15 Janม้าลายพักหลายรายโคปปารอบ16ทีม

การแข่งขันฟุตบอลโคปปา อิตาเลีย รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ม.ค. 58 รายการนี้แข่งกันในระบบนัดเดียวรู้ผล ถ้าเสมอจะต่อเวลา และถ้ายังทำอะไรกันไม่ได้จะดวลจุดโทษหาผู้ชนะทันที โดยรอบนี้ ยูเวนตุส จ่าฝูงเซเรีย อา จะลงสนามพบกับ เวโรนา เพื่อนร่วมลีก ซึ่งคู่นี้ยังมีโปรแกรมจะลงเจอกันต่อเลยในลีกที่สนามยูเวนตุส สเตเดี้ยม แห่งเดียวกันนี้ในค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค.

ยูเว 13 นัดหลังสุดสะดุดแพ้เพียงเกมเดียวในศึกอิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ กับ นาโปลี ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในเกมส่งท้ายปี 2014 และเป็นการแพ้ในการดวลจุดโทษตัดสินด้วย แต่ในลีกนัดล่าสุด “ม้าลาย” สามารถถอนแค้นได้ด้วยการบุกไปทุบ “อัซซูรา” ถึงถิ่น 3-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นำเป็นจ่าฝูงของลีกต่อไป

รายการนี้ ยูเวนตุส ไม่ต้องลงเล่นรอบคัดเลือก ได้ผ่านเข้ามายืนรอในรอบนี้เลย โดยตามรายงานระบุว่าต๋วเข้าชมเกมนี้ขายหมดเกลี้่ยงเรียบร้อยถึงแม้จะเป็นเพียงฟุตบอลถ้วยก็ตาม อาจเพราะพวกเขาร้างความสำเร็จในถ้วยใบนี้มานานถึง 20 ปี ซึ่ง มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี กุนซือ “ม้าลาย” คงไม่ขัดศรัทธาแฟนๆ ด้วยการจัดทีมสำรองลงมากนัก

แผนผังการเล่นตามคาดในระบบ 4-3-1-2 ไม่มี ควัดโว อซาโมอาห์, อันเดรีย บาร์ซาญี และ โรมูโล ที่เจ็บ ผู้รักษาประตูให้ มาร์โก สโตลารี ลงเล่นแทน จานลุยจิ บุฟฟอน แผงหลัง สเตฟาน ลิคสไตเนอร์ นัดที่แล้วได้พัก เกมนี้น่าจะได้ออกสตาร์ท ส่วนแบ็กซ้าย ปาทริซ เอฟรา หลังๆ กรำศึกหนักเล่นมาตลอด น่าจะถึงเวลาได้พักบ้าง ให้ มาร์ติน กาเซเรส สลับมาเล่นแทน ส่วนคู่เซ็นเตอร์ใช้ อังเจโล อ็อกบอนนา กับ เลโอนาร์โด โบนุชชี

ตรงกลางเป็นจุดที่อาจจะพักตัวหลักทั้งแผงและให้สำรองอย่าง ซิโมเน ปาโดอิน, ซิโมเน เปเป, ริคาร์โด เปเรย์รา ได้โชว์ฟอร์มบ้าง โดยอาจมี เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ ประคองอยู่คนเดียว เช่นเดียวกับแดนหน้าที่จะให้ เซบาสเตียน โจวินโก จับคู่กับ อัลบาโร โมราตา

ฝั่ง เวโรนา     ช่วงหลังผลงานดูกระเตื้องขึ้น ล่าสุดเปิดบ้านชนะ ปาร์มา 3-1 ขึ้นมาอยู่อันดับ 13 ของเซเรีย อา มีแต้มห่างจากโซนตกชั้น 6 คะแนน นัดนี้จะได้ เอมิล ฮอลเฟร็ดสัน และ กุสตาโว คัมปันฮาโร ที่ติดโทษแบนในลีกกลับมาช่วย แต่ยังคงไร้ อาร์เมอร์ โยนิตา, ฮัวนิโต โกเมซ, บอสโก ยานโควิช และ มูเนียร์ อ็อบบาดี ที่เจ็บ

2 รอบที่ผ่านมา เวโรนา ชนะผ่าน เกรโมเนเซ และ เปรูจา มาได้ ซึ่งดูจากการจัดตัวแล้วถือว่าเน้นเหมือนกัน เกมนี้ในระบบ 3-5-2 ราฟาเอล เป็นผู้รักษาประตู มี ราฟาเอล มาร์เกส, ราฟาเอล มาร์เกซ และ กิเยร์โม โรดริเกซ เป็น 3 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ กลาง 5 ตัวประกอบด้วย เฟรเดริค โซเรนเซน, ยาโคโป ซาลา, เลอันโดร เกรโก, ดาวิเด บริวิโอ และ มัตเตีย วาโลติ ส่วนคู่หน้าพัก ลูกา โทนี เป็นเพียงสำรอง และให้ “กระต่ายน้อย” ฮาเวียร์ ซาวิโอลา ลงล่าตาข่ายคู่กับ นิโก โลเปซ

?ม้าลายพักหลายรายโคปปารอบ16ทีม?

12 Janเมสซี่เจย้ำ”ความสำเร็จไม่มีทางลัดให้เดิน”

“เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางทีมชาติไทยของ บีอีซี เทโรศาสน ออกรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง 3 เมื่อ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา เผยเรื่องราววีรกรรมสุดเจ็บในวัยเด็ก ทั้งปีนเสาโกลจนตกลงมา และขี่จักรยานชนเสาไฟฟ้า พร้อมโชว์ลีลาท่าเต้นสุดกวน ดวลตัวต่อตัวกับ “หนุ่ม เดอะ วอยซ์” สมศักดิ์ รินนายรักษ์ แชมป์เดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ ซีซั่น 3 ที่เจ้าตัวชื่นชอบ ก่อนไปร่วมกิจกรรมวันเด็กที่อาคารมาลีนนท์ ซึ่ง ชนาธิป  ยังฝากถึงเยาวชนของชาติเนื่องในวันเด็กแห่งชาติว่า ถึงตัวเล็กก็พบกับความสำเร็จได้ แต่ต้องทุ่มเทสุด ๆ เพราะไม่มีทางลัดไปสู่ความสำเร็จแน่นอน โดยกล่าวว่า

“เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ผมกอยากฝากถึงน้องๆ หรือเด็กๆ ทุกคนที่มีความฝันอยากจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ เราต้องมีความอดทน ความมานะ ความพยายามครับ ในตอนเด็กมีแต่คนมองว่าผมตัวเล็กเกินกว่าจะเป็นนักฟุตบอล แต่ผมก็ไม่ท้อครับ ฝึกฝนหนักกว่าคนอื่นหลายเท่า จนผมมีทุกวันนี้ ฉะนั้นน้องๆ ต้องมองไปที่เป้าหมายของเรา มองไปที่ความฝัน มองไปที่อนาคตของตัวเองและครอบครัว เพราะ ความสำเร็จไม่มีทางลัดให้เดิน  ครับ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปวันๆและขอให้พ่อ-แม่สนับสนุนลูกถ้าต้องการให้ลูกไปถึงฝันครับ”

?เมสซี่เจย้ำ'ความสำเร็จไม่มีทางลัดให้เดิน'?

08 Janบาร์ซาพ่ายโซเซียดัดชวดขึ้นจ่าฝูง

ศึกลูกหนังลา ลีกา สเปน คู่สุดท้ายของคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รีล โซเซียดัด ภายใต้การคุมทัพของ เดวิด มอยส์ อดีตกุนซือ “ผีแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มสุดยอดในรังของตัวเอง ด้วยการพิชิตทีมแกร่งอย่าง “บาร์ซา” บาร์เซโลนา ที่นำทัพโดย 3 สุดยอดกองหน้าของโลก อย่าง ลิโอเนล เมสซี, เนย์มาร์ และหลุยส์ ซัวเรซ ลงได้สำเร็จ ด้วยสกอร์ 1-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ฆอร์ดี อัลบา ในนาทีที่ 2 ทำให้ โซเซียดัด เก็บเพิ่มเป็น 18 คะแนน จาก 17 นัด รั้งอันดับที่ 13 ของตาราง ส่วน บาร์เซโลนา มี 38 คะแนนเท่าเดิมแข่งเท่ากัน รั้งอันดับที่ 2 ของตาราง ชวดโอกาสโกยแต้มแซงหน้า รีล มาดริด ที่แพ้ บาเลนเซีย 1-2 ขึ้นไปเป็นจ่าฝูงแทนอย่างน่าเสียดาย

ด้าน เออิบาร์ บุกไปพิชิต “นกแก้ว” เอสปันญอล 2-1 ทีมเยือนได้ประตูจาก มานู เดล โมรัล นาที 34, เอเนโก โบเวดา นาที 37 ทางเจ้าถิ่นตีไข่แตกได้จาก เฟลิเป ไคเซโด นาที 80 ชัยชนะนัดนี้ทำให้ เออิบาร์ เก็บเพิ่มเป็น 23 คะแนน จาก 17 นัด รั้งอันดับที่ 8 ของตาราง ด้าน เอสปันญอล มี 20 คะแนนเท่าเดิมแข่งเท่ากัน รั้งอันดับที่ 10 ของตาราง.

?บาร์ซาพ่ายโซเซียดัดชวดขึ้นจ่าฝูง?

26 Decบีร็อดฟังไว้! อัลโด้แนะวิธีช่วยหงส์ผงาดในครึ่งซีซั่นหลัง

ตำนานหงส์เผยวิธีสำคัญที่เชื่อว่ากุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือต้องทำให้ได้เพื่อให้ทีมกลับมาทำผลงานได้ดีในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง จอห์น อัลดริดจ์ อดีตนักเตะของลิเวอร์พูล เชื่อว่าวิธีที่จะทำให้ต้นสังกัดเก่าของเขาทำผลงานได้ดีขึ้นในช่วงเลกสองคือนักเตะทุกคนจะต้องช่วยกันทำประตูให้ได้มากๆเหมือนที่ทำได้เมื่อปีก่อน

หงส์แดงทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในช่วงที่ผ่านมา และก่อนเข้าสู่บ็อกซิ่ง เดย์พวกเขาก็รั้งอันดับ 10 ในตารางคะแนน และสถิติบอกว่าทีมที่อยู่ในอันดับนี้จะไม่สามารถติดท็อป 6 เมื่อจบฤดูกาลได้

“เรายิงได้ 100 ประตูเมื่อปีก่อน แต่เราต้องเสียสองศูนย์หน้าที่ยิงได้เฉลี่ย 50 ประตูต่อฤดูกาล และถ้าเราไม่สามารถหาคนแทนที่ได้ เราจะต้องพบกับอุปสรรค ที่ผ่านมา บาโลเตลลีและผู้เล่นอีกหลายคนที่ย้ายมาไม่สามารถทำได้ พวกเขาจะต้องใช้เวลาเพื่อทำผลงานให้ได้ดีในตอนนี้ และหลังจบฤดูกาลทุกอย่างจะพิสูจน์ว่าพวกเขามีค่าหรือไม่ต่อทีม” อัลโด้ กล่าว

“ถ้าดาเนียลกลับมา เราต้องการอีกสักคนที่ทำประตูเคียงข้างเขา บางทีอาจจะเป็นบอรินีหรือมาริโอพวกเขาต้องทำให้ได้ เราต้องการคนยิงประตูอีกสักคนและคนที่สร้างสรรค์โอกาส บางทีอาจจะเป็นมิโญเลต์หรือคนอื่น ถ้าเบรนแดนทำได้ เราจะไปได้ไกลในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง”

บีร็อดฟังไว้! อัลโด้แนะวิธีช่วยหงส์ผงาดในครึ่งซีซั่นหลัง

26 Decผีมาห้า! คาร์ราแบโผ 11 นักเตะยอดเยี่ยม EPL ในดวงใจ

อดีตกองหลังของหงส์แดง จัดการจัดนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก โดยมีนักเตะของแมนฯยูไนเต็ดติดทัพเข้ามามากที่สุดถึงห้าคน เจมี คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังของลิเวอร์พูล จัดการเปิดเผยรายชื่อ 11 นักเตะตัวจริงที่ดีที่สุดตลอดกาลสำหรับเขาในศึกพรีเมียร์ลีกโดยมีนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมากที่สุดถึง 5 ราย โดยห้านักเตะปีศาจแดงที่มีชื่อนั้นก็มีชื่อของทั้งปีเตอร์ ชไมเคิล, แกรี เนวิลล์, รอย คีน, คริสเตียโน โรนัลโด้และไรอัน กิ๊กส์นั่นเอง

โดยคาร์รากล่าวว่า “ผู้รักษาประตูแน่นอนผมต้องให้ปีเตอร์ ชไมเคิล มันยากนะที่จะหาโกลคนไหนที่เก่งเหนือเขา ส่วนแบ็คขวามันแย่หน่อยที่ผมต้องเลือกแกรี เนวิลล์ เพราะเขามีความเป็นมืออาชีพสูง แต่อีกไม่กี่ปีข้างหน้าพาโบล ซาบาเลต้าอาจจะเข้ามาท้าชิง ผมขอเอาใจช่วย”

“แบ็คซ้ายผมมีหลายคนมากเลยนะทั้งโคล, เออร์วินและเอฟรา แต่ผมเลือกโคล เพราะช่วงที่เขาพีค ไม่มีใครแซงหน้าเขาได้เลย ส่วนเซ็นเตอร์แบ็คผมให้จอห์น เทอร์รี และคู่หูมันยากนะงั้นผมขอเลือกโทนี อดัมส์ละกัน”

“กองกลางแน่นอนผมให้รอย คีนเพราะเขาคือกองกลางที่มีอิทธิพลเยอะมากสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและผมให้เขาจับคู่กับสตีเวน เจอร์ราร์ด โดยสโคลส์และแลมพาร์ดตามหลังสองคนนี้แค่นิดเดียวเท่านั้น”

“ส่วนปีกขวาคริสเตียโน โรนัลโด้ คือนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกและเขาเหมาะที่จะยืนฝั่งขวาในทีม ด้านซ้ายเป็นไรอัน กิ๊กส์ เพราะเขาคือนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดและสร้างสถิติลงสนามมากที่สุดซึ่งจะไม่มีใครทำลายสถิติของเขาได้”

“กองหน้าผมให้อลัน เชียร์เรอร์ดาวซัลโวสูงสุดของพรีเมียร์ลีก เพราะเขาแทบจะยิงได้ทุกนัดในตอนพีคๆ และอีกคนก็คือเธียร์รี อองรี เขาคือนักเตะที่เก่งที่สุดในพรีเมียร์ลีกที่เราเคยเห็น”

สรุปทีมยอดเยี่ยมของคาร์ราเกอร์ : ปีเตอร์ ชไมเคิล – แอชลีย์ โคล, จอห์น เทอร์รี, โทนี อดัมส์, แกรี เนวิลล์ – รอย คีน, สตีเวน เจอร์ราร์ด, คริสเตียโน โรนัลโด้, ไรอัน กิ๊กส์ – อลัน เชียร์เรอร์, เธียร์รี อองรี

Jamie Carragher - Liverpool

23 Dec“ซิโก้”หนึ่งความภูมิใจฟุตบอลไทย

และเพิ่งจบไปหมาดๆ กับการทวงบัลลังก์จ้าวอาเซียน ของเหล่าขุนพลนักเตะทีมชาติไทย ที่สามารถคว้าแชมป์ซูซูกิคัพ 2014 ปิดฉากการรอคอยมาถึง 12 ปีเต็มได้อย่างงดงาม

แต่กว่าจะได้มา..ก็ทำเอาดราม่าสุดๆ เหมือนกัน หลังถูกทัพเสือเหลืองถลุงนำ 3-0 ก่อนจะฮึดกลับมาสู้ซัดสองลูกรวดในช่วง 10 นาทีสุดท้าย (ทำให้ผลรวม2นัด ไทยนำ 4-3 และกลับมาเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด) เล่นเอาแฟนบอลชาวไทยใจหายใจคว่ำเลยทีเดียว

งานนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับหัวจิตหัวใจนักเตะไทยที่ “แกร่งเยี่ยงเพชร” มีสปิริตยืนหยัดสู้จนวินาทีสุดท้าย และนี่ก็ถือเป็นการคืนความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศในอีกรูปแบบหนึ่ง

แต่ถ้าจะยกให้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็น “แมน ออฟ เดอะ เยียร์” ผมมั่นใจว่าแฟนบอลชาวสยามประเทศคงไม่ปฎิเสธกับตำแหน่งนี้

เนื่องด้วยผลงานอันสุดสะเด่านับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วกับการซิวแชมป์ลูกหนังซีเกมส์ ต่อด้วยการคว้าอันดับ 4 ในศึกเอเซียนเกมส์ จนมาถึงซูซูกิ คัพ มันทำให้คนไทยมีความสุขมาโดยตลอดกับ “การนั่งดูทีมไทยลงเตะ”

แต่รู้ไหมครับ กว่าอดีตศูนย์หน้าเบอร์เมืองไทยจะมาถึงขนาดนี้ได้ต้องเจออุปสรรคอะไรบ้าง แน่นอนกับการตัดสินใจเข้ามาเป็นโค้ชทีมชาติไทยชุดใหญ่ก็เหมือนการสวมหัวโขนที่ต้องคอยกำกับและกระตุ้นนักเตะในทีมเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้

ไหนจะต้องแบกรับความกดดันจากการคาดหวังจากหลายๆด้าน รวมถึงแฟนบอลชาวไทยที่อยากเห็นสำเร็จในทุกๆ รายการที่แข่งขัน

และถ้าจะให้มองถึงการคุมทีมชาติไทยนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย โดยเฉพาะการเลือกนักเตะที่มาจากหลายๆสโมสร ซึ่งอาจจะเป็นซุปตาร์ของสังกัดนั้นๆ แน่นอนระบบแท็กติกการเล่นก็จะแตกต่างกันไป

แถมเลือกมาก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์แบบ เพราะต้องมาขัดเกลาหลอมรวมให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเองทั้งในและนอกสนาม ซึ่งก็ถือว่าทำได้ยากกับแข้งวัยรุ่นช่วง 20 ต้นๆ

แต่ด้วยคาแร็กเตอร์ส่วนตัวของ “ซิโก้” ที่มีพื้นฐานดีเยี่ยมในด้าน “ระเบียบวินัย” มันเลยเป็นจุดแข็งที่ติดตัวมาโดยตลอด ครั้งยังเป็นนักเตะจนทำให้กลายเป็น 1 ในสุดยอดศูนย์หน้าที่ดีที่สุดของเมืองไทยคนนึง

รูปแบบการสร้างทีมที่เห็นได้ชัด คือไม่นิยม”เด็กเส้นเด็กฝาก” เหมือนโค้ชต่างชาติที่เคยผ่านมา สามารถลบภาพฟุตบอลไทยเก่าๆ ได้อย่างราบคาบ

ใช้ความเข้าใจในบุคลิกภาพของนักเตะและประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับลูกกลมๆ ที่หาไม่ได้จากชั้นเรียน มาปรับเปลี่ยนแก้ไขและถ่ายทอดสู่นักเตะในทีมได้อย่างลงตัว

จากที่เมื่อก่อนทีมชาติไทยที่สภาพเหมือน “ผู้ป่วยอาการโคม่า ที่รอวันตายอย่างเดียว” กลับคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง

แต่ภายใต้การคุมทีมของอดีตศูนย์หน้าจอมตีกาคนนี้ ทำให้คนไทยเริ่มมีศรัทธากลับมาพร้อมกับความหวังถึงความสำเร็จในเกมระดับชาติอย่างการไปเล่นฟุตบอลโลกที่ชาวไทยหลายคนอยากสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต

และมันก็มีโอกาสเหมือนกัน หากเรารักษาระดับการเล่นแบบนี้ “เล่นให้มันส์ เล่นให้สนุก เล่นให้เต็มที่จนวินาทีสุดท้าย”

หากเป็นไปได้อยากให้นักเตะชุดนี้เล่นกันไปเรื่อยๆ จะได้รู้ใจกันมากขึ้น..เพราะมันคือสิ่งสำคัญ…ของคำว่า”ทีมเวิร์ค”

และนี่คือสาเหตุทั้งหมด ว่าทำไม “ซิโก้” ถึงเป็นหนึ่งในความภูมิใจฟุตบอลไทยและเป็นขวัญใจของแฟนบอลไทยทั้งประเทศไปโดยปริยาย

“ซิโก้”หนึ่งความภูมิใจฟุตบอลไทย

17 Decสื่อมาเลย์ จวก “ซิโก้” หยิ่งหรือขี้ขลาด!

กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันที ที่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ไม่ได้ออกมาแถลงข่าวก่อนเกม ทำให้สื่อมาเลย์พาดหัวข่าวตัวโตว่า “หยิ่งหรือขี้ขลาด”

ทั้งนี้การแถลงข่าวก่อนเกมรอบชิงชนะเลิศ ซูซูกิคัพ 2014 ระหว่าง ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติมาเลเซียเมื่อวานที่ผ่านมา “เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง” หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้ส่ง โชคทวี พรหมรัตน์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน  และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายทวารกัปตันทีม มาร่วมกันแถลงข่าว

โดยผู้สื่อข่าวมาเลเซีย พยายามถามจี้ ถึงเรื่องการไม่ออกมาแถลงข่าวด้วยตัวเองของ “โค้ชซิโก้” ซึ่งทาง”โชคทวี พรหมรัตน์”  ได้ตอบเพียงสั้นๆว่าเราเป็นทีมเดียวกัน ทุกคนมีหน้าที่ช่วยงานหัวหน้าโค้ช

“พวกเราทำงานกันเป็นทีม โค้ชเองมีหน้าที่คุมทีม ส่วนสต๊าฟฟ์เองก็มีหน้าที่ช่วยงานโค้ช และรับคำสั่งมาปฏิบัติตาม” อดีตปราการหลังทีมชาติไทยกล่าว

ซึ่งจากประเด็นนี้ทำให้ สื่อมาเลเซีย หลายสำนัก นำไปตีข่าว และ พาดหัวข่าวว่า กุนซือทีมชาติไทย”Graeme arrogance or cowardice?” (“หยิ่ง หรือ ขี้ขลาดกันแน่?”)  ที่ไม่ยอมออกมาแถลงข่าวในครั้งนี้” ทั้งนี้เกมนัดชิงชนะเลิศ นัดแรก ของฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 จะมีขึ้นในเย็นวันนี้ เวลา 19.00 น.ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 สี

สื่อมาเลย์ จวก “ซิโก้” หยิ่งหรือขี้ขลาด!

12 Decซิลบารับคาร์วัลโญโยกเล่นลีกผู้ดีปีหน้า

มาร์โก ซิลบา กุนซือของสปอร์ติง ลิสบอน ทีมดังจากลีกโปรตุเกส ออกมายอมรับว่าลูกทีมคนเก่ง วิลเลียม คาร์วัลโญ มิดฟิลด์ตัวรับวัย 22 ปี จะย้ายไปค้าแข้งในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เปิดตัวต้นปีหน้าค่อนข้างจะแน่นอนแล้ว โดยมีทีมเต็งที่จะได้ตัวไปเสริมแกร่ง ได้แก่ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล สโมสรดังแห่งกรุงลอนดอน

สื่อแดนฝอยทองรายงานข่าวว่า ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา อาร์เซนอล ได้ยื่นข้อเสนอขอซื้อตัว คาร์วัลโญ 2 ครั้ง ไปให้กับ สปอร์ติง ลิสบอน ในราคา 25 และ 27 ล้านยูโร แต่ถูกบอกปัดทั้งหมด

โดยทีมจากโปรตุเกสตั้งค่าตัวนักเตะรายนี้เอาไว้ที่ 35 ล้านยูโร ซึ่งในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เปิดตัวต้นปีหน้า ซิลบา กุนซือลิสบอน เชื่อว่าจะมีทีมจากอังกฤษที่ยอมจ่ายค่าตัวในจำนวนดังกล่าว เพื่อดึง คาร์วัลโญ ไปร่วมทัพ

ซิลบา กล่าวว่า “วิลเลียม เป็นที่ต้องการของสโมสรในอังกฤษ แต่ผมอยากให้เขาเพ่งสมาธิกับเกมการเล่นในสนามเท่านั้น เขาอาจเล่นได้ไม่ดีเท่าในซีซั่นก่อน เพราะซีซั่นก่อนเขาเล่นได้อย่างน่าเหลือเชื่อมาก ๆ แต่เขากำลังพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่อง วิลเลียม

ได้รับข้อเสนอขอซื้อตัวจากหลายสโมสร และเราจะรอจนถึงเดือนมกราคมปีหน้า เพื่อพิจารณาข้อเสนอต่าง ๆ” นอกเหนือจาก อาร์เซนอล สโมสรอื่น ๆ ในอังกฤษที่สนใจในตัว คาร์วัลโญ เช่นกัน ก็คือ แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และสเปอร์.

?ซิลบารับคาร์วัลโญโยกเล่นลีกผู้ดีปีหน้า?

10 Decลืออีก “หงส์” มอง “โบอาช” แทน “ร็อดเจอร์ส”

“เดอะ ไทม์ส” สื่อดังประเทศอังกฤษรายงานว่า กลุ่มเฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป นำโดยจอห์น ดับเบิลยู เฮนรี่ ซึ่งถือสิทธิเป็นเจ้าของสโมสรลิเวอร์พูล อาจมีโครงการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมจากเบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือ ที่พาทีมตกต่ำอย่างหนักในฤดูกาลนี้

ทั้งที่ใช้เงินกว้านซื้อนักเตะข่วงตลาดซื้อขายรอบแรกสูงสุดในประวัติศาสตร์สโมสรถึง 116 ล้านปอนด์ (6,148 ล้านบาท) มาเป็น อันเดร วิลลาช-โบอาช อดีตนายใหญ่เชลซี และท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ซึ่งกำลังพาทีมเซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก นำเป็นจ่าฝูงในลีกประเทศรัสเซีย

แม้ก่อนหน้านี้ ทีม “หงส์แดง” จะตกเป็นข่าวกับ เยอร์เก้น คล็อปป์ โค้ชทีม “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อยู่ตลอดก็ตาม แต่ “เดอะ ไทม์ส” กลับเปิดประเด็นว่าโบอาชมีสิทธิเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ในถิ่นแอนฟิลด์ได้เหมือนกัน หลังแหล่งข่าววงในระบุว่า กลุ่มเฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป เริ่มสอบถามถึงคุณสมบัติ และลักษณะการคุมทีมของกุนซือหนุ่มชาวโปรตุเกสวัยเพียง 37 ปี ซึ่งน้อยกว่าร็อดเจอร์สถึง 4 ปีรายนี้บ้างแล้ว

โดยโบอาชเคยได้รับการยกย่องให้เป็น “โจเซ่ มูรินโญ่ หมายเลข 2″ หลังคุมเอฟซี ปอร์โต้ คว้าแชมป์รายการสำคัญอย่างแชมป์ลีก และฟุตบอลถ้วยโปรตุเกส ตามด้วยแชมป์ยูโรป้าลีก ในฤดูกาล 2010-11 มาแล้ว แต่ล้มเหลวกับเชลซี และสเปอร์ส จนต้องไปคุมเซนิตในลีก “หมีขาว” ช่วงปลายฤดูกาล 2013-14 ก่อนจะพาทีมมีลุ้นแชมป์ลีกฤดูกาลนี้ ด้วยการนำเป็นจ่าฝูงที่ 41 คะแนนจากการเตะ 17 นัด

ลืออีก “หงส์” มอง “โบอาช” แทน “ร็อดเจอร์ส”

27 NovHello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!