คนสวนผงะ! พบงูเหลือมยักษ์ยาว 5 เมตร ตะโกนเรียกเพื่อนบ้านช่วยไล่จับ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ส.ค. น.ส.จำนรรจ์ สุภะ คนทำสวนในหมู่บ้านฉัตรหลวง 10 ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้แจ้งกู้ภัยเพื่อขอความช่วยเหลือจับงูเหลือมในสนามหญ้าของหมู่บ้านดังกล่าว เนื่องจากพบว่างูเหลือมเข้ามาขโมยกินแมว

ที่เกิดเหตุเป็นสนามหญ้าของหมู่บ้านพบงูเหลือม ขนาดยาว 5 เมตร ได้กินแมวเข้าไปแล้ว จากนั้นคนสวนได้ช่วนกันจับงูพร้อมกับนำเชือกมาผูกงูไว้เพื่อรอกู้ภัยมาจับ ก่อนที่กู้ภัยจะมางูเหลือมได้สำรอกซากแมวออกมา 1 ตัว

สอบถามน.ส.จำนรรจ์ กล่าวว่า ขณะที่ตนทำลังจะทำความสะอาดในสวนหย่อม เห็นว่ามีท่อนไม้ขวางอยู่ที่สนามหญ้าจึงจะเข้าไปเก็บ แต่เมื่อเข้าไปใกล้ก็พบว่าเป็นงูเหลือมขนาดใหญ่มาก จึงเรียกให้คนสวนคนอื่นมาช่วยจับไว้ พร้อมประสานกู้ภัยนำไปปล่อยสู่แหล่งธรรมชาติ ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านใกล้เคียงบอกว่า ที่ผ่านมา แมวในหมู่บ้านสูญหายไปบ่อยครั้งแต่ก็ไม่ทราบว่าหายไปไหน เมื่อจับงูเหลือมตัวนี้ไปได้ชาวบ้านก็รู้สึกปลอดภัยขึ้น

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ฮือฮา!! ตะเคียน803ปี คิดเอาไปทำสะพาน-ปวดขาเดินไม่ได้ ผู้หญิงเข้าฝัน-สิงร่างแม่ค้า

วันที่ 8 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่บริเวณศาลาริมคลองวัดตาลเตี้ย หมู่ 2 ต.ตาลเตี้ย อ.เมือง จ.สุโขทัย ได้มีชาวบ้านจำนวนมากทยอยกันมากราบไหว้ขอโชคลาภจากแก่นไม้ต้นตะเคียน ซึ่งเชื่อกันว่ามีวิญญาณศักดิ์สิทธิ์สิงสถิตอยู่ เนื่องจากมีหญิงชราไปเข้าฝันหลวงตาองค์หนึ่งในวัดตาลเตี้ย บอกว่า ขออาศัยอยู่ด้วย เพื่อจะช่วยพัฒนาวัดแห่งนี้

นางสุนันท์ บุญเพ็ชร อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/10 หมู่ 2 ต.ตาลเตี้ย เล่าให้ฟังว่า ไม้ตะเคียนต้นนี้ได้ลอยน้ำมาติดอยู่ตรงข้างบ้าน ซึ่งอยู่ใกล้กับท่าน้ำของวัดตาลเตี้ย ตนมองเห็นอยู่หลายวัน จึงคิดในใจว่าน่าจะเอามาวางทำเป็นสะพานเดินข้ามใต้ถุนบ้านตัวเอง นึกได้เท่านี้ก็ปรากฏว่า จู่ๆก็เกิดปวดขาอย่างไม่มีสาเหตุแล้วก็เดินไม่ได้นานถึง 7 วัน จนกระทั่งมีวิญญาณหญิงชราไปเข้าฝันหลวงตาในวัดตาลเตี้ย บอกว่าจะมาขออาศัยอยู่ด้วย จึงได้มีการทำพิธีอัญเชิญไม้ตะเคียนต้นนี้ ขึ้นจากคลองน้ำข้างวัด และนำขึ้นมาไว้ยังที่ศาลาริมคลอง ตนก็หายปวดขากลับมาเดินได้ปกติทันที และได้ทำการวัดขนาดต้นตะเคียนซึ่งมีความยาว 4 เมตร 37 เซนติเมตร วัดรอบลำต้น 81 เซนติเมตร

ล่าสุดมีแม่ค้าขายหมูคนหนึ่งได้เดินทางมากราบไหว้ ปรากฏว่าจู่ๆก็มีวิญญาณเข้าสิงร่างบอกว่าชื่อ แม่ศรีทรงทองตะเคียน อายุ 803 ปี จะมาให้โชคลาภชาวบ้านเพื่อช่วยกันพัฒนาวัด สร้างความตื่นเต้นดีใจแก่คนที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างมาก ก่อนจะมีการนำหมายเลขทะเบียนรถยนต์ 2563 ของแม่ค้าหมูรายนี้ไปเสี่ยงโชค ขณะที่ชาวบ้านต่างถิ่นที่เดินทางมากราบไหว้ตะเคียนในครั้งนี้ ก็พากันมีความหวังขึ้นมาทันที หลังใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายต้นตะเคียนแล้วเห็นตัวเลขโผล่ขึ้นมาอย่างชัดเจนนำไปเป็นเลขเด็ดงวดวันที่ 16 ส.ค.นี้

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ย้อนดูความสยอง! ‘อ๊อด เทิดพร’กับบทตำนาน‘ซีอุย’กินเด็ก ตอนนี้ชีวิตเปลี่ยนไปมาก

หากย้อนไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน หลายคนคงจำได้ถึงละครสะเทือนขวัญที่มีโครงเรื่องจากคดีฆาตรกรรม อย่าง “ซีอุย” โดยเป็นเรื่องราวของตำนานฆาตกรฆ่าเด็ก

ซึ่งละครเรื่องนี้มี “อ๊อด” เทิดพร มโนไพบูลย์ รับบทแสดงเป็น “ซีอุย แซ่อึ๊ง” โดยจากบทบาทที่แสดงได้อย่างสมบทบาท ทำให้ชื่อของ “อ๊อด” เทิดพร จึงกลายเป็นที่รู้จักของแฟนละครมากยิ่งขึ้น

จากนั้น “อ๊อด” เทิดพร เริ่มห่างหายไปจากวงการ ก่อนในปี 2559 จะกลับมารับบทในละครยายกะลา ตากะลี ซีรีส์ขวัญผวา

ส่วนชีวิตปัจจุบันของ “อ๊อด” เทิดพร ได้ผันตัวเองมาเป็นนักกีฬาโบว์ลิ่งและโค้ชโบวลิ่งแล้ว

ที่มา เทิดพร มโนไพบูลย์


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

โรงเรียนราชินีบูรณะ แชมป์ภาษาไทยยอดเยี่ยม นร.คัดลายมือสวยที่สุดในประเทศไทย

โรงเรียนราชินีบูรณะ เป็นโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดนครปฐม โดยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ(พระพันปีหลวง) ได้พระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ และโปรดเกล้าให้ กรมหมื่นพิทยาลาภพฤฒิยากร เป็นผู้แทนพระองค์มาเปิดโรงเรียน พร้อมกับ พระราชทานนามว่า “ราชินีบูรณะ” เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ.2462 และมีากรพัฒนาเรื่อยมากระทั่งพ.ศ. 2538 ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์พระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2538 และวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2538 เด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ณ โรงเรียนราชินีบูรณะพ.ศ. 2539 สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ราชสุดาเสด็จมาพระราชทานทุนสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ แก่นักเรียนในพระอุปถัมภ์ เป็นต้น

ปัจจุบันโรงเรียนราชนิชีบูรณะ มีนายสุริยา ชิณณะพงศ์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ คนที่ 14 จากอดีตถึงปัจจุบันโรงเรียนราชินีบูรณะได้พัฒนากระบวนการเรียน การสอน พัฒนาบุคลากร เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพการเรียนให้แก่นักเรียนมาตลอดอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับดังเห็นได้จากรางวัลเกียรติยศต่างๆทางด้านการศึกษา ศิลปะวัฒนธรรม วรรณคดีไทย จากรุ่นสู่รุ่น ด้วยความโดดเด่นทางวิชาการ.และภาษาไทย ที่ผู้บริหารได้ตระหนักถึงความสำคัญใน อักษรไทย ภาษาไทย การเขียน การอ่าน และการแสดงที่ใช้ในการสื่อด้านภาษาไทย อันเป็นอัตลักษณ์ของเราชาวราชินีบูรณะ

ล่าสุดคณะครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนราชินีบูรณะ ได้รับมอบโล่รางวัลสถานศึกษาที่ส่งเสริมคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาประสบผลสำเร็จในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยรางวัลระดับยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งของประเทศ เนื่องในวันภาษาไทยชาติประจำปี 2560 และที่คณะผู้บริหาร ครูภาษาไทย โรงเรียนราชินีบูรณะภาคภูมิใจอีกครั้งคือ

ผลงานของ ด.ญ.อรชา โชคนิรันดรสุข อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนราชินีบูรณะ ได้รับรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันคัดลายมือ โครงการนักษ์ภาษาไทย. เนื่องในวันภาษไทยแห่งชาติ ประจำปี 2560 ซึ่งเป็นแชมป์ระดับประเทศด้านลายมือ เป็นนักเรียนที่มีลายมือไทย สวยที่สุดในประเทศไทย

นายสุริยา ชิณณะพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ บอกถึงวิสัยทัศน์ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ว่า ส่งเสริมมีกษะทางภาษา พัฒนาความรู้คู่คุณธรรม  นำไปใช้ในชีวิต  เพิ่มพูนผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ. สืบสานวัฒนธรรม  นำสู่มาตรฐานสากล

ด้วยวิสัยทัศน์นี้ เรามุ่งเน้นที่ผู้ให้ คือครู เรามีครูภาษาไทยที่เก่ง เป็นอันลักษณ์ของราชินีบูรณะ ครูกลุ่มนี้จะสน้างสรรเด็กออกมาให้เป็นเพชรเม็ดงามประดับวงการการศึกษาโดยเฉพาะ ด้านการเขียนภาษาไทย ที่ถูกต้อง สวยงาม และเป็นต้นแบบของราชินีบูรณะ ในอนาคตเราจะสร้างอักษรเฉพาะของราชินีบูรณะ จากนักเรียน และครูของเรา ให้สอดรับกับวัฒนธรรม บนอัตลักษณ์ทวารวดี ที่ถูกต้อง

“โรงเรียนราชินีบูรณะ เรามีรูปแบบการจัดการเรียนการสอน ของตัวเอง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เราสอนตามมาตรฐานสากล ผสมผสานกับวิถีธรรมชาติ ให้เกิดความกลมกลืนระหว่างไทยกับชาวตะวันตก  ให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามมาตรฐานสากล แต่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นไทย

จะกล่าวได้ว่า ทุกบรบทอยู่ภายใต้ความเป็นไทย  อย่างเช่นบทเพลง เราก็ใช้บทเพลงที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่6  รวมถึงด้านศิลปะวัฒนธรรม สมัย รัชกาลที่ 6 ซึ่งเกี่ยวพันถึงสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ(พระพันปีหลวง) ผลงานเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับประเทศ ปี2560 นี้ ” ผอ. โรงเรียนราชินีบูรณะ ทิ้งท้าย

ด้านด.ญ.อรชา โชคนิรันดรสุข อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นม.3 บอกว่า ชอบในการเขีบนภาษาไทย การเขียนภาษาไทย ทำให้มีสมาธิ และที่สำคัญ ได้ดูข่าวพบว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ ท่านได้ตรัสเสมอถึงภาษาไทย และ อนุรักษ์ จึงอยากดำเนินลอยตาม จึงเป็นแรงบันดาลใจ ให้มาเขียนภาษาไทย สนใจภาษาไทยมากขึ้น ทุกวันนี้ภาษาไทยเราผิดเพี้ยนไปเยอะ อยาก ห้เพื่อนๆ น้องๆมาร่วมกันอนุรักษ์ภาษาไทย พยัญชนะไทย 44 ตัวในแต่ละตัวมีเสน่ห์ แฝงอยู่ขณะที่ครูผู้สอนภาษาไทย อย่าง น.ส.ราตรี จาตุรัส บอกว่า การคัดสรรเด็กที่จะ มาเขียนภาษาไทยได้ถูกต้องตามมาตรฐาน  และสวยนั้นไม่ง่าย เพราะภาษาไทยทั้ง 44 ตัวนั้นมีเอกลักษณ์ของตัวเอง. มีโค้ง มีหัก มีหัว มีปาก มีหาง และรวมถึงวรรคตอน ดังนั้นบางคนเขียนสวย แต่ผิด เขียนถูกแต่ไม่สวย ต้องนำเด็กเหล่านี้ซึ่งเปรียบเสมือนเพชร ที่ยังไม่ได้เจียรนัย มาเจียรนัยส่วนตัวเราชอบ ภาษาไทยจึงอยากให้นักเรียนของเรารักและชอบภาษาไทยสืบทอดอัตลักษณ์ของราชินีไว้ อนาคตเราจะสร้างตัวอักษรของราชินีในรูปแบบและความเป็นทวาราวดี วันนี้เราสอนให้ลูกลูกได้รู้จักและฝึกฝนการคัดภาษาไทยเขียนภาษาไทยให้ถูกต้องตามหลักและส่งนักเรียนของเรา ไปแข่งขันทักษะภาษาไทยในทุกมิติที่มีกิจกรรมการแข่งขันเกี่ยวเนื่องกับภาษาไทยทุกครั้งที่ออกไปทำการแข่งขันนักเรียนของ ราชินีได้รับรางวัลกลับมาทุกครั้งทำให้เรารวมถึงสถาบันเกิดความภาคภูมิใจและเป็นหัวใจของการ เรียนและการสอนภาษาไทยของโรงเรียนราชินีบูรณะ แห่งนี้ สืบไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เริ่มใกล้เข้ามา! อยุธยาเจอน้ำท่วมแล้ว 6 อำเภอ ชาวบ้านเดือดร้อนแล้วหมื่นกว่าคน

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. – 3 ส.ค. ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยและน้ำไหลหลากใน 44 จังหวัด รวม 258 อำเภอ 1,167 ตำบล 8,198 หมู่บ้าน 43 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 385,824 ครัวเรือน 1,218,003 คน ผู้เสียชีวิต 23 ราย สูญหาย 2 คน

ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 34 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 10 จังหวัด รวม 101 อำเภอ 595 ตำบล 4,840 หมู่บ้าน 43 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 235,961 ครัวเรือน 721,500 คน แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 18 อำเภอ 115 ตำบล 1,267 หมู่บ้าน 43 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 135,044 ครัวเรือน 426,037 คน ผู้เสียชีวิต 9 ราย กาฬสินธุ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 18 อำเภอ 116 ตำบล 1,217 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 37,136 ครัวเรือน อพยพประชาชน 70 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 196,369 ไร่ นครพนม ปริมาณฝนที่ตกหนักและมวลน้ำจากหนองหาร จังหวัดสกลนคร ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ 21 ตำบล 61 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 360 ครัวเรือน

ยโสธร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 9 อำเภอ 53 ตำบล 398 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,051 ครัวเรือน นครราชสีมา ยังคงมีน้ำท่วมขังใน 3 อำเภอ 21 ตำบล 242 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,532 ครัวเรือน ร้อยเอ็ด น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 20 อำเภอ 116 ตำบล 847 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,515 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 4 ราย อุบลราชธานี น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 13 อำเภอ 28 ตำบล 99 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,712 ครัวเรือน หนองคาย น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อำเภอเฝ้าไร่ ประชาชนได้รับผลกระทบ 85 ครัวเรือน 255 คน

ส่วนภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ผลกระทบจากเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้น้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ 71 ตำบล 350 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,389 ครัวเรือน

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ฮือฮา!! คุณแม่มือใหม่อยากให้ลูก 3 เดือน เรียนคอร์สภาษาอังกฤษ

กลายเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกพันทิป สมาชิกหมายเลข 3517497 ได้ตั้งกระทู้ เรื่อง “มีคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนให้ลูกเรียนคอร์สภาษาอังกฤษสำหรับเด็กเล็ก (3 เดือน) บ้างมั๊ยคะ?” โดยระบุว่า ไปเจอหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กแรกเกิดมา จึงนำมาถามชาวพันทิปว่า มีใครเคยให้ลูกเรียนบ้าง เพื่อจะเตรียมตัวให้ลูกที่กำลังจะตลอดออกมา โดยกระทู้ดังกล่าวได้รับการแชร์และวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเร่งให้เด็กเรียนมากจนเกินไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ใครไปยูเออีให้ระวัง ห้ามพูดเรื่องตัดสัมพันธ์กาตาร์ ฝ่าฝืนคุก 15 ปี ปรับ 5 ล้าน!!

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี แจ้งถึงกรณีที่หลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งรวมถึงยูเออี ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศกาตาร์

มีใจความว่า ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศเตือนประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ห้ามกล่าวถึงหรือวิจารณ์เหตุการณ์การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างยูเออีกับกาตาร์ในโซเชียลมีเดียส่วนตัวโดยเด็ดขาด

หากฝ่าฝืนหรือเจ้าหน้าที่ตรวจพบ อาจต้องเสียค่าปรับ 500,000 ดีแรห์ม หรือราว 5 ล้านบาท และถูกจำคุกได้ โดยมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี ดังนั้น สถานเอกอัครราชทูตไทยฯจึงขอแนะนำให้คนไทยที่เดินทางหรือพักอยู่ในยูเออีหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่อาจเข้าข่ายดังกล่าว

ที่มา:ข่าวสด

สลด! นักเรียน ม.ต้น ลงเรือเล่นในอ่างเก็บน้ำ ก่อนคว่ำ 2 ดช.จมดับ ชาวบ้านลืออาถรรพ์ศาลปู่ตา

วันที่ 9 ก.พ. ร.ต.อ.พงษ์พิทักษ์ ประณมศรี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ รับแจ้งว่ามีเด็กนักเรียนจมน้ำที่บริเวณ อ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว หลังศาลเจ้าพ่อดอนปู่ตาเซียงโด หมู่ 6 บ้านผือน้อย ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยฮุก 31 จุดรัตนบุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิจิ๊บเต็กเซียงตึ้งกู้ภัยสุรินทร์

ที่เกิดเหตุพบกลุ่มเพื่อนนักเรียนและชาวบ้านมุงอยู่บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ซึ่งอยู่ใกล้กับศาลเจ้าพ่อดอนปู่ตาเซียงโด โดยทราบว่ามีเด็กจมน้ำ 2 ราย ชาวบ้านได้ช่วยกันงมร่างขึ้นมาได้ 1 ราย ทราบชื่อคือ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.รัตนบุรี ก่อนรีบพาส่งโรงพยาบาลรัตนบุรี แต่เนื่องจาก ด.ช.เอ ขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ลงงมร่างของ ด.ช.บี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนเดียวกัน ซึ่งยังจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำ จนผ่านไปประมาณ 30 นาทึ จึงพบร่าง ด.ช.บี ซึ่งจมอยู่ใต้น้ำลึก 2 เมตร โดยมีสายบัวพันขาอยู่ จึงนำศพขึ้นฝั่งและส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลรัตนบุรี

จากการสอบถามเพื่อนนักเรียนที่มาด้วยกันทราบว่า วันนี้มีเรียนแค่คาบเช้าช่วงบ่ายจึงว่าง จนช่วงพักเที่ยงจึงชักชวนเพื่อนๆ มาเล่นน้ำในอ่างดังกล่าว แต่ลงเล่นน้ำกันเพียง 6 คน โดยพายเรือออกไปกลางอ่างที่มีบัวขึ้นอยู่เต็ม แต่ด้วยความที่นั่งกันในเรือเยอะ น้ำจึงได้ทะลักเข้ามาในเรืออย่างรวดเร็ว เพื่อนที่อยู่ในเรือจึงช่วยกันวิดน้ำออก แต่กลับทำให้เรือโยกไปมาก่อนคว่ำลง ขณะนั้นทั้งหมดต่างพากันว่ายน้ำขึ้นฝั่งเพื่อเอาตัวรอด กระทั่งเพื่อน 2 คนจนหายไปต่อหน้า ขณะนั้นมีชาวบ้านที่มาหาปลามาช่วยเหลืองมร่างเพื่อนขึ้นมาได้ 1 คน แต่พบว่าเพื่อนไม่หายใจแล้ว ก่อนวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านให้ช่วยแจ้งกู้ภัยมาดังกล่าว

ขณะที่นายปรีชา สีโสดา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรัตนบุรี เผยว่าบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว ซึ่งอยู่ด้านหลังศาลเจ้าพ่อดอนปู่ตา ชาวบ้านแถวนี้ไม่ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ เพราะว่าปู่ย่าตายายเคยเล่าให้ฟังถึงความศักดิ์สิทธิ์และอาถรรพ์ของดง และศาลปู่ตาแห่งนี้ให้ฟังอยู่เสมอๆ และที่อ่างเก็บน้ำห้วยแก้วก็เคยมีคนจมน้ำตายมาหลายรายแล้ว ซึ่งชาวบ้านต่างก็ล่ำลือถึงความอาถรรพ์มากมาย จนไม่มีใครกล้าเข้ามาเล่นน้ำบริเวณนี้ แต่เนื่องจากเด็กเหล่านี้เป็นคนมาจากต่างถิ่น จึงไม่รู้ว่าบริเวณนี้มีความเป็นมาอย่างไรจึงไม่ได้กลัวกัน และอาจจะนึกว่าบริเวณนี้ห่างจากหมู่บ้านไม่มีใครเห็น เพราะว่าทุกคนต่างก็หนีโรงเรียนออกมาเล่นน้ำ สุดท้ายจึงได้เกิดเหตุสลดขึ้นดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

เคลื่อนไหวแล้ว ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’โพสต์ไอจีแรก หลังเป็นข่าวพัวพันกับ‘ไซซะนะ’

หลังนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง สามีดาราสาว ‘แพท ณปภา’ ถูกตำรวจ บช.ปส. เชิญมาใช้ข้อมูล หลังพบเชื่อมโยง ‘ไซซะนะ’ พ่อค้ายาชาวลาว โดยเจ้าตัวยืนยันตัวเองบริสุทธิ์และไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ตำรวจยังสงสัยในประเด็นที่หนุ่มเบนซ์อ้างว่า ยืมเงิน 6 ล้านบาทจากนายบอย เพื่อนและเอเยนต์ค้ายา มาซื้อรถหรูลัมโบร์กินี

ล่าสุดหนุ่มเบนซ์เคลื่อนไหวในไอจีครั้งแรก หลังเป็นข่าวครึกโครม โดยโพสต์ภาพเซลฟี่ตัวเอง ซึ่งมีแฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจจำนวนมาก

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดรันทด! พิการทั้งครอบครัว สามีวัย 90 ป่วยอัมพฤกษ์ ลูกชายเป็นอัมพาต แม่วัย 88 ต้องรับภาระเลี้ยงดู

วันที่ 2 ก.พ. นางศิริลักษณ์ พลละเอียด นายกเหล่ากาชาดชุมพร รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ 3 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ว่าพบครอบครัวสุดรันทด พิการทั้งบ้าน ให้แม่อายุร่วม 100 ปี ดูแลลูกกับสามี จึงพร้อมด้วยทีมกาชาดชุมพร นายโชคชัย ว่องกูล นายก อบต.นาขา นายสายัณห์ จุ้ยนคร ประธาน สภา อบต.นาขา นายคนึง ตังสุรัตน์ ผญบ.หมู่ 3 รุดไปตรวจสอบ

ภายในสวนมังคุด เนื้อที่ 1ไร่เศษ ที่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 3 ต.นาขา เป็นบ้านชั้นเดียว พื้นบ้านเป็นดิน มีชาวบ้านหลายคนกำลังกุลีกุจอ ปัดกวาดบริเวณบ้าน ที่หน้าบ้านสร้างเป็นเพิงมุงหลังคากั้นเป็นห้องเล็กๆ มีกลิ่นเหม็นอับปนเหม็นเน่าโชยออกมา ส่วนที่บนเตียงไม้เก่าๆ พบนายสมชาย วิชัยรัตน์ อายุ 62 ปี ป่วยเป็นอัมพาต นอนบนเตียง ไม่สวมเสื้อ มีเพียงผ้าขาวม้าห่อหุ้มท่อนล่าง หน้าตาหนวดเครารุงรัง ผมยาว เล็บมือยาว ดำ ส่งกลิ่นเหม็นเน่า เมื่อเห็นคณะที่มาเยี่ยม นายสมชายถึงกับน้ำตาไหลพราก พร้อมทั้งส่งเสียงพูดอ้อแอ้ จับใจความไม่ได้ เมื่อพลิกด้านหลังพบต้นเหตุของกลิ่นเน่า เมื่อมีแผลกดทับเริ่มเน่าไปทั้งแผ่นหลัง เบื้องต้นพบว่าร่างกายพิการทั้งตัวขยับได้เพียงแขนและลูกตาเท่านั้น

ขณะที่ภายในบ้านมีเตียงไม้เก่าๆ อีก 1 เตียง บนเตียงมีนายวิเชียร วิชัยรัตน์ อายุ 90 ปี พ่อของนายสมชาย ในสภาพเป็นอัมพฤกษ์ ไม่สามารถลุกขึ้นนั่งได้เอง เดินไม่ได้ แต่ยังพอพูดจับใจความได้ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ด้านหน้าบ้านพบ นางขุ้ย วิชัยรัตน์ อายุ 88 ปี ภรรยานายวิเชียรและแม่ของนายสมชาย นั่งบนรถเข็นคนพิการเดินไม่ได้ ป่วยด้วยโรคชราและความดันโลหิต เมื่อลงจากเก้าอี้เข็นต้องใช้วิธีคลานเท่านั้น

จากการสอบถามนางขุ้ย ทราบว่า อาศัยที่อยู่ด้วยกันในบ้าน 3 คนพ่อแม่ลูก เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ลูกชายประสบอุบัติเหตุ ทำให้พิการเป็นอัมพาต จากนั้นจึงย้ายมาจาก จ.ระนอง มาอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยกันพร้อมกับภรรยานายสมชาย แต่หลังจากนั้น ภรรยานายสมชายก็หายหน้าไป พ่อและแม่จึงต้องเลี้ยงดูด้วยความลำบาก ป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดตัวตามมีตามเกิด เนื่องจากฐานะยากจน ต่อมาเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา นายวิเชียรล้มป่วยด้วยอาการอัมพฤกษ์อีกคน ไม่สามารถเดินได้ และช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องให้นางขุ้ย ดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ และอาบน้ำให้ ด้วยความลำบากอย่างหนัก เนื่องจากต้องคลานไปดูแล นายสมชาย ลูกชาย แล้วคลานกลับมาดูแลนายวิเชียร สามี สร้างความรันทดหดหู่ใจแก่เพื่อนบ้านอย่างยิ่ง

และเมื่อวันที่น้ำท่วมใหญ่ ต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ระดับน้ำท่วมบ้านสูงร่วม 2 เมตร โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านมาพาตัวออกจากบ้านไปได้ทัน ก่อนที่กระแสน้ำจะพัดหายไปทั้ง 3 คน แต่เมื่อน้ำแห้งทำให้ พื้นบ้านที่มีเพียงดิน อยู่ในสภาพ เน่าเหม็น นอกจากนี้นายสมชาย ที่นอนติดเตียง จนเป็นแผลกดทับที่แผ่นหลังและแผลเริ่มเน่า เพื่อนบ้านที่เป็น อสม.ได้พยายามเข้ามาช่วย แต่ก็ไม่สามารถทำได้ทุกวันเนื่องจากทุกคนก็อยู่ในสภาพเพิ่งพ้นจากภาวะน้ำท่วม และฐานะยากจนทั้งสิ้น ทำให้ครอบครัวของนางขุ้ย อยู่ในสภาพลำบากอย่างหนัก นายสมชายเริ่มมีอาการป่วยหนักจนมีโอกาส เสียชีวิตจากแผลติดเชื้อ

ขณะที่นางศิริลักษณ์ สั่งให้เจ้าหน้าที่เหล่ากาชาด ชุมพร ทำความสะอาดแผลให้กับนายสมชาย และนำเตียงคนไข้ที่ได้รับบริจาคมาเปลี่ยนให้ ส่วนนายโชคชัย ว่องกูล นายก อบต.ได้วางแผนปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้ แต่ปัญหาที่หนัก คือทั้ง 3 คน มีรายได้จากเงินของทางราชการเพียง 3,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น ส่วนรายได้จากสวนมังคุดในช่วงนี้ไม่มี เนื่องจากนอกฤดูกาล ถ้าไม่มีถุงยังชีพในช่วงน้ำท่วม ทั้ง 3 คนจะได้กินแต่ข้าวเปล่า และน้ำซาวข้าวเท่านั้น จึงอยากขอช่วยเหลือจากสังคม ผู้ที่ใจบุญให้ครอบครัวนี้พอได้ประทังชีวิตไปอีกสักพัก

ที่มา>>>ข่าวสด