สลด! นักเรียน ม.ต้น ลงเรือเล่นในอ่างเก็บน้ำ ก่อนคว่ำ 2 ดช.จมดับ ชาวบ้านลืออาถรรพ์ศาลปู่ตา

วันที่ 9 ก.พ. ร.ต.อ.พงษ์พิทักษ์ ประณมศรี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ รับแจ้งว่ามีเด็กนักเรียนจมน้ำที่บริเวณ อ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว หลังศาลเจ้าพ่อดอนปู่ตาเซียงโด หมู่ 6 บ้านผือน้อย ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยฮุก 31 จุดรัตนบุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิจิ๊บเต็กเซียงตึ้งกู้ภัยสุรินทร์

ที่เกิดเหตุพบกลุ่มเพื่อนนักเรียนและชาวบ้านมุงอยู่บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ซึ่งอยู่ใกล้กับศาลเจ้าพ่อดอนปู่ตาเซียงโด โดยทราบว่ามีเด็กจมน้ำ 2 ราย ชาวบ้านได้ช่วยกันงมร่างขึ้นมาได้ 1 ราย ทราบชื่อคือ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.รัตนบุรี ก่อนรีบพาส่งโรงพยาบาลรัตนบุรี แต่เนื่องจาก ด.ช.เอ ขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ลงงมร่างของ ด.ช.บี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนเดียวกัน ซึ่งยังจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำ จนผ่านไปประมาณ 30 นาทึ จึงพบร่าง ด.ช.บี ซึ่งจมอยู่ใต้น้ำลึก 2 เมตร โดยมีสายบัวพันขาอยู่ จึงนำศพขึ้นฝั่งและส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลรัตนบุรี

จากการสอบถามเพื่อนนักเรียนที่มาด้วยกันทราบว่า วันนี้มีเรียนแค่คาบเช้าช่วงบ่ายจึงว่าง จนช่วงพักเที่ยงจึงชักชวนเพื่อนๆ มาเล่นน้ำในอ่างดังกล่าว แต่ลงเล่นน้ำกันเพียง 6 คน โดยพายเรือออกไปกลางอ่างที่มีบัวขึ้นอยู่เต็ม แต่ด้วยความที่นั่งกันในเรือเยอะ น้ำจึงได้ทะลักเข้ามาในเรืออย่างรวดเร็ว เพื่อนที่อยู่ในเรือจึงช่วยกันวิดน้ำออก แต่กลับทำให้เรือโยกไปมาก่อนคว่ำลง ขณะนั้นทั้งหมดต่างพากันว่ายน้ำขึ้นฝั่งเพื่อเอาตัวรอด กระทั่งเพื่อน 2 คนจนหายไปต่อหน้า ขณะนั้นมีชาวบ้านที่มาหาปลามาช่วยเหลืองมร่างเพื่อนขึ้นมาได้ 1 คน แต่พบว่าเพื่อนไม่หายใจแล้ว ก่อนวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านให้ช่วยแจ้งกู้ภัยมาดังกล่าว

ขณะที่นายปรีชา สีโสดา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรัตนบุรี เผยว่าบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว ซึ่งอยู่ด้านหลังศาลเจ้าพ่อดอนปู่ตา ชาวบ้านแถวนี้ไม่ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ เพราะว่าปู่ย่าตายายเคยเล่าให้ฟังถึงความศักดิ์สิทธิ์และอาถรรพ์ของดง และศาลปู่ตาแห่งนี้ให้ฟังอยู่เสมอๆ และที่อ่างเก็บน้ำห้วยแก้วก็เคยมีคนจมน้ำตายมาหลายรายแล้ว ซึ่งชาวบ้านต่างก็ล่ำลือถึงความอาถรรพ์มากมาย จนไม่มีใครกล้าเข้ามาเล่นน้ำบริเวณนี้ แต่เนื่องจากเด็กเหล่านี้เป็นคนมาจากต่างถิ่น จึงไม่รู้ว่าบริเวณนี้มีความเป็นมาอย่างไรจึงไม่ได้กลัวกัน และอาจจะนึกว่าบริเวณนี้ห่างจากหมู่บ้านไม่มีใครเห็น เพราะว่าทุกคนต่างก็หนีโรงเรียนออกมาเล่นน้ำ สุดท้ายจึงได้เกิดเหตุสลดขึ้นดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

เคลื่อนไหวแล้ว ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’โพสต์ไอจีแรก หลังเป็นข่าวพัวพันกับ‘ไซซะนะ’

หลังนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง สามีดาราสาว ‘แพท ณปภา’ ถูกตำรวจ บช.ปส. เชิญมาใช้ข้อมูล หลังพบเชื่อมโยง ‘ไซซะนะ’ พ่อค้ายาชาวลาว โดยเจ้าตัวยืนยันตัวเองบริสุทธิ์และไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ตำรวจยังสงสัยในประเด็นที่หนุ่มเบนซ์อ้างว่า ยืมเงิน 6 ล้านบาทจากนายบอย เพื่อนและเอเยนต์ค้ายา มาซื้อรถหรูลัมโบร์กินี

ล่าสุดหนุ่มเบนซ์เคลื่อนไหวในไอจีครั้งแรก หลังเป็นข่าวครึกโครม โดยโพสต์ภาพเซลฟี่ตัวเอง ซึ่งมีแฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจจำนวนมาก

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดรันทด! พิการทั้งครอบครัว สามีวัย 90 ป่วยอัมพฤกษ์ ลูกชายเป็นอัมพาต แม่วัย 88 ต้องรับภาระเลี้ยงดู

วันที่ 2 ก.พ. นางศิริลักษณ์ พลละเอียด นายกเหล่ากาชาดชุมพร รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ 3 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ว่าพบครอบครัวสุดรันทด พิการทั้งบ้าน ให้แม่อายุร่วม 100 ปี ดูแลลูกกับสามี จึงพร้อมด้วยทีมกาชาดชุมพร นายโชคชัย ว่องกูล นายก อบต.นาขา นายสายัณห์ จุ้ยนคร ประธาน สภา อบต.นาขา นายคนึง ตังสุรัตน์ ผญบ.หมู่ 3 รุดไปตรวจสอบ

ภายในสวนมังคุด เนื้อที่ 1ไร่เศษ ที่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 3 ต.นาขา เป็นบ้านชั้นเดียว พื้นบ้านเป็นดิน มีชาวบ้านหลายคนกำลังกุลีกุจอ ปัดกวาดบริเวณบ้าน ที่หน้าบ้านสร้างเป็นเพิงมุงหลังคากั้นเป็นห้องเล็กๆ มีกลิ่นเหม็นอับปนเหม็นเน่าโชยออกมา ส่วนที่บนเตียงไม้เก่าๆ พบนายสมชาย วิชัยรัตน์ อายุ 62 ปี ป่วยเป็นอัมพาต นอนบนเตียง ไม่สวมเสื้อ มีเพียงผ้าขาวม้าห่อหุ้มท่อนล่าง หน้าตาหนวดเครารุงรัง ผมยาว เล็บมือยาว ดำ ส่งกลิ่นเหม็นเน่า เมื่อเห็นคณะที่มาเยี่ยม นายสมชายถึงกับน้ำตาไหลพราก พร้อมทั้งส่งเสียงพูดอ้อแอ้ จับใจความไม่ได้ เมื่อพลิกด้านหลังพบต้นเหตุของกลิ่นเน่า เมื่อมีแผลกดทับเริ่มเน่าไปทั้งแผ่นหลัง เบื้องต้นพบว่าร่างกายพิการทั้งตัวขยับได้เพียงแขนและลูกตาเท่านั้น

ขณะที่ภายในบ้านมีเตียงไม้เก่าๆ อีก 1 เตียง บนเตียงมีนายวิเชียร วิชัยรัตน์ อายุ 90 ปี พ่อของนายสมชาย ในสภาพเป็นอัมพฤกษ์ ไม่สามารถลุกขึ้นนั่งได้เอง เดินไม่ได้ แต่ยังพอพูดจับใจความได้ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ด้านหน้าบ้านพบ นางขุ้ย วิชัยรัตน์ อายุ 88 ปี ภรรยานายวิเชียรและแม่ของนายสมชาย นั่งบนรถเข็นคนพิการเดินไม่ได้ ป่วยด้วยโรคชราและความดันโลหิต เมื่อลงจากเก้าอี้เข็นต้องใช้วิธีคลานเท่านั้น

จากการสอบถามนางขุ้ย ทราบว่า อาศัยที่อยู่ด้วยกันในบ้าน 3 คนพ่อแม่ลูก เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ลูกชายประสบอุบัติเหตุ ทำให้พิการเป็นอัมพาต จากนั้นจึงย้ายมาจาก จ.ระนอง มาอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยกันพร้อมกับภรรยานายสมชาย แต่หลังจากนั้น ภรรยานายสมชายก็หายหน้าไป พ่อและแม่จึงต้องเลี้ยงดูด้วยความลำบาก ป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดตัวตามมีตามเกิด เนื่องจากฐานะยากจน ต่อมาเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา นายวิเชียรล้มป่วยด้วยอาการอัมพฤกษ์อีกคน ไม่สามารถเดินได้ และช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องให้นางขุ้ย ดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ และอาบน้ำให้ ด้วยความลำบากอย่างหนัก เนื่องจากต้องคลานไปดูแล นายสมชาย ลูกชาย แล้วคลานกลับมาดูแลนายวิเชียร สามี สร้างความรันทดหดหู่ใจแก่เพื่อนบ้านอย่างยิ่ง

และเมื่อวันที่น้ำท่วมใหญ่ ต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ระดับน้ำท่วมบ้านสูงร่วม 2 เมตร โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านมาพาตัวออกจากบ้านไปได้ทัน ก่อนที่กระแสน้ำจะพัดหายไปทั้ง 3 คน แต่เมื่อน้ำแห้งทำให้ พื้นบ้านที่มีเพียงดิน อยู่ในสภาพ เน่าเหม็น นอกจากนี้นายสมชาย ที่นอนติดเตียง จนเป็นแผลกดทับที่แผ่นหลังและแผลเริ่มเน่า เพื่อนบ้านที่เป็น อสม.ได้พยายามเข้ามาช่วย แต่ก็ไม่สามารถทำได้ทุกวันเนื่องจากทุกคนก็อยู่ในสภาพเพิ่งพ้นจากภาวะน้ำท่วม และฐานะยากจนทั้งสิ้น ทำให้ครอบครัวของนางขุ้ย อยู่ในสภาพลำบากอย่างหนัก นายสมชายเริ่มมีอาการป่วยหนักจนมีโอกาส เสียชีวิตจากแผลติดเชื้อ

ขณะที่นางศิริลักษณ์ สั่งให้เจ้าหน้าที่เหล่ากาชาด ชุมพร ทำความสะอาดแผลให้กับนายสมชาย และนำเตียงคนไข้ที่ได้รับบริจาคมาเปลี่ยนให้ ส่วนนายโชคชัย ว่องกูล นายก อบต.ได้วางแผนปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้ แต่ปัญหาที่หนัก คือทั้ง 3 คน มีรายได้จากเงินของทางราชการเพียง 3,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น ส่วนรายได้จากสวนมังคุดในช่วงนี้ไม่มี เนื่องจากนอกฤดูกาล ถ้าไม่มีถุงยังชีพในช่วงน้ำท่วม ทั้ง 3 คนจะได้กินแต่ข้าวเปล่า และน้ำซาวข้าวเท่านั้น จึงอยากขอช่วยเหลือจากสังคม ผู้ที่ใจบุญให้ครอบครัวนี้พอได้ประทังชีวิตไปอีกสักพัก

ที่มา>>>ข่าวสด

กู้ชีวิต! ควายโดนชน-ขาหักแผลเต็มตัว นอนเจ็บน้ำตาไหลกลางถนนเมืองชลฯ

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 29 ม.ค. เจ้าหน้าที่กู้ภัยธรรมรัศมีมณีรัตน์ (กู้ภัยมังกรชลบุรี) รับแจ้งเหตุรถชนควายบริเวณถนนเลี่ยงเมืองหนองมน ต.เหมือง อ.เมืองชลบุรี จึงรุดไปช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน ขว 9386 ชลบุรี ชนกับควาย สภาพด้านหน้ารถพังยับ ส่วนคนขับปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บ ใกล้กันพบควายเพศเมีย อายุ 5 ปี ถูกชนได้รับบาดเจ็บขาขวาหลังหัก และมีบาดแผลตามตัว และอยู่ในอาการตื่นตกใจ นอนขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ มีน้ำตาไหลด้วยความเจ็บปวด จากการตรวจสอบไม่พบเจ้าของควายเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ติดต่อสัตวแพทย์มาดูอาการควายเบื้องต้น ก่อนนำขึ้นรถส่งรักษาที่ ม.เกษตรฯ บางพระ แต่เนื่องจากควายน้ำหนักมากและได้รับบาดเจ็บ การช่วยเหลือจึงเป็นไปด้วยความทุลักทุเล ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมงจึงนำควายขึ้นรถส่งโรงพยาบาลได้

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดเศร้า! “มายด์” ใส่เสื้อคู่เผา “น้องบี” ลั่นรักเธอมาก.. ขอบวชอุทิศส่วนกุศลให้แฟนสาว!

จากกรณี น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ชาว อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ผูกคอตัวเองเสียชีวิต ที่บ้าน ม.1 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และเขียนจดหมายสั่งเสียถึง “มายด์” แฟนหนุ่ม ให้ใส่เสื้อที่สกรีนรูปคู่มาร่วมงานศพ ทั้งทำคลิปวิดีโอประกอบเพลงโพสต์ลงยูทูป หากไม่ทำตามจะตามมาหลอกหลอนเอาไปอยู่ด้วย ทั้งยังได้เขียนจดหมายสั่งเสียย่าของตนเองให้จัดงานศพให้ตนเป็นเวลา 9 วัน 9 คืนล่าสุดวันที่ 26 ม.ค. ครอบครัวของน้องบี จัดงานฌาปนกิจศพน้องบี ที่วัดพรหมโลก อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช มีญาติพี่น้องและเพื่อนของน้องบีกว่า 100 คน ร่วมงาน โดยพระครูบรรหารวุฒิชัย เจ้าอาวาสวัดพรหมโลก เป็นประธานสงฆ์ นอกจากนี้ มายด์ แฟนหนุ่มของน้องบี ได้เดินทางมาร่วมงานฌาปนกิจ โดยได้ใส่ชุดสีดำที่สกรีนลายรูปคู่มาได้ด้วย โดยหนุ่มมายด์ยังร่วมแบกโลงศพของน้องบีขึ้นสู่เมรุ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มายด์ กล่าวว่า ตนกับเพื่อนๆ ขับรถมาจากจ.ปทุมธานี เพื่อมาร่วมงานศพ และได้รวบรวมเงินมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้น้องบีจำนวน 7,000 บาท มายด์เปิดเผยว่าที่ผ่านมา ยังไม่ได้เลิกกับบี แม้มีปัญหาทะเลาะกันบ้างแต่ก็ได้คืนดีกันแล้ว ปกติแล้วบีเป็นคนคิดมาก และขี้น้อยใจ ไม่ค่อยพูดว่ามีปัญหาอะไรในใจแฟนหนุ่มกล่าวอีกว่า ตนตั้งใจจะบวชให้น้องบี แต่ตอนนี้มีงานติดพันอยู่ จึงคิดว่าหากมีเวลาจะบวชอุทิศส่วนกุศลให้น้องบี และขอให้ดวงวิญญาณน้องบีไปสู่สุคติ โดยตนและเพื่อนๆ จะทำบุญไปให้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้มายด์และเพื่อนๆ จะขับรถกลับบ้านที่ จ.ปทุมธานี ในคืนนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มวัย 20 ปีซิ่งเก๋งสปอร์ต พุ่งชนเสาไฟฟ้า-ไฟลุกท่วมวอดทั้งคันที่พุทธมณฑล

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 26 มกราคม พ.ต.ต.กิตติ์ธิพณ อุดมศิริพัชร สารวัตรเวรสภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งสปอร์ตซิ่งชนเสาไฟฟ้าและเกิดเพลิงลุกไหม้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เหตุเกิดบริเวณถนนศาลายา-นครชัยศรี ก่อนถึงปากทางเข้าโรงพยาบาลพุทธมณฑล หมู่ที่ 3 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลศาลายา เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้งในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งถูกไฟลุกไหม้อย่างหนักจนท่วมทั้งคัน โดยรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ในทิศทางหมุนหัวรถกลับย้อนศร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันจึงฉีดน้ำสกัดใช้เวลา 25 นาที จึงสามารถดับไฟที่ลุกไหม้รถได้
จากการตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถเก๋งสปอร์ต 2 ประตู ยี่ห้อนิสสัน รุ่น z350 ทะเบียน ษร 89 กรุงเทพ ถูกไฟไหม้เสียหายวอดทั้งคัน ส่วนคนขับทราบชื่อต่อมาคือนายธนบดี จิตตา อายุ 20 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลพุทธมณฑล ในที่เกิดเหตุยังมีเสาไฟฟ้าส่องสว่างหัก 1 ต้น เสาไฟฟ้าแรงสูงหัก 1 ต้นและชิ้นส่วนรถยนต์กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนจากพยานที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เห็นรถคันดังกล่าวขับออกมาจากหมู่บ้านเอื้ออาทร 3 ต.ศาลายา โดยขับรถมาด้วยความเร็ว ก่อนจะเสียหลักพุ่งขึ้นชนต้นไม้ริมถนนหัก จากนั้นรถแฉลบไปชนกับเสาไฟฟ้าข้างทางหักทั้ง 2 ต้น ส่วนรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวได้หมุนเคว้งไปกลางถนนชนกับแท่งแบริเออร์อีกครั้งจนเกิดไฟลุกท่วม ส่วนคนขับรถนั้นสามารถวิ่งหนีออกมาจากตัวรถได้ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ช่วยกันพาคนขับไปตรวจร่ายกายที่โรงพยาบาล

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์ว่อน! ดาราสาวคนนี้ชะตาขาด-ไม่มีเงาหัว! อาจารย์หนูต้องครอบเศียรฤาษี-ต่อชะตาให้

  แชร์ว่อนในโลกโซเชียล!! ดาราสาวเวียดนามบินมาสักยันต์ 5 แถวกับอาจารย์หนู กันภัย ปรากฏว่าตอนเดินเข้าสำนัก-ไม่มีเงาหัว ชะตาจะขาด อาจารย์หนูต้องทำพิธีอันเชิญเศียรพ่อครูฤาษีครอบต่อดวงชะตาเขาให้กลับคืนมาเหมือนเดิมโดยเพจ อาจารย์หนู กันภัย (โดยคณะศิษย์เก่า)  ได้โพสต์เรื่องราวนี้ว่า ดาราสาว เวียดนาม บินข้ามมาสัก ยันต์หนุนดวงห้าแถว (น้ำมัน) ดวงเขาแย่มาตลอด วันนี้ตั้งใจจองคิวเข้าสักยันต์หนุนดวงของพ่อหนู โดยเพื่อนเขาแนะนำให้มาสัก เพราะพ่อหนู ท่านเก่งที่สุดด้านหนุนดวง เสริมชะตา ของดีจริง ไม่ต้องโฆษณามาก ปากต่อปาก ประสบการณ์ต่อประสบการณ์ไม่บ่อยนักที่จะเห็นพ่อหนูทำลักษณะแบบนี้ พ่อหนูเห็นเธอคนนี้ดวงตกต่ำสุดขีด ร้ายถึงขั้นไม่นานนักชะตาจะขาด โบราณว่าเงาหัวไม่มีอันตรายมาก ดวงขาด พ่อหนูจึงอันเชิญเศียรพ่อครูฤาษีครอบต่อดวงชะตาเขาให้กลับคืนมาเหมือนเดิม หลังจากสักยันต์หนุนดวง 5 แถว ช่างภาพถ่ายรูป เห็นแล้วยังขนลุกพ่อหนูกล่าวภายหลังว่า เขามาหาพ่อหนู ช้าไปอีกหน่อย ดวงเขาขาดแน่ แค่เห็นเขาเดินขึ้นมาบนสำนัก เงาหัวไม่มีแล้ว เดชะบุญเขาบินมาหาพ่อหนูทัน ผู้เขียนมองว่าอาจารย์หนู กันภัย ท่านเก่งด้านหนุนดวงชะตามาก ท่านถึงได้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก มีลูกศิษย์เป็นล้านๆคน หากไปเจอพวกอาจารย์สักกำมะลอ เขาชะตาขาดไปแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

คิดถึงเพื่อนสาว!! ไม่เจอหลายวัน เคาะห้องเรียกไร้เสียงตอบ ปีนดูแทบช็อก เห็นศพยืนนุ่งผ้าเช็ดตัว

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 23 ม.ค. ร.ต.ท.(หญิง) ขวัญข้าว อินาวัง ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุ พบศพผู้เสียชีวิตผูกคอตาย ในซอยเฉลิมพระเกียรติ 25 พัทยาสายสาม ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้ง พร้อมมูลนิธิสว่างบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ เป็นอาคารพาณิชย์ สูง 3 ชั้น ไม่มีชื่อ ตรวจสอบด้านบนชั้น 2 ห้องไม่เลขที่ พบผู้เสียชีวิตผูกคอ โดยใช้เชือกผูกติดคานประตูตู้เสื้อผ้า สภาพศพนุ่งผ้าขนหนู สีฟ้า เพียงผืนเดียว ตรวจสอบตามร่างกายผู้ตายไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้ายหรือต่อสู้ ข้าวของในห้องไม่พบการถูกรื้นค้นแต่อย่างใด ทราบชื่อผู้ตาย คือ น.ส.เบญจมาศ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี อยู่ ม.5 ต.หนองหญ้าไซ อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรีสอบสวน น.ส.สุทิสา ดอยสมจิต อายุ 56 ปี เพื่อนผู้ตาย เล่าว่า เมื่อ 2 วันก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายบอกกับตนว่า อกหัก จากนั้นก็ไม่ได้พบกับผู้ตายมาสองวัน ในวันนี้ ตนคิดถึง จึงเดินขึ้นไปเรียกที่ห้อง เคาะประตูอยู่นาน แต่ก็ไม่เสียงตอบรับ จึงได้ปีนดูช่องพัดลมดูดอากาศ ก็ต้องตกใจสุดขีด เห็นว่าเพื่อนผูกคอตายแล้ว ก่อนตั้งสติได้ โทรหาให้เจ้าหน้าที่ มาตรวจสอบดังกล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุเป็นหลักฐาน เบื้องต้นคาดว่า เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง สาเหตุอาจจะคิดสั้นผูกคอตาย เพราะอกหักจากความรักที่ไม่สมหวัง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ จะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนจะให้มูลนิธิสว่างนำศพไปเก็บ ที่รพ.บางละมุง เพื่อให้ญาติผู้ตายมาติดต่อรับศพไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด! เด็กชายร้องไห้รอความช่วยเหลือ 6 ชม. พ่อช่วยแม่จากอุบัติเหตุศพยังกอดกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์เรื่องราวและภาพสุดสลด เป็นผู้เสียชีวิต 2 ราย อยู่ในลักษณะฟุบกอดกันอยู่ข้างทาง โดยมีเด็กวัย 2 ขวบ นั่งร้องไห้อยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมข้อความว่า “ความรักที่ยิ่งใหญ่ ของทั้งคู่
สามี ซึ่งบาดเจ็บสาหัส ได้พยายามนำตัวเอง ไปดึงร่างภรรยาที่ ประสบอุบัติเหตุ ขึ้นจากร่องน้ำข้างทาง ด้วยความรัก แม้ตัวเองจะบาดเจ็บสาหัสขนาดไหน ซึ่งไม่ทราบเลยว่า ภรรยาของตนนั้นได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อนำร่างภรรยาขึ้นมาตัวเองที่มีบาดแผลฉกรรจ์ บริเวณช่องท้อง ก็ ไม่สามารถ ที่จะ ทนพิษบาดแผลไหว จึงเสียชีวิต ฟุบคาร่างภรรยา”

ภาพที่มีการแชร์ดังกล่าว

จากการตรวจสอบพบว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. ดย สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถ จยย.พ่วงข้าง เสียหลักตกลงไปข้างทาง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บริเวณริมถนนสาย 319 ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา หมู่ 9 ต.บ้านซ่อง อ.พนมสารคาม โดยพบว่า ผู้เสียชีวิตทั้งสองรายนั้น มีอาชีพขับรถขายลอดช่องสิงคโปร์ เฉาก๊วยใบเตยนมสด ตามตลาดนัด คาดว่า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถได้เสียหลักลงไปในถนน แต่ผู้ตายยังไม่ได้เสียชีวิตในทันที โดยฝ่ายชายน่าจะพยายามลุกมาช่วยฝ่ายหญิง ก่อนจะฟุบหน้าลงบนร่างภรรยา เสียชีวิตไปด้วยกัน และเนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางคืน จึงทำให้ไม่มีผู้พบเห็น ส่วนลูกชายที่บาดเจ็บไม่มาก นั่งร้องไห้กอดศพแม่อยู่ทั้งคืน ก่อนจะมีคนมาพบเห็นในตอนเช้า จึงแจ้งตำรวจให้มาตรวจที่เกิดเหตุและพลิกศพดังกล่าวจากการตรวจสอบ พบว่าผู้เสียชีวิต คือ นางวาสนา บัวหอม อายุ 32 ปี และนายราชรัตน์ รุ่งสว่าง อายุ 36 ปี เมื่อตอนพบศพทั้งสองเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง โดยในที่เกิดเหตุ พบเด็กชายวัย 2 ขวบ ซึ่งเป็นลูกของทั้งคู่ นั่งกอดศพร้องไห้ โดยเด็กมีบาดเจ็บตามร่างกาย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่ง รพ.พนมสารคาม และใกล้กันยังหตุพบรถ จยย.พ่วงข้าง ยี่ห้อซูซูกิ สี เขียวคาดดำ หมายเลขทะเบียน กค 5233 ปราจีนบุรี ล้มตะแคงข้าง ไม่มีร่องรอยการเฉี่ยวชน

ภาพ เพจ ที่นี่แปดริ้ว

สื่อต่างประเทศแห่ตีข่าว! หนุ่มสาวไทยทำท่ายาก-หัวฟาดโต๊ะกระจกเลือดอาบในม่านรูด

สื่อต่างประเทศต่างหลายสำนักรายงานข่าวจากเว็บไซต์ บางกอกแจ็ก ที่รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุจากการมีเพศสัมพันธ์อันตรายภายในห้องพักโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย หน่วยอาสาสมัครกู้ภัยรุดไปที่เกิดเหตุ พบผู้หญิงนอนจมกองเลือดบนเตียงนอน และเศษกระจกโต๊ะเกลื่อนห้องพักเจ้าหน้าที่แพทย์กู้ภัยนายหนึ่งกล่าวว่า ตำรวจบางนายเห็นว่าเป็นเรื่องตลก และมีคนจำนวนหนึ่งเข้ามาถ่ายภาพที่เกิดเหตุขณะที่คู่นอนพยายามมีเพศสัมพันธ์ท่ายากบนโต๊ะกระจก แต่บานกระจกแตกและบาดเข้าที่แขนและไหล่ของหญิงสาว ฝ่ายชายไม่มีทางเลือก จึงโทร.เรียกรถพยาบาลและตำรวจ รายงานระบุว่า ทั้งคู่จองห้องพักโรงแรมม่านรูด 3 ชั่วโมง

ที่มา>>>ข่าวสด