แบงก์ 5 พันจ๊าตปลอมระบาดฝั่งเมียนมา เผยหัวหน้าแก๊งเป็นคนไทย

ผู้การตำรวจเมียวดี ข้ามมาประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ไทยที่แม่สอด จ.ตาก ขอความร่วมมือตามล่าตัวหัวหน้าแก๊งที่เป็นคนไทย ปลอมแบงก์ 5 พันจ๊าต ใช้ซื้อของในฝั่งเมียนมา…

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 มี.ค.59 ที่ห้องประชุมสบเมย โรงแรมเซ็นทรัลแม่สอดฮิลล์รีสอร์ท เขตเทศบาลนครแม่สอด จังหวัดตากและจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ได้มีการประชุมประสานงานปราบปรามยาเสพติดชายแดนไทย-เมียนมา โดยมี นายธนยศ ปานขาว นายอำเภอแม่สอด เป็นประธานฝ่ายไทย ส่วนฝ่ายเมียนมา มี พ.ต.ท.ติ่นเมียว ทู ผู้บังคับการตำรวจเมียวดี เป็นหัวหน้าชุดและหน่วยงานความมั่นคงชายแดนจังหวัดเมียวดี เข้าร่วมประชุมหารือ

ทั้งนี้ นอกจากการประชุมเกี่ยวกับการปราบปรามการค้ายาเสพติดแล้ว ทางการเมียนมายังได้ประสานกับฝ่ายความมั่นคงของไทย ให้ช่วยขยายผลและติดตามจับกุมตัวคนไทยที่เป็นหัวหน้าขบวนการปลอมธนบัตรของเมียนมาด้วย โดยเหตุเกิดหลายวันก่อนมีแรงงานชาวเมียนมาข้ามมาจากฝั่งไทยและนำแบงก์ใบละ 5,000 จ๊าตปลอมจำนวนมากไปซื้อของในตลาดจังหวัดเมียวดีและถูกจับกุมตัวได้

จากการสอบสวนแรงงานคนดังกล่าวได้ซัดทอดพร้อมนำรูปถ่ายตัวการคนไทยให้กับตำรวจเมียวดี ซึ่งเรื่องนี้นายธนยศ ปานขาว นอภ.แม่สอด รับปากว่าจะประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเพื่อสืบสวนและจับกุมตัวบุคคลดังกล่าว ส่งให้กับทางการเมียนมาต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

พ่นเถ้าถ่านสูง 2 หมื่นฟุต! ภูเขาไฟที่อะแลสการะเบิด ยกเลิกเที่ยวบินอื้อ

ภูเขา1

ภูเขาไฟพาฟลอฟ ในรัฐอะแลสกา ระเบิดพ่นเถ้าถ่านสูงถึง 2 หมื่นฟุตขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่งผลให้สายการบินอะแลสกา แอร์ไลน์ส ต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินเพิ่ม หลังยกเลิกไปแล้วกว่า 40 เที่ยว

เมื่อ 29 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน สายการบินอะแลสกา แอร์ไลน์สประกาศยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอีก หลังจากยกเลิกไปแล้วถึง 41 เที่ยวบินในประเทศสหรัฐฯ อันเนื่องจาก ภูเขาไฟพาฟลอฟ (Pavlof) ที่รัฐอะแลสกา ระเบิดครั้งใหญ่ พ่นเถ้าถ่านสูงนับ 20,000ฟุต พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยสายการบินอะแลสกา แอร์ไลน์ส ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ซีแอตเทิล แจ้งว่า การยกเลิกเที่ยวบินครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารนับ 3,300 คนเลยทีเดียว และทางสายการบินจะกลับมาให้บริการตามปกติ หากสภาพอากาศและทัศนวิสัยดีขึ้น

ภูเขา2

สำนักงานภูมิศาสตร์ของสหรัฐฯ รายงานว่า ภูเขาไฟพาฟลอฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังมีพลังมากที่สุดในรัฐอะแลสกา และมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4.4 ไมล์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแหลมอะแลสกา ได้เริ่มระเบิดพ่นเถ้าถ่านออกมาอีกครั้ง ตั้งแต่บ่ายของวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้ ภูเขาไฟพาฟลอฟได้เกิดระเบิดขึ้นเมื่อปี 2556 และพ่นเถ้าถ่านขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงถึง 27,000 ฟุต

ที่มา>>>Thairath

เจ้าชายวิลเลี่ยม ชม เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ทั้งน่ารักและอ่อนโยน

 * เจ้าชายวิลเลี่ยม ชม เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ทั้งน่ารักและอ่อนโยน *

   เจ้าชายวิลเลี่ยม ชม เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ทั้งน่ารักและอ่อนโยน

   เจ้าชายวิลเลี่ยม (Prince William) ได้พูดพระธิดาตัวน้อย เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ (Princess Charlotte) วัย 9 เดือนว่าลุกสาวเป็นเด็กที่น่ารักเลี้ยงง่ายและอ่อนโยนมาก แต่กระนั้นคุณพ่อลูกสองก็ยังกล่าวถึงเด็กๆ ว่า “การเลี้ยงลูกก็ดี ยังไม่มีใครขาหักแขนหัก แต่พวกเขาก็พยายามวิ่ง กระโดด จับนั่นแตะนี่” ขณะที่เมื่อพูดถึงเจ้าหญิงองค์น้อย คุณพ่อก็กล่าวว่า “แต่ในฐานะพ่อ ก็คงต้องรอดูจนกว่าเขาจะโต อายุสัก 9-11 ขวบ ถึงตอนนั้นอาจมีเรื่องน่าปวดหัวขึ้นก็ได้”

แชร์สนั่น หนุ่มเกาหลีโหด กระทืบกะเทยไทย คิดว่าเป็นหญิงแท้แต่จีบไม่ติด

แชร์สนั่น หนุ่มเกาหลีโหด กระทืบกะเทยไทย คิดว่าเป็นหญิงแท้แต่จีบไม่ติด

หนุ่มเกาหลีกระทืบกระเทย

ผู้ชายเกาหลีดี ๆ อาจจะมีแค่ในซีรีส์ ! กะเทยไทยเผยคลิปสุดโหด โดนหนุ่มเกาหลีรัวบาทาไม่ยั้ง จิกหัวโขกพื้น เตะน่วม เหตุเพราะคิดว่าเป็นหญิงแท้แต่ไม่ยอมเล่นด้วย เผยขนาดนึกว่าเป็นผู้หญิงยังทำได้ลงคอ

ดูคลิปแล้วถึงกับต้องอุทานว่าโหดร้ายสุด ๆ สำหรับคลิปเหตุการณ์ผู้ชายเกาหลีทำร้ายกะเทยไทย เนื่องจากคิดว่าเป็นหญิงแท้แต่เข้าไปจีบแล้วอีกฝ่ายไม่เล่นด้วย ด้วยฤทธิ์สุราหรือด้วยนิสัยส่วนตัว จู่ ๆ ก็ลงมือทำร้ายร่างกาย จนกะเทยไทยนั้นบาดเจ็บหน้าเยิน !!

โดยเหตุการณ์นี้ คุณ Kittikhun Sangtubtim ได้โพสต์เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 เธอเล่าว่า อยากจะฝากเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับหญิงสาวที่ไปเที่ยวเกาหลี ว่าชีวิตจริง ๆ แล้วผู้ชายเกาหลีไม่ได้อ่อนโยนดุจดั่งในซีรีส์ที่เราชมกัน โดยวันที่เกิดเหตุนั้นเธอไปนั่งกินข้าวกับเพื่อน จู่ ๆ ผู้ชายเกาหลีก็เข้ามาคุยด้วย ออกแนวจีบ แต่เธอไม่เล่นด้วย แถมบอกว่ามีแฟนแล้วแต่ก็ยังกวนไม่เลิก เอามือสะกิดหลังบอกว่า “เลิฟยู” ไม่หยุด ซึ่งตอนนั้นชายเกาหลีคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงแท้..

อ่านเพิ่มเติม แชร์สนั่น หนุ่มเกาหลีโหด กระทืบกะเทยไทย คิดว่าเป็นหญิงแท้แต่จีบไม่ติด

เผยภาพ เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัวแสนอบอุ่น ในวันพักผ่อน

 * เผยภาพ เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัวแสนอบอุ่น ในวันพักผ่อน *

เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัว

เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัว

วังเคนซิงตัน เผยภาพครอบครัวอบอุ่น เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท เจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ในวันพักผ่อน

วันที่ 7 มีนาคม 2559 วังเคนซิงตัน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้เผยแพร่ภาพครอบครัวของ เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พร้อมโอรสและธิดา เจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ขณะพักผ่อน ณ French Alps

จากภาพถ่ายท่ามกลางหิมะ เผยให้เห็นทุกพระองค์พระพักตร์ยิ้มแย้มเบิกบาน นอกจากนี้ยังมีภาพดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ขณะทรงเล่นหิมะด้วยกัน เป็นภาพครอบครัวที่สดใสและอบอุ่นเป็นอย่างมาก

ภาพจาก John Stillwell / POOL / AFP

เกิดระเบิด 2 ครั้งซ้อน ที่สนามบินในบรัสเซลส์ ดับแล้ว 11 เจ็บกว่า 20 ราย

 * เกิดระเบิด 2 ครั้งซ้อน ที่สนามบินในบรัสเซลส์ ดับแล้ว 11 เจ็บกว่า 20 ราย *

เกิดระเบิด 2 ครั้งซ้อน ที่สนามบินในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม พบตาย 11 เจ็บกว่า 20 ราย สั่งปิดล้อมสนามบิน-เร่งอพยพคนออก-ยกเลิกเที่ยวบิน

สนามบิน บรัสเซลส์

วันที่ 22 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เอ็กซ์เพรส มีรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 ครั้งภายในสนามบินที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย และบาดเจ็บอีกไม่ต่ำกว่า 20 ราย และคนอีกนับร้อยยังติดอยู่ภายในสนามบินที่ถูกปิดหลังเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งอพยพคนทั้งหมดออกมา

– ระเบิด 2 ครั้งซ้อนที่สนามบิน Zaventem

รายงานเปิดเผยว่า ระเบิดทั้ง 2 ครั้งเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณหน้าเคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบินอเมริกัน โดยมีรายงานที่ไม่ยืนยันอ้างว่าระเบิดถูกวางอยู่ติดกับเคาน์เตอร์

ด้านโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่ภาพจากภายในสนามบิน ที่ผู้คนต่างทิ้งสัมภาระวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ในขณะที่ตัวอาคารผู้โดยสารนั้นได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด และสื่อเบลเยียมยังเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ระงับการเดินทางของรถไฟที่มุ่งหน้าไปยังสนามบินแล้ว รวมถึงยกเลิกเที่ยวบินที่จะเข้าและออกจากสนามบินทั้งหมด

ทั้งนี้เหตุ ระเบิดในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อไม่กี่วันก่อน ซาเลาะห์ อับเดสลาม ผู้ต้องหาจากคดีก่อการร้าย กราดยิง-วางระเบิดปารีส เพิ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในเมืองโมเลนบีค ชานกรุงบรัสเซลล์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา

– เหตุระเบิดซ้ำในสถานีรถไฟใต้ดิน Maalbeek

สนามบิน บรัสเซลส์

ขณะที่ต่อมา เว็บไซต์อินดิเพนเดนท์ มีรายงานเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดิน Maalbeek ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงบรัสเซลส์ และอยู่ใกล้กับอาคารของ EU ส่งผลให้ผู้โดยสารต่างวิ่งหนีออกมากจากสถานีที่เต็มไปด้วยควัน

ทั้งนี้รายงานระบุว่าเหตุระเบิดนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อนที่สนามบิน จากนั้นกรมการขนส่งได้สั่งปิดสถานีรถไฟใต้ดินทั้งหมดในกรุงบรัสเซลแล้ว

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @AmichaiStein1, ทวิตเตอร์ @AAhronheim

ชิคาโกย้อมแม่น้ำเป็นสีเขียว ฉลองวันเซนต์แพทริก

 * ชิคาโกย้อมแม่น้ำเป็นสีเขียว ฉลองวันเซนต์แพทริก *

แม่น้ำชิคาโก

เผยคลิปวิดีโอการย้อมสีแม่น้ำชิคาโกเป็นสีเขียวสวย ฉลองวันเซนต์แพทริก วันสำคัญของประชาชนเชื้อสายไอริชทั่วโลก โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 54 แล้ว

รายงานจากเว็บไซต์ชิคาโกอิสต์ ระบุว่า วันเซนต์แพทริกนั้นตรงกับวันที่ 17 มีนาคมของทุกปี เป็นวันที่เซนต์แพทริก นักบุญผู้ปกป้องคุ้มครองไอร์แลนด์ได้เสียชีวิตลง และชาวไอริชที่อพยพกระจายตัวไปอยู่ทุกสารทิศทั่วโลก ก็จะมีการจัดพาเหรดและจัดการฉลองวันเซนต์แพทริกขึ้นมา เพื่อรำลึกถึงนักบุญเซนต์แพทริก โดยหากวันที่ 17 มีนาคมไม่ตรงกับวันเสาร์ ก็จะมีการฉลองในวันเสาร์ก่อนจะถึงวันเซนต์แพทริกแทน ซึ่งปีนี้ก็ตรงกับวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา

แม่น้ำชิคาโก

สีเขียวถูกเลือกให้เป็นสีประจำเทศกาลนี้ เพราะเป็นสีของใบแชมร็อค (Shamrock) สัญลักษณ์ของไอร์แลนด์ ผู้คนจึงพากันสวมใส่เสื้อผ้าสีเขียว เพื่อแสดงพลังแห่งชนชาติ และที่นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา ก็มีการย้อมแม่น้ำให้เป็นสีเขียวจนดูแปลกตา

แม่น้ำชิคาโก

การย้อมแม่น้ำชิคาโกให้เป็นสีเขียวกลายเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 โดยจะมีการโรยผงย้อมสีแม่น้ำ ซึ่งผงสีดังกล่าวเป็นผงจากผัก ได้รับการทดสอบและยืนยันแล้วว่าไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้หลังจากย้อมแม่น้ำให้กลายเป็นสีเขียวแล้ว แม่น้ำก็จะเป็นสีเขียวให้เป็นอย่างนี้ 6-10 ชั่วโมง ก่อนจะกลับเป็นสีธรรมชาติในที่สุด

คนขับแท็กซี่เมินป้ายเตือน ซิ่งรถฝ่าถนนลาดปูนใหม่ ๆ ติดแหง็กตามระเบียบ

 * คนขับแท็กซี่เมินป้ายเตือน ซิ่งรถฝ่าถนนลาดปูนใหม่ ๆ ติดแหง็กตามระเบียบ *

แท็กซี่ลงถนนลาดปูนใหม่

แท็กซี่ลงถนนลาดปูนใหม่

คนขับแท็กซี่ชาวจีนพยายามซิ่งรถฝ่าแผงกั้นถนนที่เพิ่งลาดซีเมนต์ใหม่ ซวยหนักไปตามระเบียบ รถจมลงซีเมนต์เปียกทั้ง 4 ล้อ เข็ดหลาบไปอีกนาน

รายงานจากเว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในมณฑลฉงชิ่งของจีน คนขับแท็กซี่รายนี้ได้พยายามขับรถฝ่าแผงกั้นถนนลาดซีเมนต์ใหม่ ๆ โดยคิดไปเองว่ามันคงจะใช้งานได้ แต่แล้วการตัดสินใจฝ่าแผงกั้นทางและละเลยป้ายเตือนครั้งนี้ กลับทำให้เขาเสียเวลาไปอีกนานโข เพราะหลังจากที่รถเหยียบผ่าน รถก็จมลงไปทั้ง 4 ล้อ ติดแหง็กไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนได้เลย

หลังจากที่ติดแหง็กบนซีเมนต์ดังกล่าว คนขับแท็กซี่รายนี้ก็แจ้งตำรวจให้เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งก็เป็นไปอย่างยากลำบากไม่น้อย เพราะยิ่งเวลาผ่านไปซีเมนต์ก็เริ่มแห้งเกาะติดล้อแน่นขึ้น นอกจากจะเดือดร้อนตำรวจแล้วยังเดือดร้อนคนงานต้องมาเทซีเมนต์ใหม่ เฮ้อ… คนเรานี่ก็น้อออออ

ภาพจาก Weibo

อีกแล้ว ผู้โดยสารเปิดประตูเครื่องบินฉุกเฉินก่อนเทคออฟ บอกอยากสูดอากาศ

 * อีกแล้ว ผู้โดยสารเปิดประตูเครื่องบินฉุกเฉินก่อนเทคออฟ บอกอยากสูดอากาศ *

เปิดประตูฉุกเฉินเครื่องบิน

ผู้โดยสารชาวจีนทำเครื่องบินดีเลย์ยาวอีกครั้ง หลังมือบอนไปแง้มประตูฉุกเฉินขณะที่เครื่องกำลังจะขึ้น เหตุผลเพียงเพราะอยากสูดอากาศบริสุทธิ์

วันที่ 10 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เปิดเผยข่าวชวนอึ้ง สำหรับวีรกรรมนักท่องเที่ยวจีนครั้งใหม่ โดยล่าสุด เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม บนเครื่องบินของสายการบินไชน่าเซาเทิร์น เที่ยวบินช่วงเช้าจากเมืองเฉิงตู มุ่งหน้าสู่เมืองอุรุมชี

ขณะที่เครื่องบินกำลังจะทะยานสู่ฟ้านั้นเอง ผู้โดยสารรายหนึ่งเกิดอยากสูดอากาศบริสุทธิ์ จึงเปิดประตูฉุกเฉินเอาดื้อ ๆ จนต้องระงับการบินชั่วคราว และทำให้เครื่องบินลำดังกล่าวดีเลย์ไปเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ในขณะที่พนักงานของท่าอากาศยานต้องรีบมาช่วยกันปิดประตู และหาสาเหตุว่าทำไมประตูจึงเปิดออก

รายงานระบุว่า ชายคนที่เป็นต้นเหตุได้อธิบายว่า เขาเข้าใจผิดคิดว่าที่เปิดประตูฉุกเฉินคือที่ปรับระดับหน้าต่าง ซึ่งเขาตั้งใจจะเปิดมันเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์จากภายนอก ไม่ได้ต้องการก่อความวุ่นวายแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักท่องเที่ยวจีนก่อวีรกรรมเปิดประตูฉุกเฉินของเครื่องบินแบบตามใจชอบ จากการบันทึกของสื่อและกรมการบินพลเรือนจีน พบว่านักท่องเที่ยวจีนได้ลงมือเปิดประตูฉุกเฉินมาแล้วกว่า 15 ครั้ง ในระยะเวลาเพียงครึ่งปีแรกของปี 2558

ภาพจาก NetEase

เด็กขวบครึ่งดับ ป่วยแต่พ่อแม่ไม่พาไปหาหมอ ป้อนยาครอบจักรวาลให้แทน

 * เด็กขวบครึ่งดับ ป่วยแต่พ่อแม่ไม่พาไปหาหมอ ป้อนยาครอบจักรวาลให้แทน *

พ่อแม่ป้อนยาครอบจักรวาล

พ่อแม่ป้อนยาครอบจักรวาล

พ่อ-แม่ชาวแคนาดาถูกฉะยับ ไม่พาลูกวัย 19 เดือนไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการป่วย แต่กลับป้อนยาครอบจักรวาลที่ครอบครัวเป็นผู้ขายรายใหญ่ให้ สุดท้ายเด็กเสียชีวิต แต่ล่าสุดศาลตัดสินให้เป็นผู้บริสุทธิ์เพราะเข้าใจเจตนาดี

วันที่ 8 มีนาคม 2559 เว็บไซต์ฮัฟฟิงตันโพสต์ เปิดเผยคดีสุดสะเทือนใจ เดวิดและคอลเล็ต สเตฟาน คู่สามีภรรยาชาวอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ถูกควบคุมตัวเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2556 ข้อหาไม่พาเด็กในปกครองเข้ารับบริการทางการแพทย์ และไม่รับการฉีดวัคซีนที่จำเป็นสำหรับเด็ก จนกระทั่งเป็นเหตุให้ลูกชายวัย 19 เดือนเสียชีวิต

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนมีนาคม ปี 2555 เด็กชายเอซีเคล สเตฟาน วัย 19 เดือน ป่วยเป็นโรคคล้ายหวัดเป็นเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ พ่อและแม่ของเด็กชายไม่พาลูกไปหาแพทย์เพื่อรับการรักษาตามที่ควรจะเป็น แต่กลับป้อนยาน้ำครอบจักรวาลซึ่งเป็นสินค้าที่ผลิตในครอบครัว โดยมีส่วนผสมของน้ำเชื่อมเมเปิล น้ำเปล่า น้ำส้มสายชูแอปเปิล รากฮอสแรดิช พริกไทย หัวหอม กระเทียม และขิง

จากคำให้การของคอลเล็ต สเตฟาน ผู้เป็นแม่ ระบุว่า เพื่อนที่เป็นนางพยาบาลเคยวิเคราะห์อาการของเอซีเคล และแนะนำว่าเด็กชายควรพบแพทย์ด่วน เพราะอาการคล้ายโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แต่นายเดวิดและนางคอลเล็ตกลับปฏิเสธ และบอกกับเพื่อนของเธอว่า พวกเขาจะรักษาลูกด้วยวิธีธรรมชาติ และลงมือป้อนยาน้ำครอบจักรวาลตามที่กล่าวไปข้างต้น

จนในวาระสุดท้าย เด็กชายเอซีเคลป่วยหนักอยู่ราว 2-3 วัน และหยุดหายใจไปดื้อ ๆ สุดท้ายเดวิดและคอลเล็ตต้องจำใจเรียกรถพยาบาล ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขามาช่วยแต่ไม่ทันกาล เด็กชายเอซีเคลเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ตำรวจเข้าจับกุมคู่สามีภรรยาดำเนินคดี ในข้อหาปล่อยปละละเลยและไม่ให้การรักษาพยาบาลกับเด็กอย่างที่ควรจะเป็น

กระทั่งล่าสุด ในเดือนมีนาคม ปี 2559 ศาลได้มีคำสั่งตัดสินให้เดวิดและคอลเล็ตเป็นผู้บริสุทธิ์ เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากเจตนาที่ต้องการช่วยลูกน้อยให้หายจากอาการเจ็บป่วย ซึ่งเป็นสัญชาตญาณของผู้เป็นพ่อแม่แล้ว ก็พบว่าทั้งคู่ทำไปเพราะรักและเป็นห่วงลูกชายจริง ๆ ไม่ได้ต้องการฆ่าเด็กน้อยแต่อย่างใด

อนึ่ง ครอบครัวสเตฟาน เป็นผู้ริเริ่มและก่อตั้งบริษัทด้านยาและอาหารเสริม ชื่อ Truehope Nutritional Support ซึ่งมีนายแอนโธนี สเตฟาน พ่อของเดวิด เป็นผู้เริ่มกิจการในปี 2539 โดยมีผลิตภัณฑ์ที่อ้างสรรพคุณว่าช่วยรักษาโรคได้หลากหลาย ตั้งแต่ โรคสมาธิสั้น โรควิตกกังวล โรคออทิสติก โรคไบโพลาร์ โรคซึมเศร้า โรคเครียด และอาการล้าเรื้อรัง

แต่ทั้งนี้ นายแอนโธนีได้กล่าวกับสื่อว่า ถึงแม้เขาจะเป็นผู้จัดจำหน่ายยาครอบจักรวาล แต่ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวของเขาต่อต้านการแพทย์แผนปัจจุบัน หรือต่อต้านการให้วัคซีนในเด็ก แต่คนในสังคมตีความว่าพวกเขาเป็นอย่างนั้นไปเอง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Collet Stephan