซัด ‘โลมาปากขวด’ ตาย 2 ตัว ในชายหาด จ.ตรัง

คลื่นลมแรงซัดโลมาปากขวด เพศเมียหนัก 70 กก.เกยตื้นตายหาดสำราญ ตรัง ขณะที่อีกเหตุการณ์ ลูกพะยูนเพศเมียลอยตายหน้าท่าเทียบเรือเกาะสุกร คาดสาเหตุถูกคลื่นลมซัดเข้ากระแทกกับชายฝั่ง…

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 พ.ค. นายสำคัญ อรทัย นายอำเภอหาดสำราญ จ.ตรัง ได้รับแจ้งจาก นายสังสรรค์ สามทอง ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.หาดสำราญ ว่าพบซากโลมาปากขวด เพศเมีย นอนเกยหาด บริเวณริมชายทะเล ม.6 ต.หาดสำราญ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง น้ำหนักตัว 70 กิโล ยาวประมาณ 1.70 เมตร ตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีบาดแผลตามลำตัว คาดว่าเพิ่งตายไม่นาน ส่วนสาเหตุน่าจะโดนคลื่นซัดในช่วงมรสุมอีกเหตุการณ์เกิดเมื่อวาน (25 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล (สบทช.7) ได้รับแจ้งประสานจาก ด.ต.ปราโมทย์ เจริญฤทธิ์ ประจำสายตรวจตำบลเกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง และ จนท.ตร. ร้อย ตชด.435 ขอให้ จนท.สอท.สบทช.7 ออกตรวจสอบซากพะยูน ตามที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบพะยูนตาย ลอยอยู่ที่ท่าเทียบเรือเกาะสุกร ต.เกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง จึงมอบหมายให้ นายธีรภัทร ศุภสิริพงศ์ เจ้าพนักงานประมงชำนาญงาน ออกตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง พบว่าเป็นพะยูนเพศเมีย ความยาวประมาณ 100 ซม. น้ำหนักประมาณ 20 กก. สภาพซากยังสด ไม่พบบาดแผลภายนอก มีเลือดไหลออกทางปากเล็กน้อย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 วัน

ส่วนสาเหตุคาดว่าลูกพะยูนพัดหลงจากแม่ แล้วโดนคลื่นลมซัดเข้ากระแทกกับชายฝั่งทำให้ตายในที่สุด เนื่องจาก 2-3 วันที่ผ่านมามีมรสุมคลื่นลมแรงมาก ขณะนี้ซากพะยูนตัวดังกล่าว จนท.ได้นำกลับไปยังห้องแล็ปของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตตรัง เพื่อรอทีมสัตวแพทย์ผ่าพิสูจน์โดยละเอียดหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

‘น้ำชา’รับทะเลาะแฟนหนุ่มจริง-หลังโพสต์ดราม่าอนาคตที่วางไว้พังทลาย เคลียร์แล้ว

วันที่ 25 พ.ค. นักแสดงสาว น้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ ให้สัมภาษณ์ขณะมาร่วมงานบวงสรวงซีรี่ส์ Lovey Dovey แผนร้ายนายเจ้าเล่ห์ ที่อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส ถึงเรื่องที่ตนโพสต์ข้อความลงไอจีส่วนตัวเชิงตัดพ้อเรื่องความรักกับแฟนหนุ่ม รับทะเลาะกันจริงแต่เคลียร์แล้วโดย น้ำชา เผยว่า “คือก็มีทะเลาะกันนิดหน่อย แต่ไม่มีอะไร เคลียร์จบด้วยดี อะไรที่ไม่เข้าใจ ก็ต้องเคลียร์ ส่วนความสัมพันธ์ตอนนี้ก็ดีค่ะ ยังเหมือนเดิม แต่อาจจะมีโมเมนต์ไม่เข้าใจกันบ้าง แต่ถ้าอันไหนที่เคลียร์แล้วไม่เข้าใจอยู่ดี ก็ต้องเลยตามเลย”ที่มีปัญหากันเพราะเราทำงานหนักจนไม่มีเวลาหรือเปล่า

“ใช่ค่ะ ช่วงนี้ชาทำงานเยอะมาก ไม่มีเวลาเหมือนแต่ก่อนเลย อาจจะมีปัญหานิดหน่อย เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะพูดอะไร ทุกอย่างอาจจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาก็ได้”

มีปัญหากันบ่อยกลัวสถานภาพเราจะห่างกันไปเลย

“ไม่นะคะ เราอายุใกล้จะ 30 แล้ว มันไม่มีใครเพอร์เฟ็กต์ในโลกนี้หรอก ทุกคนต้องปรับจูนกัน แต่ถ้าปรับจูนแล้วยังจูนไม่ติดก็อีกเรื่องหนึ่ง”

ในโพสต์นั้นพูดคล้ายๆ ว่าเรามองอนาคตร่วมกัน เส้นทางที่วางไว้พังทลายลง

“ก็ดราม่านิดหน่อยตามประสาผู้หญิง เรื่องอนาคตก็คุยกันบ้าง แต่เรื่องนี้นอกจากความรู้สึกแล้วต้องมีความมั่นคงในชีวิตด้วย ไม่ใช่แค่รักแล้วมีอนาคตร่วมกันเลย ต้องมีความมั่นคงในชีวิตด้วย เราดูแลตัวเองเต็มที่และพร้อมที่จะดูแลเขาหรือยัง เขาเองเต็มที่กับความมั่นคงในชีวิตหรือยัง”

จะหาเวลาไปเติมความหวานไหม

“ยังไม่มีเวลาจริงจัง” ดินเนอร์ล่าสุดถือว่ากระชับความสัมพันธ์ไหม

“แป๊บเดียวเอง ทานข้าวเสร็จก็กลับบ้าน”

ก่อนหน้านี้ดูเราสวีตกันมากกว่านี้

“ทุกอย่างปล่อยไปตามธรรมชาติ ช่วงไหนจะดีก็ให้มันดีเวอร์ ช่วงไหนจะทะเลาะก็ทะเลาะ แล้วแต่ความรู้สึกของคนเรามันเปลี่ยนไปเรื่อย”

 

เรียกว่าหวานน้อยลงไหม

“เหมือนเดิมนะ แต่เหมือนเรารู้จักกันมากขึ้น ถ้าคนเราคบกันมาได้สักระยะ ตอนนี้เกือบจะ 3 ปีแล้ว เริ่มจะเห็นทุกอย่างของแต่ละคน”

ปรับแล้วเขาเอาใจมากขึ้นไหม

“ก็ไม่นะ เขาเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรกไม่เคยเปลี่ยนแปลงเรื่องการดูแล”

คาดหวังกับรักครั้งนี้ขนาดไหน

“50เปอร์เซ็นต์ ไม่อยากคาดหวังอะไร ทุกอย่างต้อง 50:50 ต้องเผื่อใจไว้เจ็บบ้าง ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่าถ้าเราคาดหวังหรือมั่นใจกับมันมากไป ต้องเผื่ออีกครึ่งหนึ่งไว้เจ็บด้วย ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อ แต่เราต้องรู้ว่าอะไรที่เป็นไปได้”

เหมือนเราไม่มั่นใจ

“ไม่ใช่ไม่มั่นใจ แต่เผื่อใจไว้ก็ดี ชาว่าตัวเขาเองก็ต้องเผื่อ ทุกคนบนโลกที่มีความรักหรือแม้แต่คนที่แต่งงานกันแล้วยังต้องเผื่อเลย ต้องเซฟหัวใจตัวเองด้วย”

ตอนนี้ยังโอเคกันอยู่ไหม

“โอเคค่ะ”

ได้คุยกันจริงจังถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไหม

“มีนะคะ คุยกันว่าชาต้องปรับเรื่องอะไร และเขาต้องปรับเรื่องอะไร ให้เข้าใจตรงกัน มันก็ดีขึ้นนะ เราต้องปล่อยวางและเดินหน้าต่อไป ถ้ายึดติดกับทุกอย่างเราคงไม่มีความสุข”

กลัวเป็นปัญหาสะสมไหม

“ไม่ค่ะ เพราะเคลียร์แล้ว ชาเป็นคนที่ไม่ชอบมีอะไรคาใจ มีปัญหาปุ๊บเคลียร์ปั๊บ”

ที่มา>>>ข่าวสด

ทหารพราน32 บุกค้นบ้านเอเย่นต์ยาเสพติด จับหนุ่มวัย 19 ยึดของกลางยาบ้า-ฝิ่นดิบ

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. พ.อ.อัศม์พงษ์ นิลพันธุ์ ผู้บังคับการกรมทหารพราน 32 พร้อมด้วย ร.ท.รัตนะ พูลสวัสดิ์ ผบ.ร้อย.ทพ.3204 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอทุ่งช้าง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งช้าง เข้าปิดล้อมตรวจค้น บ้านเลขที่ 113 บ.ปางแก ม.7 ต.ทุ่งช้าง อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน หลังสายการข่าวสืบทราบว่า มีบุคคลเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาหลบซ่อน จากการตรวจค้นสามารถจับกุมตัวนายสุริยัน อบเชย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดน่าน(สาขาปัว) ที่ 1/2559 ลงวันที่ 22 ม.ค.59 ว่ากระทำผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย” และขยายผลจับกุมตัวนายพงษ์เทพ แซ่โง้ว อายุ 19 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 37 เม็ด ฝิ่นดิบ น้ำหนัก 10 กรัม พร้อมอุปกรณ์การเสพ, อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ จำนวน 3 กระบอก อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนลูกกรดขนาด .22 มม. ไม่มีหมายเลขทะเบียนจำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 25 นัด จากการสอบสวนทราบว่า ยาบ้าทั้งหมดซื้อมาจากบุคคลไม่ทราบชื่อ จากจังหวัดเชียงราย แล้วนำมาส่งให้จำหน่ายในราคาเม็ดละ 100 บาท พนักงานสอบสวน.สภ.ทุ่งช้างฯ ได้ตรวจยึดของกลางและนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมสอบสวนเพื่อขยายผลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

พายุฝนถล่มกระบี่! ซัดสะพานขาด-ต้นไม้ใหญ่ 100 ปี ล้มทับเสาไฟหักโค่น

จ.กระบี่ ฝนตกหนักต่อเนื่องจนน้ำไหลท่วม กัดเซาะสะพานถนนสายอ่าวลึก-มะรุ่ย จนขาดราว 5 ม. รถสัญจรไม่ได้ ส่วนที่ ถ.เพชรเกษม อิทธิพลจากลมกระโชกแรง ทำต้นไม้ใหญ่อายุกว่า 100 ปี ล้มทับเสาไฟฟ้าหักโค่น กระทบ ปชช.

วันที่ 24 พ.ค.59 จากภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ จ.กระบี่ โดยเฉพาะที่อำเภออ่าวลึก ผลปรากฏว่าน้ำได้ท่วมสวนของชาวบ้านและไหลลงคลองปากลาว หมู่ที่ 2 ต.นาเหนือ อ.อ่าวลึก จนล้นตลิ่งกัดเซาะสะพาน ถนนสายอ่าวลึก-มะรุ่ย ซึ่งเป็นเส้นทางลัดจากกระบี่ไปยังจังหวัดพังงา ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และเปิดใช้สะพานเบี่ยงจนขาด เป็นระยะทางประมาณ 5 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ต้องใช้เส้นทางถนนเพชรเกษมเพียงอย่างเดียวต้นไม้ขนาด 3 คนโอบ อายุกว่า 100 ปี ล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูง แรงต่ำ และสายโทรศัพท์ จนทำให้เสาไฟฟ้าหัก

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำป้ายไปกั้นบริเวณทางแยกอำเภออ่าวลึก เพื่อให้ผู้ใช้ถนนได้รับทราบ ซึ่งถนนสายดังกล่าวจะย่นระยะทางในการเดินทางระหว่าง จ.กระบี่ และพังงา ได้ประมาณ 10 กิโลเมตร นอกจากนั้น น้ำยังได้ท่วมสวนปาล์มน้ำมันและสวนยางที่อยู่ด้านบนอีกจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ที่ริมถนนเพชรเกษม ม.1 ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ ฝนและลมที่กระโชกแรง ได้ทำให้ต้นไม้ขนาด 3 คนโอบ อายุกว่า 100 ปี ล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูง แรงต่ำ และสายโทรศัพท์ จนทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่นลงมา ทางเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกระบี่ ได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าไปรื้อต้นไม้ และเร่งปักเสาไฟฟ้าใหม่ เนื่องจากกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในพื้นที่ ต.เขาคราม และ ต.ทับปริก ซึ่งเบื้องต้นได้ตัดกระแสไฟฟ้า เปลี่ยนมาใช้อีกเมนหนึ่งเป็นการชั่วคราวแล้ว.น้ำท่วมล้นตลิ่งกัดเซาะสะพาน ถนนสายอ่าวลึก-มะรุ่ย ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และเปิดใช้สะพานเบี่ยงจนขาด

ที่มา>>>Thairath

ชาวดอกคำใต้ขุดพบต้นตะเคียนทอง ใต้อ่างเก็บน้ำป่าซาง แห่ขอหวยกันตรึม

ใกล้หวยออก!! พระ ชาวบ้าน อำเภอดอกคำใต้ แห่ขุดพบต้นคะเคียนทองอายุหลายร้อยปีจมใต้น้ำอ่างเก็บน้ำป่าซางขึ้นมา จากนั้นจึงแห่กันกราบไหว้ เอาแป้งลูบ นำน้ำอบมาประพรมเพื่อขอโชค โดยถือเป็นต้นแรกของ อ.ดอกคำใต้ที่พบเจอ จึงหวังจะมีปาฏิหาริย์

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 พ.ค. พระครูวิธานนิมมานกิจ (ครูบาบุญช่วย) เจ้าคณะตำบลป่าซาง เจ้าอาวาสวัดศรีเมืองมูล(บ้านค่า) ต.ป่าซาง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา พร้อมคณะสงฆ์และชาวบ้านตำบลป่าซาง กว่า 100 คน ช่วยกันทำพิธีบวงสรวงและพิธีศาสนาเพื่อเอาต้นตะเคียนทองที่จมอยู่ใต้น้ำในอ่างเก็บน้ำป่าซาง อายุหลายร้อยปีใกล้กับพระธาตุจ๋ำแว่ หมู่ 9 ต.ป่าซาง อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ขึ้นมา ตามความฝันของครูบาบุญช่วย หลังเอาขึ้นมาและเคลื่อนย้ายไปไว้ที่วัดศรีเมืองมูล ได้มีชาวบ้านแห่เอาแป้งน้ำหอมประพรมลูบต้นตะเคียนขอโชคลาภ ต่างพากันได้เลขเด็ดกันไปตามๆ กันคณะสงฆ์และชาวบ้านตำบลป่าซาง กว่า 100 คน ช่วยกันทำพิธีบวงสรวงและพิธีศาสนาเพื่อเอาต้นตะเคียนทองที่จมอยู่ใต้น้ำในอ่างเก็บน้ำป่าซาง

จากการเปิดเผยของพระครูวิธานนิมมานกิจ (ครูบาบุญช่วย) ทราบว่า ก่อนจะมีการพบต้นตะเคียนทองได้ฝันเห็นชายรูปร่างสูงใหญ่มาเข้าฝัน และบอกคาถาให้ถ่องให้ได้ และประตูถ้ำจะเปิด เมื่อท่องถาคาได้ ต่อมาวันที่ 16 พ.ค.59 เวลาบ่าย ได้มีการขุดลอกอ่างเก็บน้ำป่าซาง เมื่อรถแบ็กโฮขุดดินในอ่างลงลึกประมาณ 4 เมตร ก็พบท่อนไม้ตะเคียนทองยาว 16 เมตร กว้าง 1.50 เมตร วางขวางอยู่ปากถ้ำ รถแบ็กโฮจึงขุดขึ้นมาไว้ข้างบน จนกระทั่งทางพระและชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำพิธีบวงสรวงและขอเอามาเก็บไว้ในวัดศรีเมืองมูล ตามความฝัน และเชื่อว่าความฝันเป็นจริง ชายที่รูปร่างสูงใหญ่ดำ ต้องเป็นต้นตะเคียนทองอย่างแน่นอน และขณะที่เคลื่อนย้ายทำพิธีขนย้ายก็เคลื่อนง่ายมากไม่ติดขัดอะไร ทั้งที่ก่อนหน้านั้นได้มีชาวบ้านช่วยกันขนย้าย แต่ก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกมาได้ทั้งที่ขนขึ้นรถแล้ว จนทางพระและชาวบ้านทำพิธี จึงทำการขนย้ายขึ้นรถเทรลเลอร์ที่ทางนายวรวิทย์ บุรณศิริ นายก อบจ.พะเยา ให้การสนับสนุน มาทำการเคลื่อนย้ายมาเก็บไว้ที่วัดได้สะดวก และที่น่าแปลก คือ ขณะทำพิธีได้เกิดท้องฟ้ามืดไม่มีแสงแดดสาดส่องแต่อย่างใด อากาศมืดครึ้ม สร้างความประหลาดใจแก่ผู้คนที่มาร่วมพิธี และการขุดค้นพบต้นตะเคียนทองต้นนี้ ถือว่าเป็นการขุดค้นพบเป็นต้นแรกของอำเภอดอกคำใต้ชาวบ้านแห่เอาแป้งน้ำหอมประพรมลูบต้นตะเคียนขอโชคลาภ ต่างพากันได้เลขเด็ด

ต้นตะเคียนทองจมอยู่ใต้น้ำในอ่างเก็บน้ำป่าซางถูกนำขึ้นมาสำเร็จ

สำหรับบรรยากาศในวัดหลังจากที่เอาต้นตะเคียนมาแล้ว ก็ได้มีบรรดาพระ ชาวบ้าน ทั้งในตำบล และต่างตำบลต่างพากันมาดูพร้อมกับจุดธูปเทียนกราบไหว้ บางคนเอาแป้งลูบ เอาน้ำอบน้ำหอมประพรม เพื่อขอโชคลาภในการขอเลขเด็ด.ขณะทำพิธีได้เกิดท้องฟ้ามืดมืดครึ้ม สร้างความประหลาดใจแก่ผู้ที่ร่วมงาน

เอาขึ้นมาแล้วก็เคลื่อนย้ายไปไว้ที่วัดศรีเมืองมูล

ที่มา>>>Thairath

ช็อก! โทมิตะ ไอดอลสาวชื่อดังญี่ปุ่น โคม่า โดนแฟนคลับกระหน่ำแทง 20 แผล

(ภาพจากทวิตเตอร์ @Tomitamayu)

สุดช็อก…มายู โทมิตะ ไอดอลสาวชาวญี่ปุ่น แห่งวงเซเคร็ต เกิร์ลส์ อาการโคม่าหลังถูกแฟนคลับหนุ่มใช้มีดกระหน่ำแทงเข้าที่คอและหน้าอกถึง 20 แผล ที่สถานีรถไฟในกรุงโตเกียว

เมื่อ 23 พ.ค. สื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่นรายงานข่าว เกิดเหตุร้ายแรงคาดไม่ถึงเมื่อ มายู โทมิตะ ไอดอลสาวชาวญี่ปุ่นวัย 20 ปี แห่งวงเกิร์ลกรุ๊ป ‘เซเคร็ต เกิร์ลส์’ (Secret Girls) ถูกแฟนคลับหนุ่มที่ชอบติดตามเธอ ใช้มีดแทงเข้าที่บริเวณลำคอและหน้าอกถึงกว่า 20 แผล ที่เขตโคงาเนอิ ทางตะวันตกของกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้โทมิตะได้รับบาดเจ็บสาหัส อาการโคม่า และได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้จุดเกิดเหตุอย่างเร่งด่วน โดยขณะนี้เธอยังไม่รู้สึกตัว559000005306403ตำรวจญี่ปุ่นเปิดเผยกับนักข่าวว่า หลังเกิดเหตุร้ายกับไอดอลสาว ตำรวจได้จับกุมนายโทโมฮิโร อิวาซากิ วัย 27 ปี หลังจากมีพยานหลายคนชี้ว่าเขาเป็นคนใช้มีดทำร้ายโทมิตะ ที่สถานีรถไฟมูซาชิ-โคงาเนอิ และต่อมา นายอิวาซากิได้ยอมรับต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขาได้ใช้มีดแทงโทมิตะจริง โดยแหล่งข่าวในสำนักงานตำรวจกรุงโตเกียว ยังเผยว่า สาเหตุที่นายอิวาซากิใช้มีดแทงโทมิตะ เพราะไม่พอใจที่เธอคืนของขวัญเขาที่เขามอบให้ โดยไม่ยอมอธิบายหรือชี้แจงใดๆ เลยภาพจากทวิตเตอร์ @Tomitamayu : มายู โทมิตะ

เจแปนไทม์ส รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรจได้ไปยังที่เกิดเหตุ หลังได้รับแจ้งเหตุร้าย โดยพบมีดเปื้อนเลือด และนายอิวาซากิยืนอยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้น โดยเขายอมรับว่าใช้มีดแทงโทมิตะ ขณะที่แหล่งข่าวเผยว่า ตำรวจเตรียมจะจับกุมนายอิวาซากิในฐานะตกเป็นผู้ต้องหาพยายามฆ่า1463911053_dd0142f0-1ff0-11e6-9777-749fedcc73f5_1280x720ทั้งนี้ โทมิตะ มีกำหนดจะขึ้นโชว์ร้องเพลงในคืนวันที่เกิดเหตุ ที่อาคารโคงาเนอิ ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟมูซาชิ-โคงาเนอิ ประมาณ 300 เมตรเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกรุงโตเกียวชี้ว่า โทมิตะ อาจตกเป็นเหยื่อของคนที่ชอบติดตามคนดัง โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โทมิตะเพิ่งไปแจ้งตำรวจนครบาลกรุงโตเกียวว่า เธอถูกชายชื่อ อิวาซากิ คอยติดตาม ทั้งส่งข้อความมากมายผ่านบล็อกและทวิตเตอร์ของเธอ.

ที่มา>>>Thairath

2 นักปีนเขาดับสลด บนยอดเอเวอเรสต์ ล้มป่วยอีก 30 สูญหาย 2

สลด…2 นักปีนเขาชาวดัตช์และออสเตรเลีย เสียชีวิตขณะปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ ขณะที่ มีนักปีนเขาชาวอินเดียอีก 2 คน กำลังหายสาบสูญ และนักปีนเขาอีก 30 คนเกิดล้มป่วย

เมื่อวันที่ 23 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเกิดเหตุนักปีนเขาเอเวอเรสต์ อีกประมาณ 30 ราย ได้ล้มป่วยจากภาวะเนื้อเยื่อถูกทำลายเพราะความเย็นจัด หลังจากก่อนหน้านี้ มีนักปีนเขาเอเวอเรสต์ เสียชีวิตไปแล้วถึง 2 ราย คือ นายเอริค แอรีย์ อาร์โนลด์ นักปีนเขาชาวเนเธอร์แลนด์ เสียชีวิตเมื่อวันศุกร์ที่ 20 พ.ค.หลังจากปีนไปถึงยอดเขา และมาเรีย สตรีดอม นักปีนเขาหญิงชาวออสเตรเลีย วัย 34 เสียชีวิตเมื่อ 21 พ.ค. ขณะลงจากยอดเขาจากอาการที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวในภาวะที่มีออกซิเจนน้อยบนที่สูงได้ ซึ่งถือเป็นนักปีนเขา 2 รายแรก ที่เสียชีวิตในฤดูปีนเขาเอเวอเรสต์ปีนี้

บีบีซี รายงานด้วยว่า ได้รับรายงาน มีนักปีนเขาชาวอินเดีย 2 คน ได้หายไปขณะปีนเขาถึงบริเวณที่เรียกว่า ‘เขตมรณะ’ หรือ เดธ โซน ซึ่งอยู่ใกล้กับยอดเขาเอเวอเรสต์ด้วยตั้งแต่วันเสาร์ที่ 21 พ.ค.ข่าวแจ้งว่า ถึงแม้นักปีนเขารู้ดีถึงอันตรายจากการปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ แต่ยังคงมีนักปีนเขาจำนวนมากหลั่งไหลมาเมื่อถึงฤดูปีนเขาเอเวอเรสต์ โดยหลังจากทางการเนปาลได้เปิดให้นักปีนเขาเข้ามาปีนยอดเขาเอเวอเรสต์อีกครั้ง ได้ตั้งแต่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา มีนักปีนเขาสามารถปีนถึงยอดเขาเอเวอเรสต์แล้วเกือบ 400 คน

ที่มา>>>Thairath