รอ พฐ.ตาก ตรวจไฟไหม้คลังจักรยานมือสอง เจ้าของจ่อบินกลับจากญี่ปุ่น

เจ้าของโกดังเก็บรถจักรยานมือสองจากประเทศญี่ปุ่น อ.แม่สอด เตรียมบินกลับไทย หลังไฟไหม้เมื่อคืน สั่งห้ามบุคคลผ่านเข้าออก รอ พฐ.ตาก เข้าตรวจหาสาเหตุ คาดไฟฟ้าลัดวงจร โชคดีไม่ลามโรงงานเย็บผ้าข้างเคียง

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศหลังเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บรถจักรยานมือสองจากประเทศญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บริเวณท่าเรือที่ 9 บ้านท่าอาจ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ทำให้รถจักรยานมือสองจากประเทศญี่ปุ่นราคาแพงคันละหลายพันถึงหมื่นบาทจำนวนมาก ที่เก็บไว้ถูกเพลิงไหม้เสียหาย นอกจากนี้ ยังมียางรถยนต์ที่เก็บไว้ก่อนส่งไปยังฝั่งพม่านับร้อยเส้นก็ตกอยู่ในกองเพลิงนั้น (ไฟไหม้ตลาดขายจักรยานมือ 2 ริมแม่น้ำเมย จ.ตาก คาดเสียหายนับสิบล้าน)สภาพโกดังเก็บรถจักรยานมือสอง จ.ตาก ไฟไหม้

เช้านี้ บริเวณที่เกิดเหตุเงียบเหงา เนื่องจากทางเจ้าของห้ามบุคคลผ่านเข้าออก ห้ามถ่ายภาพ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตาก เข้ามาตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้น ซึ่งพบว่ามีเศษซากจักรยานถูกเพลิงไหม้กองเป็นจำนวนมาก รวมทั้งซากอาคารซึ่งเป็นโครงเหล็กล้มระเนระนาด ในขณะที่เจ้าของคือ นายสุรชัย วีระสมเกียรติ และครอบครัว เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ขณะนี้เตรียมบินกลับแล้ว โดยมีบุตรสาวและบุตรชายดูแลกิจการแทน ส่วนค่าเสียหายยังประเมินไม่ได้ รวมทั้งสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะบริเวณดังกล่าวไม่มีผู้คนอาศัย และโชคดีที่มีรถดับเพลิงเข้ามาช่วยสกัด จึงทำให้ไม่ลุกลามข้ามไปติดโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าที่อยู่ติดกัน ซึ่งเป็นโรงงานใหญ่ มีคนงานหลายพันคน มีทั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ และผ้าจำนวนมาก.

ที่มา>>>Thairath

มิกค์ ทองระย้า ขอใช้สิทธิ์ผ่อนผันทหาร ครั้งที่ 3 เหตุติดเรียน

มิกค์ ทองระย้า ดาราหนุ่มช่อง 7 ใช้สิทธิ์ผ่อนผันเกณฑ์ทหารเป็นครั้งที่ 3 ที่ อ.เสาไห้ สระบุรี เผยติดเรียนที่คณะมนุษยศาสตร์ รามคำแหง หากมีโอกาสก็อยากเป็นทหารเหมือนกัน สาวประเภทสองโผล่สร้างสีสันท่ามกลางกลุ่มหนุ่มฉกรรจ์…

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 เม.ย.59 นาย มิกค์ ทองระย้า ดารานักแสดงลูกครึ่ง สังกัดช่อง 7 สี ได้เดินทางมาแสดงตัว ในการคัดเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นกองประจำการ ปี 2559 ณ ที่ทำการอำเภอเสาไห้ จ.สระบุรี โดย นายมิกค์ ทองระย้า ได้ขอผ่อนผันเป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากอยู่ระหว่างการศึกษา

มิกค์ ทองระย้า เปิดเผยว่า ปีนี้ ตนขอใช้สิทธิ์ผ่อนผัน ซึ่งขอผ่อนผันมาแล้ว 2 ครั้ง เนื่องจากติดการศึกษา เรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะมนุษยศาสตร์ สื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่ถ้ามีโอกาส ก็อยากจะเป็นทหารเหมือนกัน

ด้าน พันเอกกำธร บุญชม สัสดีจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า นายมิกค์ ทองระย้า มาแสดงตัวขอใช้สิทธิ์ผ่อนผัน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ตอนนี้ อายุ 24 สามารถผ่อนผันได้ จนถึงอายุ 26 ปี ครบแล้วก็ต้องเข้ามารับการตรวจเลือก เพราะไม่สามารถผ่อนผันได้

ขณะเดียวกัน มีสาวประเภทสอง ชื่อนายอรรถพล นิ่มนวน อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 2 ต.เริงราง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ประกอบอาชีพอิสระ เข้ามารับการตรวจเลือกอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มในวัยครบเกณฑ์ทหาร สร้างสีสันความฮือฮาเป็นอย่างมาก

สำหรับอำเภอเสาไห้ จ.สระบุรี มีผู้เข้าร่วมรับการตรวจเลือกทั้งหมด 261 คน รับเข้าเป็นทหารกองประจำการจำนวน 44 คน.ที่มา>>>Thairath

เช้ามืดวันจันทร์น้ำไหลอ่อน

สาทร,ราชดำริ, พระราม4, หัวลำโพง, อังรีดูนังต์,จันทน์

การประปานครหลวง แจ้งว่า ในเช้าวันจันทร์ที่ 4 เมษายน 2559 ตั้งแต่เวลา 01.00-03.00 น. และในเช้าวันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2559 ตั้งแต่เวลา 01.00-03.00 น. กปน.มีความจำเป็นในการดำเนินการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าที่สถานีสูบจ่ายน้ำลุมพินี ซึ่งในระหว่างดำเนินการ ส่งผลให้น้ำประปาไหลอ่อน

ในพื้นที่ดังต่อไปนี้ 1.ถนนสาทรเหนือ-ใต้ ถนนสาทร ถนนราชดำริ 2.ถนนพระราม 4 ตั้งแต่ทางด่วนพระราม 4 ถึงหัวลำโพง 3.ถนนอังรีดูนังต์ ถนนจันทน์ ถนนสวนพลู ถนนนางลิ้นจี่ ถนนสาธุประดิษฐ์ 4.ถนนพระราม 3 5.ถนนเจริญกรุง จากถนนสีลม ถึงถนนพระราม 3 ถนนสี่พระยา 6.ถนนราชดำริ จากถนนพระราม 4 ถึงถนนพระราม 1

นอกจากนี้ ในคืนวันจันทร์ที่ 4 เมษายน 2559 ตั้งแต่เวลา 22.00-05.00 น. ของวันรุ่งขึ้น กปน. จะดำเนินการซ่อมท่อประธานขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1,500 มิลลิเมตร ที่แตกรั่ว บริเวณแยกท่าพระ ซึ่งในระหว่างดำเนินการ ส่งผลให้น้ำประปาไหลอ่อน

ในพื้นที่ดังต่อไปนี้ 1.ถนนจรัญสนิทวงศ์ ตั้งแต่แยกไฟฉายถึงแยกท่าพระ 2.ถนนอิสรภาพ ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่คลองมอญถึงคลองบางกอกใหญ่ 3.ถนนเพชรเกษม ตั้งแต่แยกท่าพระ ถึงคลองบางกอกใหญ่

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสาร กปน. พร้อมตรวจสอบพื้นที่น้ำประปาไม่ไหล ผ่านแอพพลิเคชั่น MWA on Mobile ทั้งระบบ iOS และ Android.

ที่มา>>>Thairath

‘วิษณุ’ ย้ำเลือกตั้งปี 60 ยันประชามติไม่ผ่าน คสช.มีแผนสำรอง

“วิษณุ” ย้ำ เลือกตั้งปี 60 แน่ แจงปมเซอร์ไพร์ส แค่กฎหมายลูก 4 ฉบับเสร็จเร็ว ระบุ รู้ทางออกหากประชามติไม่ผ่านหลัง 7 ส.ค. เผย สนช.ถามพ่วงต่างจากเนื้อหาร่าง รธน.ได้ ถ้า ปชช.เห็นชอบ กรธ.ต้องปรับแก้

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 59 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงวันเลือกตั้งหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติว่า ยังไม่มีใครรู้ เนื่องจากต้องมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญจำนวน 4 ฉบับก่อน ซึ่งไม่ทราบว่าจะเสร็จเมื่อใด แต่ไม่ช้า ไม่ต้องกลัวเพราะต้องหยิบ 4 ฉบับ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งมาพิจารณาก่อนฉบับอื่นๆ โดยจะเสร็จในช่วง 1–2 เดือนแรก แล้วนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 2 เดือน และส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าเร็ว เพราะมีวิธีที่จะประสานให้เร็วได้ คือ ร่างไปส่งไป จากนั้นนำขึ้นทูลเกล้าฯ ตรงนี้จะต้องมีระยะเวลาที่สำนักราชเลขาธิการจะไปดำเนินการ เมื่อเสร็จครบ 4 ฉบับ จะเริ่มนับหนึ่งการเลือกตั้ง ภายในระยะเวลา 150 วัน ดังนั้นการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ตามโรดแม็ป ภายในปี 60 แต่จะมาคาดคั้นให้ได้เดือน ก.ค. 60 ไม่ได้ เพราะมีขั้นตอนอยู่

เมื่อถามถึงกรณีที่ระบุว่า จะมีเซอร์ไพร์สในเรื่องการทำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนหมายความถึงกรณีที่มีคนไปคิดกันว่า ทุกอย่างมันจะล่าช้าไปจนกระทั่งถึงปี 61 โดยไปคิดกันเองว่าต้องใช้เวลาทำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 8 เดือน แต่กลับไม่คิดว่า 4 ฉบับนั้น จะต้องเสร็จก่อน 8 เดือน ดังนั้นตนถึงบอกว่าเขาได้เตรียมการอะไรกันไว้พอสมควรที่จะทำให้มันเร็ว แล้วมันอาจจะเร็วเกินกว่าที่คิด ตนจึงใช้คำว่าอาจจะมีเซอร์ไพร์ส เพราะถ้าเซอร์ไพร์สแล้วคนด่าเขาอาจจะไม่เซอร์ไพร์สก็ได้ จึงปล่อยไปตามปกติ

เมื่อถามว่า แล้วเนื้อหาใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ จะมีเซอร์ไพร์สด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้มีการคิดเผื่อไว้หรือยัง หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จะทำอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าไม่ผ่านการลงประชามติ จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 แน่ เพื่อบอกว่าจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร เอาไว้อีกสักพักคงจะรู้ แต่รู้แล้ว คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเปิดเผยหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว จะเกิดขึ้นหลังจากทราบผลการลงประชามติอย่างเป็นทางการแล้ว เพียงแต่ก่อนจะทราบผลจะมีแผนรองรับเอาไว้ก่อนแล้ว ไม่ใช่ว่าทราบผลการลงประชามติ วันที่ 10 ส.ค. แล้ว จะต้องไปใช้เวลายกร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไขเพิ่มเติมกันนาน เพราะเผลอๆ จะเข้า สนช.วันที่ 11 ส.ค.เลย ตนเชื่อว่าที่สุดแล้วกระบวนการที่จะทำต่ออย่างไรกับร่างขึ้นมา โดยอยู่บนพื้นฐานใหม่อย่างไร คงมีการเตรียมกันไว้ตั้งแต่อยู่ในช่วงที่คนไปลงประชามติกัน เพื่อให้เดินหน้าได้รวดเร็ว

เมื่อถามถึงขอบเขตการรณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องไปดูว่า ร่าง พ.ร.บ.ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่ สนช.กำลังพิจารณากันอยู่เขียนเอาไว้อย่างไร ส่วนที่ใครหรือพรรคใดจะบอกไม่เห็นด้วยขณะนี้ทำได้ การบอกจุดยืนของตัวเอง และสมาชิกพรรคไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ถ้อยคำนั้นจะต้องไม่โกหก บิดเบือน ไม่เป็นการให้สัญญา ล่อลวง จูงใจ ให้สินบน จ้าง เพื่อให้ลงประชามติเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า สำหรับคำถามพ่วงในการทำประชามตินั้น เป็นเรื่องของ สนช.ที่จะต้องตั้งคำถาม ซึ่งคิดเองหรือเอามาจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) หรือเอามาผสมรวมกันเพียง 1 ข้อ โดยไม่ต้องส่งมาให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนแนวคำถามนั้นตั้งได้หมดทุกอย่าง แต่ถ้าตั้งแล้วไปกระทบต่อหลักการ ไม่ว่าจะเป็นบทถาวรหรือบทเฉพาะกาล ต้องให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไปแก้ไขให้ตรงกับคำตอบที่ได้จากประชามตินั้น ภายใน 30 วัน แล้วส่งศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเห็นว่าแก้ไขตรงแล้วก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ

เมื่อถามย้ำว่า สนช.สามารถตั้งคำถามพ่วง ที่แตกต่างจากเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ เช่น อยากให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ รองนายกฯ กล่าวว่า ทำได้หมด เขาถึงได้เขียนว่าถ้าต่างกันก็ต้องไปแก้ให้เข้ากับผลประชามติ เพราะประชามติใหญ่กว่าอย่างอื่น เรื่องบัตรเลือกตั้ง 1 ใบ กรธ.เป็นคนคิด แม่น้ำ 4 สาย ท้วงไปเขายังไม่ยอมเลย แต่ถ้าคนเป็นล้านเขาคิด ให้เป็นอย่างอื่นก็ต้องปรับแก้

ที่มา>>>Thairath

สลด! หนุ่มใหญ่เมืองอุดรฯ เครียดตกงานใช้เชือกรองเท้าผูกคอตาย

สลด! หนุ่มใหญ่วัย 42 ปี เมืองอุดรฯ คาด เครียดตกงานนานกว่า 6 เดือน ใช้เชือกรองเท้าผูกคอตายกับเหล็กดัดหน้าต่างในบ้าน

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 1 เม.ย. 59 ร.ต.อ.บุญเลิศ รัตนเมือง รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอตาย ที่บ้านเลขที่ 321/185 หมู่บ้านอุดรการ์เด้นวิลล์หมู่ 6 ต.หนองบัว จึงพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านปูน 2 ชั้น ที่ห้องโถงชั้นล่างพบศพ นายมรกต แซ่อึ้ง อายุ 42 ปี เจ้าของบ้านใช้เชือกรองเท้าสีแดงผูกคอตายเข้ากับเหล็กดัดหน้าต่าง ข้างประตูหน้าบ้าน สภาพศพสวมกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ไม่สวมเสื้อ จากการชันสูตรตามร่างกายไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย แพทย์ระบุเสียชีวิต เนื่องจากขาดอากาศหายใจมาประมาณ 4 ชั่วโมง

สอบสวน นางมลทิน แสนเวียน อายุ 68 ปี แม่ผู้ตายให้การด้วยน้ำตานองหน้าว่า ผู้ตายเป็นโสด อาศัยอยู่กับพ่อแม่ ก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยทำงานเป็นพนักงานขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ร้านทรูโปรพลัส อยู่ในตัวเมืองอุดรธานี มากว่า 10 ปี ต่อมา ร้านได้ขายกิจการให้ชาวต่างชาติ และปลดพนักงาน ทำให้ผู้ตายตกงานมาเกือบ 6 เดือน และเก็บตัวเงียบ บ่นว่ากลุ้มใจอยู่ตลอด ซึ่งตนได้แต่พูดปลอบใจ

ก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนนี้ ผู้ตายได้นอนอยู่ห้องโถงหน้าทีวี ซึ่งเป็นที่นอนประจำของผู้ตาย ส่วนตนขึ้นไปนอนชั้น 2 พอตนตื่นเช้า ตนเดินลงมาเพื่อเตรียมอาหารเช้า ก็พบผู้ตายยืนอยู่ข้างประตู จึงได้ร้องถามว่า ไปยืนทำไมอยู่ตรงนั้น แต่ผู้ตายก็ไม่ตอบ จึงเดินไปดูก็พบว่าลูกใช้เชือกรองเท้าผูกคอกับเหล็กดัดหน้าต่างเสียชีวิตแล้ว ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายเครียดเพราะตกงาน จึงผูกคอตาย และญาติไม่ได้ติดใจในการเสียชีวิต จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

งวดที่แล้วตรงเป๊ะ แห่ขอเลข! ต้นกล้วยน้ำว้าออกเครือกลางลำต้น

พรุ่งนี้รวย!! ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ด “ต้นกล้วยน้ำว้า” ออกเครือกลางลำต้นมี 12 หวี หวีละ 18 ลูก ต่างนำแป้งพร้อมน้ำอบปะพรมขอเลข หลังจากเมื่องวดที่ผ่านมาได้เลขเด็ดเสี่ยงโชค รับทรัพย์กันทั่วหน้า ที่บริเวณริมถนนสายวิเศษชัยชาญ–ท่าช้าง จ.อ่างทอง

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.อ่างทอง ชาวบ้านพากันแห่ขอเลขเด็ดจากต้นกล้วยน้ำว้ากาบขาว ที่ออกเครือกลางลำต้น บริเวณริมถนนสายวิเศษชัยชาญ–ท่าช้าง หน้าบ้านเลขที่ 3 หมู่ 1 ตำบลท่าช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง หลังเมื่องวดที่ผ่านมาได้มีชาวบ้านได้เลขเด็ดเสี่ยงโชครับทรัพย์กันทั่วหน้า และในช่วงใกล้วันหวยออก ชาวบ้านต่างเดินทางมาหาเลขเด็ด โดยการจุดธูปจุดเทียนพร้อมนำผ้าแพรสามสีมาผูกเพื่อขอเลขเด็ด และยังมีการนำน้ำอบมาปะพรมโดยรอบต้นกล้วย พร้อมกับนำแป้งโรยเพื่อหวังหาเลขเด็ดนำไปเสี่ยงดวง โดยมีแม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลมายืนรอให้บริการขายถึงที่เพื่อความสะดวกในการเสี่ยงโชค

ด้าน นายสมหวัง บุญคงเสถียร อายุ 81 ปี ชาวบ้าน หน้าบ้านเลขที่ 6 หมู่ 1 ตำบลท่าช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ กล่าวว่า ตนเองทราบข่าวว่ามีชาวบ้านถูกเลขเด็ดจากต้นกล้วยที่ออกเครือกลางลำต้นเมื่องวดที่ผ่านมา จำนวนหลายราย จึงได้มาพิสูจน์เพื่อหวังเสี่ยงดวงบ้าง โดยนำแป้งมาโรยรอบต้นกล้วยแล้วหาเลขเสี่ยงโชค เผื่อจะมีโชคลาภ เบื้องต้น ได้นับเครือกล้วยได้ทั้งหมดจำนวน 12 หวี และมีหวีละ 18 ลูก แต่ยังบอกใบ้อีกด้วยว่า ตนเองได้เลขเด็ด 89 พร้อมนำไปเสี่ยงดวงต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ย 66 นาทีต่อวัน วัยโจ๋อ่านบนโซเชียลมากกว่า นสพ.

เผยสถิติคนไทยอ่านเฉลี่ย 66 นาทีต่อวัน โดยเยาวชนใช้เวลาเฉลี่ยมากที่สุด 94 นาทีต่อวัน โดยวัยรุ่นอ่านข้อความในเฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม เป็นต้น มากกว่าหนังสือพิมพ์ ส่วนวัยทำงาน อ่านหนังสือพิมพ์มากกว่าโซเชียล สาเหตุที่คนไม่อ่านคือชอบดูทีวี…

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2559 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 44 นายจรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมฯ ร่วมมือกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ และ สำนักอุทยานการเรียนรู้ หรือ TK Park สำรวจการอ่านของประชากรไทย ทุก 2 ปี โดยได้สำรวจปี 2558 ซึ่งเป็นปีแรกที่รวมการอ่านข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ เอสเอ็มเอส และ อีเมล โดยสำรวจประชากรตัวอย่าง 55,920 ครัวเรือน พบว่า การอ่านของเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ปี เมื่อเทียบกับปี 2556 พบว่าเด็กเล็กใช้เวลาอ่านนานขึ้น 7 นาที จาก 27 นาทีในปี 2556 เป็น 34 นาทีในปี 2558 แต่มีความถี่ในการอ่านลดลง เพราะผู้ใหญ่คิดว่าเด็กยังเล็กเกินไป และในปี 2558 พบว่าเด็กหญิงมีอัตราการอ่าน ร้อยละ 60.9 ซึ่งสูงกว่าเด็กชายที่อ่านร้อยละ 59.5

นายจรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ร่วมมือกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ และสำนักอุทยานการเรียนรู้ หรือ TK Park เผยผลสำรรวจการอ่านของคนไทยประจำปี 2558

นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวต่อว่า ส่วนประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไป พบว่าอัตราการอ่านลดลงจากร้อยละ 81.8 ในปี 2556 เป็นร้อยละ 77.7 ในปี 2558 หรือลดลงร้อยละ 4.1 โดยลดลงทุกกลุ่มอายุ เนื่องจากปี 2556 กรุงเทพมหานครได้รับเลือกเป็นเมืองหนังสือโลก ทำให้ทุกภาคส่วนส่งเสริมการอ่านอย่างจริงจัง ทำให้อัตราการอ่านของประชากรปี 2556 สูงมากกว่าปกติ สำหรับประเภทของหนังสือที่อ่าน พบว่า อ่านหนังสือพิมพ์สูงสุด คือ ร้อยละ 67.3 รองลงมา คือ อ่านข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ ร้อยละ 51.6 ส่วนประเภทของสื่อที่ทุกกลุ่มอายุนิยมอ่านมากที่สุด คือ รูปเล่มหนังสือหรือเอกสาร ร้อยละ 96.1 รองลงมา คือ สื่อสังคมออนไลน์ ร้อยละ 45.5 เว็บไซต์ ร้อยละ 17.5 ซึ่งเนื้อหาที่ผู้อ่านชอบอ่านมากที่สุด คือ ข่าว สารคดี และความรู้ทั่วไป ร้อยละ 48.5

ภาพรวมของสถิติการอ่านของเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี

นายจรัญ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม คนที่มีวัยต่างกัน จะมีความสนใจเลือกประเภทหนังสือที่อ่านแตกต่างกัน โดยวัยเด็กอ่านแบบเรียน/ตำราตามหลักสูตร สูงสุดร้อยละ 96.6 รองลงมาคือ นวนิยาย/การ์ตูน/หนังสืออ่านเล่น ร้อยละ 66.2 วัยเยาวชน อ่านข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม เป็นต้น สูงสุดร้อยละ 83.3 รองลงมาคือ หนังสือพิมพ์ ร้อยละ 68.7 สำหรับวัยทำงาน อ่านหนังสือพิมพ์ ร้อยละ 79.9 รองลงมาคือข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ ร้อยละ 54.6 วัยสูงอายุ อ่านหนังสือ เอกสารที่เกี่ยวกับศาสนา ร้อยละ 76.2 รองลงมาคือ หนังสือพิมพ์ ร้อยละ 59.8

สถิติการอ่านของคนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไป

นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ กล่าวด้วยว่า ส่วนเวลาเฉลี่ยที่ใช้อ่าน ในปี 2558 คิดเป็น 1 ชั่วโมง 6 นาที หรือ 66 นาทีต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่อ่านเฉลี่ย 37 นาทีต่อวัน โดยกลุ่มเยาวชนใช้เวลาอ่านมากที่สุด เฉลี่ย 1 ชั่วโมง 34 นาที หรือ 94 นาทีต่อวัน สาเหตุที่เพิ่มเพราะปี 2558 ได้เพิ่มการอ่านข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ และจากการสำรวจพบผู้ไม่อ่านมีร้อยละ 22.3 โดยมีสาเหตุคือ ชอบดูโทรทัศน์มากที่สุด ร้อยละ 41.9 รองลงมาคือ ไม่มีเวลาอ่าน ร้อยละ 24.6 ไม่ชอบอ่าน ร้อยละ 24.8 อ่านหนังสือไม่ออก ร้อยละ 20.6 ตามลำดับ

สถิติการอ่านของวัยรุ่นไทยอายุ 15-24 ปี

สำหรับวิธีรณรงค์ให้คนรักการอ่านที่ดีที่สุดคือ ปลูกฝังให้รักการอ่านผ่านพ่อแม่ และครอบครัว รองลงมาคือ สถานศึกษารณรงค์ส่งเสริมการอ่าน รูปเล่มและเนื้อหาน่าสนใจ ส่งเสริมให้มีห้องสมุดเคลื่อนที่ และมีมุมอ่านหนังสือในชุมชน เป็นต้น.

ที่มา>>>Thairath

แบงก์ 5 พันจ๊าตปลอมระบาดฝั่งเมียนมา เผยหัวหน้าแก๊งเป็นคนไทย

ผู้การตำรวจเมียวดี ข้ามมาประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ไทยที่แม่สอด จ.ตาก ขอความร่วมมือตามล่าตัวหัวหน้าแก๊งที่เป็นคนไทย ปลอมแบงก์ 5 พันจ๊าต ใช้ซื้อของในฝั่งเมียนมา…

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 มี.ค.59 ที่ห้องประชุมสบเมย โรงแรมเซ็นทรัลแม่สอดฮิลล์รีสอร์ท เขตเทศบาลนครแม่สอด จังหวัดตากและจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ได้มีการประชุมประสานงานปราบปรามยาเสพติดชายแดนไทย-เมียนมา โดยมี นายธนยศ ปานขาว นายอำเภอแม่สอด เป็นประธานฝ่ายไทย ส่วนฝ่ายเมียนมา มี พ.ต.ท.ติ่นเมียว ทู ผู้บังคับการตำรวจเมียวดี เป็นหัวหน้าชุดและหน่วยงานความมั่นคงชายแดนจังหวัดเมียวดี เข้าร่วมประชุมหารือ

ทั้งนี้ นอกจากการประชุมเกี่ยวกับการปราบปรามการค้ายาเสพติดแล้ว ทางการเมียนมายังได้ประสานกับฝ่ายความมั่นคงของไทย ให้ช่วยขยายผลและติดตามจับกุมตัวคนไทยที่เป็นหัวหน้าขบวนการปลอมธนบัตรของเมียนมาด้วย โดยเหตุเกิดหลายวันก่อนมีแรงงานชาวเมียนมาข้ามมาจากฝั่งไทยและนำแบงก์ใบละ 5,000 จ๊าตปลอมจำนวนมากไปซื้อของในตลาดจังหวัดเมียวดีและถูกจับกุมตัวได้

จากการสอบสวนแรงงานคนดังกล่าวได้ซัดทอดพร้อมนำรูปถ่ายตัวการคนไทยให้กับตำรวจเมียวดี ซึ่งเรื่องนี้นายธนยศ ปานขาว นอภ.แม่สอด รับปากว่าจะประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเพื่อสืบสวนและจับกุมตัวบุคคลดังกล่าว ส่งให้กับทางการเมียนมาต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ปนัดดา รอเก้อ แม่ประนอม ส่งทนายเลื่อนพบ

ปนัดดา

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รอเก้อ แม่ประนอม ป่วย ส่งทนายขอเลื่อนพบ ถก ขอให้ช่วยปมกิจการน้ำพริกเผาถูกฮุบ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 29 มี.ค. 59 เวลา 14.00 น. นางประนอม แดงสุภา หนึ่งในผู้ก่อตั้งน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จะเดินทางมาพูดคุยกับตนที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหาทางออก จากกรณีที่ร้องขอให้นายกรัฐมนตรีช่วยเหลือ ระบุ ถูกลูกสาวคนโตยึดกิจการ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาปรากฏว่า เลขานุการของนางประนอม ได้ประสานมายังทีมงาน ม.ล.ปนัดดา ว่า นางประนอม ไม่สามารถเดินทางมาพบ ม.ล.ปนัดดา ได้ เนื่องจากป่วย ทั้งนี้ ยังอยากให้เรื่องดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมที่มายื่นฟ้องต่อศาลไว้.

ที่มา>>>Thairath

ทัวร์นครชัยแอร์ยางแตก ตกถนนที่ชัยนาท บาดเจ็บ 21 คน

นครชัยแอร์1

รถทัวร์นครชัยแอร์ รับผู้โดยสารเต็มคัน จากนครสวรรค์ มุ่งหน้าโคราช ถึงชัยนาทยางล้อหลังขวาเกิดระเบิด รถเสียหลักพุ่งชนแผงกั้นตกข้างทาง ผู้โดยสารหัวร้างข้างแตก บาดเจ็บ 21 คน…

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 25 มี.ค.59 พ.ต.ท.ปฏิกรณ์ หาญหัตถกิจ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองชัยนาท รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถทัวร์พุ่งลงข้างทาง ที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน หลักกิโลเมตรที่ 278-279 ขาล่อง พื้นที่ หมู่ 5 ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท

ที่เกิดเหตุพบ รถทัวร์โดยสาร หมายเลขทะเบียน 10-8020 นครราชสีมา ตกลงไปในบริเวณลำคลองส่งน้ำข้างทาง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 21 คน เป็นชาย 11 คน หญิง 10 คน มีทั้งพระสงฆ์ ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก ที่ถูกกระจกบาดและศีรษะแตก จากการกระแทกของรถ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันลำเลียงคนเจ็บส่งโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร เพื่อรักษาบาดแผล

นครชัยแอร์2

ผู้โดยสารทยอยออกมาจากตัวรถ ทางประตูฉุกเฉิน

ส่วนบริเวณริมถนน พบร่องรอยการเฉี่ยวชนแผงกั้นทาง และท่อส่งน้ำประปาถูกชนจนขาด ขณะที่รถทัวร์สภาพพังเสียหายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ยางด้านหลังขวาฉีกขาด

จากการสอบสวนทราบว่า รถทัวร์คันดังกล่าว วิ่งจาก จ.นครสวรรค์ ปลายทาง จ.นครราชสีมา บรรทุกผู้โดยสารมาเต็มคัน เกิดเสียหลักชนแผงกั้นถนน ตกลงไปในคลอง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวคนขับรถ และผู้โดยสารที่ไม่ได้รับบาดเจ็บไปสอบปากคำ

นครชัยแอร์3

ผู้โดยสารได้ส่วนใหญ่ ได้รับบาดเล็กน้อย

นายเศวต คำแสน อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 8 ต.โคกกระเบื้อง อ.บ้านเหลื่อม จ.นครราชสีมา คนขับรถทัวร์เปิดเผยว่า ตนขับรถรับผู้โดยสารจำนวน 40 คนมาจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อเดินทางไปยัง จ.นครราชสีมา ถึงที่เกิดเหตุมีการปิดถนนจำนวน 1 ช่องทาง จึงชะลอรถ เพื่อให้รถกระบะที่อยู่ด้านหน้าเปลี่ยนเลน แต่จู่ๆ ยางหลังด้านขวาเกิดระเบิด ทำให้รถเสียหลักตกร่องคลองข้างถนน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต.

ที่มา>>>Thairath