พังประตูจับหนุ่มคลั่งมีดจี้แฟนสาววัย 18 นาน 8 ชม. ยังไม่สิ้นฤทธิ์ไล่ฟันแม่บังเกิดเกล้าเจ็บ

จากกรณีที่นายคิมหันต์ สุขกลิ่น อายุ 22 ปี ขังตัวเองอยู่ในห้องนอนแล้วใช้มีดปลอกผลไม้จี้คอน.ส.เต้ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปีแฟนสาว ภายในบ้านเลขที่ 81 หมู่ที่ 1 ซอย.ผสมศรี ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 10 นาย ยืนรายล้อมรอบบ้านพร้อมเกลี่ยกล่อมให้ชายคนดังกล่าวให้วางอาวุธลงแต่ไร้ผล นายคิมหันต์ยังขู่ว่าหากเจ้าหน้าที่ไม่ถอนกำลังกลับไป จะเชือดคอหอยแฟนสาว พร้อมคว้าแกลอนน้ำมันเบนซินที่เตรียมมาลาดตัวแฟนสาว และตัวเองพร้อมเตรียมจะจุดไฟเผาทั้งเป็น โดยมีนาง รุ่งนภา สุขกลิ่น อายุ 46 ปี ผู้เป็นแม่ยืนพูดเกลี่ยกล่อมช่วยอีกแรงแต่ไร้ผลกลับจะถูกนายคิมหันต์ใช้มีดไล่แทง โชคดีที่กระโดดหลบได้ทัน โดยเหตุเกิดตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืน

ต่อมาเวลา 08.30 น.วันที่ 25 ส.ค. หลังจากเกลี่ยกล่อมนาน 8 ช.ม.แล้ว พ.ต.ท.อุทัย ขันทอง รอง.ผกก.ป สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน 10 นาย พร้อมเสื้อเกราะ โล่กำบังและปืนยิงกระสุนยาง บุกเข้าชาร์จจับตัวนายคิมหันต์  โดยฉวยโฮกาสที่นายคิมหันต์ไม่ทันระวังตัว บุกพังประตูหน้าบ้าน พร้อมสาดกระสุนยางใส่ตัวนายคิมหันต์ที่กำลังนั่งอยู่ในห้อง ส่วนแฟนสาวใช้โอกาสเผลอวิ่งหนีออกมาจากห้องได้สำเร็จ ก่อนที่นายคิมหันต์วิ่งหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมานอกบ้าน วิ่งข้ามถนนกระโดดลงไปในป่าหญ้ากกข้างทาง  เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดล้อมจนกระทั้งนายคิมหันต์ยอมจำนนมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งการบุกชาร์จครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย คือนางรุ่งนภา สุขกลิ่น ผู้เป็นแม่ ถูกฟันเข้าบริเวณนิ้วมือข้างขวา น.ส.เต้ แฟนสาวตัวประกัน มีบาดถูกอาวุธมีดบาดบริเวณต้นแขนซ้าย และส.ต.ต.พรชพล มาละอินทร์ ผบ.หมู่ งานป้องกันปราบปราม สภ.พระสมุทรเจดีย์ มีบาดแผลถูกปลายมีดบาดบริเวณใต้ตาซ้าย ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะลำเรียงคนเจ็บส่งโรงพยาบาลกรุงเทพพระประแดงและโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ให้แพทย์ทำการรักษา

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนายคิมหันต์ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

“ท่านคิม”สั่งยิงจรวด ตกทะเลญี่ปุ่นอีก โสมใต้-อเมริกาเริ่มเครียด

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. เอเอฟพีรายงานว่า ทางการเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีปจากเรือดำน้ำ หรือเอสแอลบีเอ็ม พิสัยการยิงไกลถึง 500 กิโลเมตร พุ่งไปตกในเขตป้องกันภัยทางอากาศ หรือเอดิซ ของประเทศญี่ปุ่น สร้างความตื่นตระหนกให้กับสหรัฐอเมริกา และชาติพันธมิตร  เหล่าเสนาธิการร่วมของกองทัพเกาหลีใต้ ระบุว่า ขีปนาวุธดังกล่าวมีพิสัยการยิงที่ไกลกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้มาก สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางแสนยานุภาพขอเกาหลีเหนือ ระบบนี้จะทำให้เกาหลีเหนือมีขีดความสามารถในการตอบโต้การโจมตี และทำให้ภัยคุกคามด้านอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเพิ่มมากขึ้นไปอีก เพราะเกาหลีเหนือจะสามารถยิงขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ไกลกว่าคาบสมุทรเกาหลี ขณะที่นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวของเกาหลีเหนือถือว่าส่งผลต่อความมั่นคงของญี่ปุ่นอย่างร้ายแรง และนับเป็นสิ่งที่อภัยให้ไม่ได้

การยิงเอสแอลบีเอ็มดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกองทัพสหรัฐกับเกาหลีใต้เปิดฉากยุทธการซ้อมรบประจำปี “อุลชี ฟรีด้อม” เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้เกาหลีเหนือขู่จะเปิดฉากตอบโต้ด้วยการใช้ขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์โจมตีเต็มอัตราศึก เนื่องจากเกาหลีเหนือมองว่า เป็นการซักซ้อมเพื่อรุกราน แต่สหรัฐกับเกาหลีใต้แย้งว่า การซ้อมรบนี้มีขึ้นเพื่อการป้องกันตัวเป็นหลัก

ที่มา>>>ข่าวสด

มือใหม่แต่งบ้านควรรู้ 10 ชิ้นปัง 5 ชิ้นพัง เรื่องตกแต่งบ้าน

มือใหม่แต่งบ้านควรรู้ 10 ชิ้นปัง 5 ชิ้นพัง เรื่องตกแต่งบ้านเอาแล้ว พอคิดจะแต่งบ้านก็มานั่งคิดอีกว่าจะซื้ออะไรบ้างดี ไอ้นั่นก็จำเป็น ไอ้นี่ก็จำเป็น หรือนั่นก็อยากได้ นี่ก็อยากโดนเพราะมันดูเข้ากับบ้านเราเหลือเกิน แต่รู้ไหมว่าในบรรดาของที่เราต้องการและคิดว่าจำเป็นอาจมีของตกแต่งบ้านที่ไม่จำเป็นอยู่ในนั้นก็เป็นได้ มาดูกันว่าถ้าคุณเป็นมือใหม่และอยากแต่งบ้านด้วยตัวเอง ชิ้นไหนที่ปังและควรซื้อ หรือชิ้นไหนที่ซื้อแล้วพังไม่เหมาะหรือเกินจำเป็นของแต่งบ้าน 10 ชิ้นปัง

1.ผ้าปูที่นอนผืนใหม่ ลองเปลี่ยนผ้าปูที่นอนจากโทนสีที่เคยใช้ให้เป็นอีกแบบหนึ่ง เช่น ถ้าเคยใช้โทนสีเข้มก็เปลี่ยนเป็นสีอ่อน

2.เทียนหอม กลิ่นจะเป็นตัวบ่งบอกบรรยากาศภายในบ้านได้เป็นอย่างดี

3.เชิงเทียน อาจเปลี่ยนทรงจากเป็นก้านสูงเป็นตะเกียงก็ได้ ก็จะให้ความคลาสสิกไปอีกแบบหนึ่ง

4.ดอกไม้-แจกัน ดอกไม้คือสิ่งจำเป็นสำหรับการแต่งบ้าน ควรมี 3 จุดด้วยกัน ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องรับแขก

5.หมอน หมอนเล็กๆ ที่อยู่ตามจุดต่างๆ ของบ้าน อาจเปลี่ยนรูปทรง หรือสีให้ดูแปลกตาและทันสมัยขึ้น

6.รูปภาพ ถ้าเคยติดภาพวาด ภาพพิมพ์ ขาว-ดำ อาจเปลี่ยนเป็นภาพวิว ภาพถ่ายที่ดูมีสีสันขึ้น หรืออาจเปลี่ยนเรื่องของขนาดภาพ

7.โคมไฟ ถ้าเปลี่ยนโคมไฟแนะนำให้เปลี่ยนโคมไฟที่เด่นที่สุดของบ้าน เพราะจะทำให้อารมณ์ของบ้านเปลี่ยนไปทันที

8.ต้นไม้ อาจลองมาจัดสวนเล็กๆ ในบ้านด้วยต้นไม้จากเมืองหนาวอย่างพวกไม้ใบก็จะช่วยทำให้แปลกตาขึ้นและดูแลได้ง่าย

9.พรม ถ้าเคยใช้สีเรียบหรือพรมเรียบ ก็ลองเปลี่ยนเป็นสีสันหรือเป็นพรมขนสัตว์แทน

10.สีผนังบ้าน อาจเปลี่ยนสีและลายของวอลเปเปอร์ หรือเปลี่ยนสีของผนังไปเลย เพื่อสร้างความแปลกใหม่

ของแต่งบ้าน 5 ชิ้นพังไม่แนะนำให้ซื้อมา

1.หน้ากากครอบที่นั่งชักโครกและพรมรองเท้า ไม่มีใครต้องการหน้ากากครอบที่นั่งชักโครกหรือพรมรองพื้นบริเวณโถส้วมทุกคนหรอก เพราะมันกลับเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค และคุณยังต้องทำความสะอาดมันเพิ่มขึ้นอีกด้วย

2.กรอบรูปจำนวนมาก กรอบรูปจำนวนมากที่ไม่เข้ากันมันกลับทำให้บ้านดูไม่ดีมากกว่า

3.ผ้าม่านที่ล้าสมัย คุณอาจรู้สึกแปลกใจที่รู้ว่าห้องบางห้องไม่จำเป็นต้องมีผ้าม่านก็ได้ หากคุณได้อยู่ในห้องหรือบ้านมีมีหน้าต่างสวยๆ โดยเฉพาะงานไม้แบบดั่งเดิม หรือถ้าคุณอาศัยอยู่ในชนบท บ้านไม้คุณอาจไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าม่านเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว

4.การจัดดอกไม้ปลอม จริงอยู่ที่มีพืชประดิษฐ์บางชนิดที่ดูสวยงามแต่จริงๆ มันก็ไม่ดี ยิ่งถ้าเป็นต้นไม้ประดิษฐ์หรือดอกไม้ประดิษฐ์ช่อโตมันกลับกลายเป็นที่ๆ มีฝุ่นเกาะอยู่เต็มไปหมด

6.ของกระจุกกระจิก มันอาจจะเป็นของตกแต่งบ้านที่ดี แต่ถ้ามีของเหล่านี้มากเกินไปมันจะยิ่งทำให้บ้านรก และยุ่งยากเมื่อต้องทำความสะอาด

ที่มา>>>Sanook

จีนเปิดอย่างเป็นทางการ สะพานกระจก “จางเจียเจี้ย” ทั้งสูงทั้งยาวสุดในโลก

เอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค.  จีนเปิดใช้งานสะพานแขวนพื้นกระจกที่ยาวและสูงที่สุดในโลก ในเมืองจางเจียเจี้ย มณฑลหูหนาน ประเทศจีนอย่างเป็นทางการ เชื่อมระหว่างหน้าผาที่รู้จักกันในชื่อ ภูเขาอวตาร  หนังเรื่องดังของฮอลลีวู้ดที่มาถ่ายทำที่ภูเขาแห่งนี้ สะพานสร้างเสร็จเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ออกแบบเป็นสะพานความยาว 430 เมตร สูงจากพื้น 300 เมตร กว้าง 6 เมตร มูลค่าราว 117 ล้านบาท ปูด้วยกระจกบานหน้าต่าง 99 แผ่น ซ้อนสามชั้น ออกแบบโดยนายเฮม โดตัน สถาปนิกชาวอิสราเอล สะพานกระจกในจีนเป็นที่โด่งดังใหม่หมู่คนรักการถ่ายรูปทิวทัศน์งดงามในอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย ไปจนถึงการแสดงโยคะ การฉลองแต่งงาน ทางการจีนเคยโชว์การใช้ค้อนขนาดใหญ่ทุบ และแม้กระทั่งใช้รถยนต์ที่บรรทุกผู้โดยสารเต็มคันแล่นข้ามเพื่อพิสูจน์ความแข็งแรงของสะพานเมื่อช่วงต้นปี ตั้งเป้าหมายรองรับนักท่องเที่ยววันละ 8,000 คน สำหรับ จางเจียเจี้ยเป็นเมืองมรดกโลก เป็นที่ตั้งของเขาเทียนเหมินซาน หรือภูเขาหวินเมิ้งซาน หรือ ซงเหลียวซาน เรียกขานกันว่า ประตูสวรรค์ สามารถเดินทางขึ้นไปด้วยเคเบิลคาร์ ตลอดทั้งปีมี 4 ฤดู ในแต่ละฤดูจะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป

การเส้นทางเดินเลาะขอบผาเพื่อให้นักท่องเที่ยวสัมผัสความน่าตื่นเต้น มีทางเดินแบบกระจกใส หรือสกายวอล์ก ลงบันไดเลื่อนสู่ถ้ำเทียนเหมินตัง หรือถ้ำประตูสวรรค์เทียนเหมินซาน มีบริการนั่งรถรางไฟฟ้าชมภาพเขียน 10 ลี้ ซึ่งมีความยาว 5 กิโลเมตร

ภาพเขียนนั้นแท้จริงเป็นคำเปรียบเปรยถึงวิวทิวทัศน์ของภูเขาที่มองเห็นอยู่ไกลๆ ว่าสวยงามเหมือนภาพเขียน ปรากฏขุนเขาประมาณ 200 แท่งเรียงราย ยอดเขารูปร่างแปลกตาเรียงรายกัน

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวร้องไห้โฮ!! แฟนหนุ่มกำลังซื้อกับข้าวมาให้ รถคว่ำ-กระบะเสยซ้ำดับคาสะพาน

 วันที่ 23 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.จีระศักดิ์ แอบแฝง สว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบนสะพานต่างระดับโป้ง ม.7 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อภายหลัง คือ นายสุพรรณ พนม อายุ 40 ปี พนักงานช่างตัดเย็บเสื้อผ้า นอนเสียชีวิตจมกองเลือด ในสภาพแขนขาหัก น่าสยดสยอง โดยมี น.ส.ปรางทิพย์ หัสรสา อายุ 36 ปี ยืนร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเศร้าโศก ปานจะขาดใจ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงต้องพาไปนั่งสงบสติอารมณ์ พร้อมทั้งนำผ้าคลุมร่างผู้เสียชีวิตไว้ก่อน สอบถาม น.ส.ซเบตา อายุ 35 ปี อาชีพแม่ค้าขายโรตี เล่าว่า ในขณะที่ตนเองขับรถพ่วงข้างขึ้นสะพาน ได้มีจยย.ของผู้ตายขับแซงมาด้านขวา และเฉี่ยวชนกับตนเอง จนล้มคว่ำ ก่อนจะมีรถยนต์กระบะวิ่งส่วนทางมาชนเข้าอย่างจัง แล้วขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เบื้องต้น พ.ต.ท.จีระศักดิ์ แอบแฝง สว.(สอบสวน) เจ้าของคดี ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และจะประสานงานตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามรถยนต์คันที่หลบหนีมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ น.ส.ปรางทิพย์ แฟนสาวผู้ตาย เล่าว่า นายสุพรรณ เป็นคนดีและขยันมาก จะทำโอทีกลับบ้านมืดค่ำทุกวัน ซึ่งก่อนเกิดเหตุผู้ตายเลิกงานและกำลังซื้อกับข้าวเข้ามาที่บ้าน

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวอะโกโก้ นัดเคลียร์หลังน้องใหม่มองหน้า สู้ยิบตาขวดเบียร์ปากฉลามตีแทงซ้ำ

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม 2559 ร.ต.อ.ศักดิ์ชาย จันลา รองสวป. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและมีการใช้อาวุธทำร้ายกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดขึ้นที่บริเวณปากซอย 6 ถนนเลียบชายหาดเมืองพัทยา ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา รุดตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบสาววัยรุ่นเกือบ 20 คน แบ่งข้างเป็นสองฝั่ง กำลังยืนส่งเสียงเอะอะโวยวายกันอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ตรวจสอบพบมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อคือ น.ส.จันทนิภา กู้เขียว อายุ 22 ปี พนักงานสาวอะโกโก้แห่งหนึ่งของเมืองพัทยา เลือดท่วมตัว สภาพใบหน้าปูดบวม มีบาดแผลถูกของมีคมแทงเข้าที่คิ้ว หน้าผากและแขนทั้งสองข้าง ได้รับบาดเจ็บค่อนข้างสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่ง รพ.บางละมุง ส่วนผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อคือ น.ส.กรรณิการ์ มิ่งขวัญ อายุ 20 ปี พนักงานสาวอะโกโก้ร้านเดียวกัน ไม่ได้หลบหนีไปไหน โดยในมือข้างขวาถือขวดเบียร์ที่แตกเป็นปากฉลาม ตำรวจจึงควบคุมตัว พร้อมยึดของกลางไว้เป็นหลักฐานจากการสอบถาม ผู้บาดเจ็บ ให้การว่า ระหว่างทำงานเต้นโคโยตี้ อยู่ที่ร้านอะโกโก้ ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเพิ่งมาทำงานเป็นวันแรกนั้น เมาสุรา ขณะกำลังเต้นระบำตามจังหวะเสียงเพลงอย่างสนุกสนาน ผู้ก่อเหตุยกเท้าใส่ลักษณะเยาะเย้ย ไม่ทราบสาเหตุอะไร เธอจึงเดินเข้าไปถามว่า “มีปัญหาอะไรไหม” จากนั้นก็เริ่มมีปากเสียงอย่างรุนแรง ต่อมาก็ได้นัดมาเคลียร์ปัญหากันนอกร้านบริเวณจุดเกิดเหตุ เมื่อถึงเวลา ผู้ก่อเหตุ ก็ไม่ได้พูดจาอะไรคว้าขวดเบียร์ที่พกติดตัวมาด้วย ฟาดเข้าที่ศีรษะ 1 ครั้ง จนขวดเบียร์แตกแล้วใช้ปากฉลามแทงเข้าที่ใบหน้าและแขนจำนวนหลาย 10 แผล ก่อนจะมีพลเมืองดีช่วยกันห้ามปรามและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุภายหลังสอบสวนเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุ ปฏิเสธว่า เธอไม่มีเจตนาเต้นยกเท้าใส่ ผู้บาดเจ็บ โดยยืนยันว่า ผู้บาดเจ็บ เป็นคนเข้ามาหาเรื่องแล้วคิดไปเอง ก่อนที่ตัวเธอจะถูกกระชากออกมาจากนอกร้านแล้วโดนทำร้าย จึงใช้ขวดเบียร์ที่กินอยู่ถือติดออกมาด้วยทำร้ายคืนเพื่อเป็นการป้องกันตัว เพราะว่าระหว่างเกิดเหตุได้มีบรรดาเพื่อนๆ ผู้บาดเจ็บ พยายามเข้ามาทำร้ายอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว ผู้ก่อเหตุ ไปสอบสวนดำเนินคดีของกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

มาแล้ว !! Parallels Desktop 12 รองรับ macOS Sierra, เร็วขึ้น 25% และมีฟีเจอร์ใหม่อีกเพียบ

parallels-12-03Parallels ได้เปิดตัว Parallels Desktop 12 for Mac เวอร์ชันใหม่ล่าสุด รองรับmacOS Sierra มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่อีกเพียบ นอกจากนี้ยังเปิดตัวแอพใหม่ Parallels Toolbox ที่จะทำให้ผู้ใช้สะดวกสบายกับปุ่มคีย์ลัดที่จำเป็น เช่น อัดวิดีโอหน้าจอ อัดเสียง ล็อกหน้าจอ เป็นต้น

สำหรับคนที่ไม่รู้จักโปรแกรม Parallels Desktop คืออะไร ทีมงานจะอธิบายให้ฟัง ก็คือ โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่สามารถใช้งาน Windows ไปพร้อม ๆ กับ macOS โดยไม่จำเป็นต้องบูทเครื่องไปหา Bootcamp ซึ่งจะสะดวกกว่าการบูทไป ๆ มา ๆ ระหว่าง 2 ระบบปฏิบัติการsierra-el-capitan-yosemite-mavericks-and-lion-on-parallels-desktop-12ซึ่งฟีเจอร์ Parallels Desktop 12 มาพร้อม ฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น สามารถเล่นเกม Xbox บน Windows 10 ผ่าน Parallels ได้ เล่นเกม Overwatch ผ่าน Parallels ได้, สามารถเปิดไฟล์เอกสารจาก SharePoint หรือ Office 365 ใน Windows ผ่าน Web Browser บนแมคได้parallels-12-05นอกจากนี้ Parallels ยังเคลมว่าสามารถเปิดโฟลเดอร์ที่แชร์เร็วขึ้นถึง 25%, รองรับ Retina Display, รองรับ Windows Sever 2016 และแถมโปรแกรมแบคอัพข้อมูล จาก Acronis จำนวน 500 GB เป็นเวลา 1 ปีเต็มparallels-12-01สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของ Parallels 10 และ 11 อยู่ สามารถอัพเดทเป็นเวอร์ชัน 12 ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ในราคา 49 ดอลลาร์เท่านั้น ส่วนใครที่ยังไม่เคยซื้อ ก็สามารถกดซื้อ Parallels Desktop 12 ในราคา 79 ดอลลาร์ ซึ่งสามารถทดลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อได้นาน 14 วันแบบฟรี ๆ !! และใครที่กดซื้อ Parallels ตั้งแต่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป สามารถอัพเดทเป็นเวอร์ชัน 12 ได้ฟรี เช่นกัน

ที่มา – 9to5Mac, MacRumors

ยอดขาย iPhone และมือถือ Android รวมกันตอนนี้มากกว่า 99% แล้ว

Galaxy-S7-iPhone-6sGartner บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล ได้เผยสถิติเกี่ยวกับส่วนแบ่งสมาร์ทโฟนแบ่งแยกตามระบบปฏิบัติการ ซึ่ง Android และ iOS เป็นระบบปฏิบัติการที่มีการใช้งานมากที่สุด

ล่าสุดได้มีการเผยตัวเลขส่วนแบ่งสมาร์ทโฟนในไตรมาสที่ 2 ที่ใช้ Android และ iOS รวมกันสูงถึง 99.1% ซึ่งเมื่อเทียบกับปีที่แล้วในไตรมาสเดียวกันอยู่ที่ 96.8%

เมื่อแบ่งตามระบบปฏิบัติการ พบว่ามือถือแอนดรอย ไตรมาสนี้ขายได้ 2.96 แสนล้านเครื่อง คิดเป็นส่วนแบ่ง 86.2% ส่วน iOS หรือไอโฟน มียอดขายอยู่ที่ 4.44 หมื่นล้านเครื่อง คิดเป็นส่วนแบ่ง 12.9% สำหรับระบบปฏิบัติการอื่น ๆ อย่าง Windows, Blackberry และอื่น ๆ รวมกันยังไม่ถึง 1%gartner_smartphone_os_2q16จากสถิติข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า ระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนในปัจจุบันคงเหลือแค่ 2 ระบบปฏิบัติการนี้เท่านั้น ระบบปฏิบัติการอื่น ๆ หรือระบบปฏิบัติการหน้าใหม่ ๆ อาจจะต้องเหนื่อยซักหน่อย

จากการคาดการณ์สาเหตุที่ระบบปฏิบัติการ 2 เจ้านี้มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ก็น่าจะมาจาก มีการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง และมี Play Store และ App Store ที่แข็งแกร่ง มีนักพัฒนายินดีที่จะพัฒนาแอพ เกมลง 2 แพลตฟอร์มมากกว่าระบบปฏิบัติการอื่น ๆ

ที่มา – MacRumors

ทะเลาะกันบานปลายเรื่องละคร บังกลาฯตีกันนับร้อย ตร.ต้องใช้แก๊สน้ำตา

เมื่อ 19 ส.ค. บีบีซีรายงานเหตุการณ์ไม่คาดคิดในบังกลาเทศ เมื่อผู้ชมละครฮิตของอินเดียทะเลาะวิวาทกัน บานปลายจนเป็นการปะทะระหว่างฝูงชนนับร้อย จนมีผู้บาดเจ็บสะบักสะบอมถึง 15 คน เหตุเริ่มเกิดในร้านกาแฟของหมู่บ้านโดล ในเขตฮาบิกานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชายสองคนเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับพล็อตเรื่องของละครแนวแฟนตาซีเรื่องKiranmala เรื่องราวของเจ้าหญิงที่ปกป้องมนุษย์จากปีศาจร้าย สร้างโดยทีมงานของอินเดีย จากนั้นต่างฝ่ายต่างก็หาคนสนับสนุนแนวคิดของตนเอง

ต่อมากลุ่มคนเริ่มพูดจากระทบกระทั่งกันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นการต่อสู้กันด้วยไม้และมีด จนตำรวจต้องเข้ามาแทรกแซงระงับเหตุการณ์ ด้วยการยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนปลอม

ผู้กำกับการตำรวจท้องถิ่น ยาสินุล ฮัก ให้สัมภาษณ์บีบีซี ว่า ตำรวจยิงกระสุนยางห้ามศึกไป 5 นัด ตามด้วยแก๊สน้ำตาควบคุมฝูงชน ก่อนพาผู้บาดเจ็บ 15 คนไปโรงพยาบาล ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า มีผู้บาดเจ็บนับร้อยคน

สำหรับหนังและละครอินเดียยังคงเป็นที่ชื่นชอบในสังคมบังกลาเทศ โดยเฉพาะละครเรื่อง คิรันมาลา ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงนี้ ส่วนปีก่อนเคยมีเหตุสลด ที่วัยรุ่นบังกลาเทศ 2 คนฆ่าตัวตาย เพราะน้อยใจที่พ่อแม่ไม่ซื้อเสื้อแบบที่เจ้าหญิงในละครให้

ที่มา>>>ข่าวสด

ก็ชีวิตติดโซเชี่ยล!! หนุ่มสุดฮารถล้มแต่ยังขำถ่ายเซลฟี่ท่านอนวัดพื้นซะเลย

กลายเป็นภาพที่ถูกแชร์ไปทั่วโซเชี่ยลเมื่อหนุ่มคนหนึ่งรถล้ม แต่มีอารมณ์ถ่ายเซลฟี่ตัวเอง โดยพบว่า สมาชิกเฟซบุ๊ก Nantawat Faros Mtr ซึ่งเป็นชาวสกลนคร ได้แชร์ภาพตัวเองลงเฟซบุ๊กในลักษณะนอนอยู่กับสนามหญ้าและมีรถบิ๊กไบก์ล้มอยู่ด้านหลัง พร้อมบรรยายภาพว่า “เรียบร้อย” เมื่อเพื่อนๆ เข้ามาถามก็ได้บอกว่า รถชนกับสามล้อ ซึ่งเพื่อนก็ยังได้ถามต่อไปว่า ยังจะถ่ายรูปได้อีก หนุ่มรายนี้ก็เลยตอบกลับว่า “ชีวิตติดโซเชี่ยล” ซึ่งสร้างความขำและรอยยิ้มให้กับผู้เห็นภาพอย่างมาก โดยหนุ่มรายนี้พบว่าบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยที่บริเวณไหล่และขา ส่วนภาพดังกล่าวถ่ายระหว่างรอรถพยาบาลมาช่วยเหลือ และอยากโพสต์ให้สนุกสนานไม่เครียดเท่านั้น 

ที่มา>>>ข่าวสด