รู้จักไหม? “อาร์ติโชค” ป้องกันตับแข็ง-ลดไขมัน คอเลสเตอรอล

รู้จักไหม? “อาร์ติโชค” ป้องกันตับแข็ง-ลดไขมัน คอเลสเตอรอล

ถ้าพูดถึง “อาร์ติโชค” คนไทยหลายคนอาจจะไม่รู้จัก หรือไม่เคยได้ยิน เพราะอันที่จริงแล้วอาร์ติโชคเป็นพืชเมืองหนาว จึงเป็นที่นิยมของชาวยุโรป หรือประเทศที่มีอากาศเย็นๆ หนาวๆ มากกว่า แต่ถ้าจะมองว่าอาร์ติโชคเป็นพืชไกลตัว หาทานได้ยาก และมีราคาสูงล่ะก็ อาจจะต้องคิดกันใหม่ เพราะประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างเวียดนาม โดยเฉพาะเมืองที่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปีอย่างซาปา ดาลัต มีอาร์ติโชคปลูกขายอยู่มากมายในราคาสบายกระเป๋า หาซื้อได้ง่ายราวกับผักกาดขาว กะหล่ำปลีเลยล่ะค่ะอาร์ติโชค คืออะไร วิธีทานอาร์ติโชค ประโยชน์ของอาร์ติโชคอาร์ติโชค คืออะไร?

อาร์ติโชค เป็นพืชที่ถูกค้นพบตั้งแต่สมัยโบราณ สามารถนำไปทำเป็นอาหาร และยารักษาโรคของชาวอียิปต์ กรี และโรมัน มีใบสีเขียวอ่อน ดอกใหญ่มีกลีบซ้อนกันหลายชั้น ปัจจุบันพบได้ทั่วโลกในเขตหนาว และพบมากในแถบแอฟริกาเหนือ เมดิเตอร์เรเนียน ยุโรป อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย และอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างเวียดนาม (ตอนเหนือ) ก็นิยมปลูกอาร์ติโชคเช่นกัน ส่วนบ้านเรามีนำเข้ามาปลูกในโครงการหลวงตั้งแต่ปี 2528 แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก

ส่วนที่นำมาทานกันคือดอก ที่เรานำมาเด็ดออกมาทีละกลีบ แล้วนำไปต้ม หรือนำไปปรุงอาหารในแบบต่างๆ รสชาติมันๆ เหมือนถั่วต้ม แต่จะรู้สึกถึงรสหวานในลำคอ

วิธีที่นำมาทานกัน คือนำดอกไปนึ่งหรือต้มจนสุก เด็ดออกมาทานทีละกลีบ แต่อย่าเคี้ยวเข้าไปทั้งกลีบนะคะ เพราะส่วนที่ทานได้มีแค่ส่วนโคนกลีบเท่านั้น โดยใช้วิธีกัดส่วนส่วนโคนกลีบ แล้วใช้ฟันรูดเนื้อออกมา เหลือไว้แต่ใยแข็งๆ ของกลีบ (คล้ายกับการทานมะรุม แต่อาร์ติโชคทานได้เฉพาะส่วนโคนกลีบ) โดยวิธีทานของฝรั่ง คือนำไปจิ้มกับซอส (ซอสกระเทียม ซอสเนย ผสมมะนาวหรือน้ำส้มสายชู แล้วแต่สูตร) คนไทยสามารถนำไปทานกับน้ำพริก หรือทานเล่นเป็นของว่างได้ค่ะ บางสูตรสามารถนำอาร์ติโชคไปย่าง ยัดใส่เนื้อสัตว์ หรือต้มทั้งดอก (เลือกดอกอ่อนๆ) ก็มีเช่นกัน

นอกจากส่วนกลีบแล้ว ยังมีส่วนที่อร่อยที่สุด คือใจกลางขออาร์ติโชค เมื่อลอกกลีบทานจนหมดแล้ว เลาะเอาหน้าเกสรออก จะเหลือแต่เนื้อสีขาวๆ เทาๆ ด้านใน สามารถทานได้ทั้งก้อน รสชาติหวานมันเข้มข้นกว่าส่วนกลีบ
อาร์ติโชค คืออะไร วิธีทานอาร์ติโชค ประโยชน์ของอาร์ติโชค

 ประโยชน์ของอาร์ติโชค

1. บำรุงตับ ช่วยกระตุ้นการทำงานของตับ เพื่อช่วยระบบการย่อยอาหาร

2. กระตุ้นการสร้างน้ำดีของตับ เพื่อช่วยลดกรดในลำไส้ และช่วยย่อยไขมัน

3. ลดไขมัน และลดคอเลสเตอรอลในเลือด

4. ช่วยให้ระบบการทำงานของหัวใจ และหลอดเลือดดีขึ้น

5. ป้องกันความเสี่ยงของไขมันอุดตันเส้นเลือด

6. ป้องกันตับอักเสบ ตับแข็ง ดีซ่าน ถุงน้ำดีอักเสบ

7. ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว และลดแก๊สในกระเพาะอาหาร

8. ลดโอกาสในการเป็นโรคโลหิตจาง เบาหวาน และเกาต์

อ่านแล้วอยากลองทานกันเลยใช่ไหมล่ะ ลองถามหาอาร์ติโชคโครงการหลวง หรือใครมีโอกาสได้ไปเวียดนาม ลองเดินตลาดดูได้ค่ะ เจอแน่ๆ หากใครไม่สะดวกทานอาร์ติโชคสด มีอาร์ติโชคกระป๋อง อาร์ติโชตอบแห้ง ชาอาร์ติโชค และอาหารเสริมอาร์ติโชคแคปซูลให้เลือกทานกันด้วยนะคะ

ที่มา>>>Sanook

สุดยอดแว่นกันแดดราคาเบา ๆ สำหรับผู้ชาย

สุดยอดแว่นกันแดดราคาเบา ๆ สำหรับผู้ชาย

แว่นกันแดด กลายเป็นแฟชั่นสุดฮิต ที่จะทำให้ผู้ชายธรรมดา ๆ ดูมีสไตล์ขึ้นมาได้ และผู้ชายหลาย ๆ คน ก็บอกว่า เขาไม่ได้มีแว่นกันแดดแค่อันเดียว ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่า ราคาของแว่นแต่ละอันนั้น ไม่เบาเลย ยิ่งเป็นแบรนด์ดัง ๆ ด้วยแล้ว จะซื้อแต่ละอันก็ทำเอาต้องคิดหนัก

แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าเราลองมาเลือกดูกัน ก็จะเห็นว่า มีแว่นดี ๆ ที่ไม่ทำเรากระเป๋าฉีกอยู่หลายรุ่นเหมือนกัน ซึ่งหากเราสามารถลดงบประมาณในการซื้อแว่นกันแดดแบรนด์ดังลงได้ ก็จะสามารถเลือกซื้อแว่นเท่ห์ๆ ได้หลากสไตล์มากขึ้น ยิ่งใครที่ชอบทำหาย ชอบทำหล่น เปลี่ยนแว่นกันบ่อย ๆ แว่นที่เราได้คัดมาให้นี้ จะไม่ทำให้ผิดหวัง

– Topman Retro Mirror Sunglasses รุ่นนี้นับว่าเป็นรุ่นกลาง ๆ ไม่ดูเป็นสไตล์ Wayfarer (สไตล์นักเดินทาง) หรือ Aviator (สไตล์นักบิน) มากนัก โดยผู้ผลิตต้องการให้ดูทันสมัยด้วยเลนส์ฉาบปรอท และกรอบสีทอง สวมใส่ได้ง่าย เหมาะกับชุดกลางวันทุกรูปแบบ ในราคาเพียง 20 ดอลล่าร์สหรัฐ

– Quay Australia Bronx Sunglasses ถ้าหากคุณต้องการแว่นกันแดด ที่ไม่ใช้มีหน้าที่แค่ปกป้องดวงตาจากแสงแดดในช่วงกลางวันเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่ต้องการเป็นความโดดเด่น เป็นผู้รักแฟชั่นด้วยแล้วละก็ แว่นรุ่นนี้ เหมาะมาก ด้วยกรอบสีน้ำผึ้ง และรูปทรงที่สุดเฉี่ยว ราคาของมันอยู่ที่ 43 ดอลล่าร์สหรัฐ

– American Optical Original Pilot Eyeware ผู้ผลิตรายนี้ เป็นที่รู้จักในการผลิตแว่นคุณภาพสูงให้กับกองทัพ ดังนั้น จะไม่มีปัญหาในเรื่องของเลนส์ที่ทำให้ภาพบิดเบือนอย่างแน่นอน ทรงเหลี่ยม จัดว่าเป็นความโดดเด่นเฉพาะตัวของเขาเลยทีเดียว ราคา 57.95 ดอลล่าร์สหรัฐ

– Carrera Aviator Sunglasses นับว่าเป็นสไตล์นักบินคลาสสิก ที่ใคร ๆ ก็ใส่แล้วดูดี เลนส์ที่ใช้เป็น Composite Lenses ซึ่งหมายถึงมีความสามารถในการกันรังสี UV ได้ถึง 100 เปอร์เซนต์ ส่วนกรอบเป็นโลหะ ราคาของมันคือ 64.99 ดอลล่าร์สหรัฐ

– Carrera 5020/S Sunglasses ความโดดเด่นคือ ด้านบนที่เรียบ ตรง ทำให้ใส่แล้วดูขึงขัง มากกว่าขี้เล่น ตัวกรอบเป็นโลหะ มีทั้งสีดำ น้ำเงินเข้มและน้ำตาล ส่วนเลนส์เป็น Non-polarize ซึ่งปลอดภัยต่อรังสี UV 100 เปอร์เซนต์ ให้ความรู้สึกเป็นหนุ่มมาดนักธุรกิจ ในราคา 66.68 ดอลล่าร์สหรัฐ

– Sunpocket Folding Sunglasses แว่นกันแดดรุ่นนี้เชื่อว่าใคร ๆ ก็ชอบ เพราะไม่เพียงทำให้ดูหล่อ มันยังพับได้อีกด้วย พกพาไปไหนต่อไหนได้สะดวก มีเลนส์สีฟ้าไปกันได้ดีกับกรอบลายกระ สำหรับราคานั้นอาจจะสูงหน่อย คือ 94.97 ดอลล่าร์สหรัฐ

– Topman Round Sunglasses เมื่อเห็นราคารุ่นนี้แล้ว ต้องยอมรับว่าสุดคุ้ม เพียง 25 ดอลล่าร์สหรัฐ ได้แว่นกันแดดสไตล์วินเทจ มีกรอบโลหะ ลายกระ ทรงกลม และยังใช้เลนส์ที่กันรังสี UV ได้ 100 เปอร์เซนต์

– Raen Myer Polarized Sunglasses เป็นแว่นกรอบหนา รุ่นเดียวในกลุ่ม แถมยังนำเอาสไตล์ของแว่นราคาแพงอย่าง RAEN และ Poler มาผสมกันได้อย่างลงตัว พร้อมใช้เลนส์กันรังสี UV 100 เปอร์เซนต์ ในราคา 89.98 ดอลล่าร์สหรัฐ

– A.J. Morgan Boston Sunglasses รุ่นนี้ เลือกใช้กรอบลายกระสีอ่อน ทำให้ดูแปลกตาและมีสไตล์ ซึ่งผู้ผลิตเน้นว่า เป็นแว่นที่ดูดี ในราคาเบา ๆ อย่างแท้จริง คือ 24 ดอลล่าร์สหรัฐ

– Komono Clement Sunglasses เป็นแว่นสีดำ ทรงกลม เลนส์ฉาบปรอท สีฟ้าอ่อนและสีเขียว หากมองเผิน ๆ อาจจะรู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ความพิเศษอยู่ที่ตัวเลนส์ กันรังสี UV ได้ 400 เท่า นอกจากนั้น กรอบยังเป็นงานแฮนด์เมด ราคาอยู่ที่ 70 ดอลล่าร์สหรัฐ

– Fort Knocks Polarized Sunglasses+Strap ผู้ผลิตคือ Fort Knocks นั้น นับได้ว่ามาเขย่าวงการแว่นกันได้ไม่น้อยเลย ทั้งจากการออกแบบที่คลาสสิก และความสบายในการสวมใส่ แว่นกันแดดของเขามีหลายสไตล์ หลายสี เลนส์ ได้รับการรับรองจาก FDA หรือองค์การอาหารและยาของสหรัฐ ว่ากันรังสี UV ได้ 400 เท่า ราคา 32.98 ดอลล่าร์สหรัฐ

– Sunski Seacliffs แว่นรุ่นนี้ มีความเด่นอยู่ที่น้ำหนักเบา วัสดุที่นำมาใช้ทำกรอบคือโพลีคาร์โบเนต ส่วนเลนส์ ก็เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง เป็นเลนส์โพลาไรซ์ กันรังสี UV B ถึง 400 เท่า ราคาอยู่ที่ 55 ดอลล่าร์สหรัฐ

– Randolph Engineering Ashby Sunglasses รุ่นนี้ เรียกได้ว่า คุ้มค่า น่าสะสม มันดูคลาสสิก และดูดีทีเดียว บางคนอาจจะบอกว่า ราคาของมัน 81.58 ดอลล่าร์สหรัฐนั้น ไม่ค่อยจะถูกโดนใจสักเท่าไหร่ แต่ด้วยสไตล์วินเทจ และคุณสมบัติของเลนส์กันรังสี UV 100 เปอร์เซนต์ ก็นับว่า ไม่เลวเลยทีเดียว

ที่มา>>>Sanook

“นมถั่วเหลือง” พลังของ SuperDrink ที่จะทำให้สุขภาพคนยุคใหม่เป๊ะปังได้ !

“นมถั่วเหลือง” พลังของ SuperDrink ที่จะทำให้สุขภาพคนยุคใหม่เป๊ะปังได้ !

        ในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ หรือหนุ่มสาวออฟฟิศในเมืองส่วนใหญ่จะมีไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ เพราะทุกนาทีมีค่า ตอนเช้าต้องรีบตื่นไปทำงาน กลางวันก็ต้องรีบทานข้าวเพื่อมาปั่นงาน แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังรู้จัก “เลือก” สิ่งที่ดีที่สุดให้กับสุขภาพของตัวเอง โดยการเลือกออกกำลังกาย ไม่ว่าจะไปวิ่งจ็อกกิ้งที่สวนสาธารณะในวันว่าง เข้าฟิตเนสหลังเลิกงาน เล่นโยคะ หรือว่ายน้ำเพื่อผ่อนคลายอารมณ์

รวมไปถึงการเลือกของกินที่มีประโยชน์ ทุกมื้ออาหารต้องให้คุณค่าสารอาหารครบ ทำให้เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง และครบถ้วนเข้ามีบทบาทเติมเต็มให้กับชีวิตมากขึ้น หนึ่งในเครื่องดื่มที่เป็นที่นิยมเพราะมีประโยชน์และ Easy to drink ตามสไตล์ของคนรุ่นใหม่ก็คือ “นมถั่วเหลืองกล่อง” นั่นเอง ซึ่งเจ้านมถั่วเหลืองนับเป็น SuperDrink ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็น “จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร” ได้ง่ายๆ

อยากรู้แล้วใช่มั้ยล่ะ..ว่ามันทำได้ยังไง วันนี้ Sanook จะขยายข้อดีให้โลกรู้เอง!

นมถั่วเหลืองเป็นแหล่งประโยชน์ที่สามารถดื่มได้ทุกเพศทุกวัย แถมยังเป็นโปรตีนจากพืชที่มีคุณค่าสูงเท่ากับนมวัว ทำให้ย่อยได้ง่าย จะดื่มตอนไหนก็สบายท้อง ไม่ต้องกลัวท้องอืดอีกด้วย

ถ้าคุณดื่มนมถั่วเหลืองอย่างต่อเนื่อง ก็จะกลายเป็นคนที่สุขภาพสตรองที่สุด แถมยังได้เรื่องผิว หุ่น และสมองอีกด้วย ซึ่งในยุคนี้ใครมีครบ ก็สามารถเปรียบได้ว่าเป็น “จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร” ที่ใครๆ ก็ต้องยอมสยบนั่นเอง เพราะว่าในนมถั่วเหลืองมี…
– ไอโซฟลาโวน สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยทำให้ผิวพรรณเนียนเปล่งปลั่ง เส้นผมมีสุขภาพดี ใครเห็นก็อยากจะขยับเข้ามาใกล้ๆ
– โอเมก้า 3 ที่ไม่ได้มีแค่ในปลา จะช่วยช่วยพัฒนาสมองและการจดจำให้ดีขึ้น คิดงานอะไรก็ไหลลื่น ส่งงานทันเดทไลน์แน่นอนแถมยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายอีกด้วย
– โปรตีนชนิดกรดอมิโนจำเป็น ที่จะช่วยทำให้เราอิ่มท้อง ลดการทานของจุกจิกได้ เหมือนเป็นตัวช่วยคุมเรื่องหุ่น และยังเข้าไปช่วยเร่งการเผาผลาญไขมัน เข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและสร้างกล้ามเนื้อให้เราอีกทางเหมือนกัน

และไม่ต้องแปลกใจเลยว่าคนที่รักสุขภาพถึงเลือกดื่มนมถั่วเหลืองกล่องกัน นอกจากประโยชน์จัดเต็มขนาดนี้แล้ว ยังสามารถเก็บได้นาน ดื่มง่าย รสชาติอร่อย พกพาสะดวก เข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคนี้สุดๆ

เห็นมั้ยล่ะ…ว่าพลังของนมถั่วเหลืองกล่องทำให้ร่างกายสตรอง
เปรียบเหมือนเป็น “จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร” ได้จริงๆ

ที่มา>>>ข่าวสด

จริงหรือไม่? จูบที่คอ อันตรายถึงชีวิต!

จริงหรือไม่? จูบที่คอ อันตรายถึงชีวิต!

เรื่องนี้ต้องขออนุญาตหยิบยกเรื่องที่เกิดขึ้นจริงมาเล่าให้ฟังว่า เคยเห็นรุ่นพี่ในชั้นเรียนเดียวกันคนหนึ่ง มาเรียนในสภาพที่มีผ้าก๊อตผิดแผลทั่วคอ และปิดแบบไม่ค่อยเรียบร้อยนัก ด้วยความรู้จักกันจึงถามไปว่า “โดนอะไรมา” เขาตอบว่า “นอนตกหมอน แล้วคอช้ำ” ขณะที่กำลังงงๆ กับคำตอบของพี่เขา เพื่อนที่นั่งข้างๆ สะกิดแล้วกระซิบบอกว่า “ดูดีๆ สิ นั่นไม่ใช่รอยช้ำ แต่เป็นรอยดูดที่คอต่างหาก” จากนั้นเลยถึงบางอ้อทันที แล้วไม่ได้ถามอะไรเขาต่ออีกเลย (เขินแทน)

รอยจูบที่คอ ที่เป็นรอยแดงๆ จ้ำๆ วัยรุ่นฝรั่งเรียกว่า Love Bites ศัพท์อย่างเป็นทางการหน่อยจะเรียกว่า Hickeys วัยรุ่นบ้านเราน่าจะเรียกแบบบ้านๆ ว่า รอยจูบ รอยดูดที่คอกันไป วิธีทำให้เกิดรอยแดงๆ ช้ำๆ แบบนี้ ก็แค่จูบที่คอ แล้วออกแรงดูดจนกว่าจะเกิดเป็นรอยจ้ำเลือดขึ้นมานี่แหละ คู่รักบางคู่ทำรอยเอาไว้ที่ต้นคอของอีกฝ่าย เหมือนเป็นสัญลักษณ์ว่า “คนนี้เป็นของฉันคนเดียว” หรือเป็นร่องรอยที่ทำให้ต่างคนต่างคิดถึงค่ำคืนที่หวานหอมนั่นเอง

เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล ใครจะมี หรือไม่มี ใครจะทำ หรือไม่ทำ ไม่มีใครห้าม แต่สาเหตุที่ยกมาพูดถึงในวันนี้ เป็นเพราะมีข่าวออกมาว่า คนที่โดนดูดต้นคอ เป็นอันตรายจนถึงชีวิตเนี่ยสิ
รอยจูบที่คอ เป็นอันตรายถึงชีวิต

การทำรอยจูบ รอยช้ำที่คอ อาจทำให้เลือดคั่งเฉพาะจุด จนอาจอุดตันการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เส้นเลือดในสมองตีบ หรือตัน เมื่อเลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย จึงเกิดอันตรายต่ออวัยวะนั้นๆ ซึ่งต้นคอเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดที่ไหลเวียนโลหิตไปสู่อวัยวะสำคัญมากมาย เช่น สมอง หัวใจ แขน

จากข่าวที่มีวัยรุ่นเพศชาย เกิดอาการเส้นเลือดในสมองตีบตันเฉียบพลัน จนทำให้เสียชีวิต และหญิงวัยกลางคนที่แขนชา เป็นอัมพาต ทั้งคู่มีสาเหตุจากการทำรอยจูบที่ต้นคอทั้งสิ้น

นอกจากนี้รอยช้ำเลือดที่ว่า ไม่สามารถทำให้หายไปได้ในเร็ววัน ต้องใช้เวลา 2-3 อาทิตย์จนกว่าจะหายไปจนหมด ขึ้นอยู่กับความแรงในการดูด สียิ่งเข้ม ยิ่งหายช้า แถมบางครั้งยังอาจเป็นรอยช้ำเหมือนแผลไปนานกว่านั้น จนเหมือนเป็นแผลเป็นได้ แต่หากอยากลดรอยแดงให้จางลงไปให้ได้มากที่สุด ลองใช้น้ำแข็งหมุนวนบนรอยแดงนั้นเรื่อยๆ อาจช่วยลดความเข้มของรอยแดงลงได้บ้าง

แต่ถึงแม้ว่าการทำรอยจูบที่ต้นคอแบบนี้จะมีอัตราเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของอวัยวะในร่างกายค่อนข้างน้อย แต่คุณคงไม่อยากเป็นส่วนน้อยที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เพราะฉะนั้นหากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยงค่ะ เรายังมีวิธีแสดงความรักที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และสุขภาพอีกมากมาย จริงไหม?

ที่มา>>>ข่าวสด

มือใหม่แต่งบ้านควรรู้ 10 ชิ้นปัง 5 ชิ้นพัง เรื่องตกแต่งบ้าน

มือใหม่แต่งบ้านควรรู้ 10 ชิ้นปัง 5 ชิ้นพัง เรื่องตกแต่งบ้านเอาแล้ว พอคิดจะแต่งบ้านก็มานั่งคิดอีกว่าจะซื้ออะไรบ้างดี ไอ้นั่นก็จำเป็น ไอ้นี่ก็จำเป็น หรือนั่นก็อยากได้ นี่ก็อยากโดนเพราะมันดูเข้ากับบ้านเราเหลือเกิน แต่รู้ไหมว่าในบรรดาของที่เราต้องการและคิดว่าจำเป็นอาจมีของตกแต่งบ้านที่ไม่จำเป็นอยู่ในนั้นก็เป็นได้ มาดูกันว่าถ้าคุณเป็นมือใหม่และอยากแต่งบ้านด้วยตัวเอง ชิ้นไหนที่ปังและควรซื้อ หรือชิ้นไหนที่ซื้อแล้วพังไม่เหมาะหรือเกินจำเป็นของแต่งบ้าน 10 ชิ้นปัง

1.ผ้าปูที่นอนผืนใหม่ ลองเปลี่ยนผ้าปูที่นอนจากโทนสีที่เคยใช้ให้เป็นอีกแบบหนึ่ง เช่น ถ้าเคยใช้โทนสีเข้มก็เปลี่ยนเป็นสีอ่อน

2.เทียนหอม กลิ่นจะเป็นตัวบ่งบอกบรรยากาศภายในบ้านได้เป็นอย่างดี

3.เชิงเทียน อาจเปลี่ยนทรงจากเป็นก้านสูงเป็นตะเกียงก็ได้ ก็จะให้ความคลาสสิกไปอีกแบบหนึ่ง

4.ดอกไม้-แจกัน ดอกไม้คือสิ่งจำเป็นสำหรับการแต่งบ้าน ควรมี 3 จุดด้วยกัน ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องรับแขก

5.หมอน หมอนเล็กๆ ที่อยู่ตามจุดต่างๆ ของบ้าน อาจเปลี่ยนรูปทรง หรือสีให้ดูแปลกตาและทันสมัยขึ้น

6.รูปภาพ ถ้าเคยติดภาพวาด ภาพพิมพ์ ขาว-ดำ อาจเปลี่ยนเป็นภาพวิว ภาพถ่ายที่ดูมีสีสันขึ้น หรืออาจเปลี่ยนเรื่องของขนาดภาพ

7.โคมไฟ ถ้าเปลี่ยนโคมไฟแนะนำให้เปลี่ยนโคมไฟที่เด่นที่สุดของบ้าน เพราะจะทำให้อารมณ์ของบ้านเปลี่ยนไปทันที

8.ต้นไม้ อาจลองมาจัดสวนเล็กๆ ในบ้านด้วยต้นไม้จากเมืองหนาวอย่างพวกไม้ใบก็จะช่วยทำให้แปลกตาขึ้นและดูแลได้ง่าย

9.พรม ถ้าเคยใช้สีเรียบหรือพรมเรียบ ก็ลองเปลี่ยนเป็นสีสันหรือเป็นพรมขนสัตว์แทน

10.สีผนังบ้าน อาจเปลี่ยนสีและลายของวอลเปเปอร์ หรือเปลี่ยนสีของผนังไปเลย เพื่อสร้างความแปลกใหม่

ของแต่งบ้าน 5 ชิ้นพังไม่แนะนำให้ซื้อมา

1.หน้ากากครอบที่นั่งชักโครกและพรมรองเท้า ไม่มีใครต้องการหน้ากากครอบที่นั่งชักโครกหรือพรมรองพื้นบริเวณโถส้วมทุกคนหรอก เพราะมันกลับเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค และคุณยังต้องทำความสะอาดมันเพิ่มขึ้นอีกด้วย

2.กรอบรูปจำนวนมาก กรอบรูปจำนวนมากที่ไม่เข้ากันมันกลับทำให้บ้านดูไม่ดีมากกว่า

3.ผ้าม่านที่ล้าสมัย คุณอาจรู้สึกแปลกใจที่รู้ว่าห้องบางห้องไม่จำเป็นต้องมีผ้าม่านก็ได้ หากคุณได้อยู่ในห้องหรือบ้านมีมีหน้าต่างสวยๆ โดยเฉพาะงานไม้แบบดั่งเดิม หรือถ้าคุณอาศัยอยู่ในชนบท บ้านไม้คุณอาจไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าม่านเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว

4.การจัดดอกไม้ปลอม จริงอยู่ที่มีพืชประดิษฐ์บางชนิดที่ดูสวยงามแต่จริงๆ มันก็ไม่ดี ยิ่งถ้าเป็นต้นไม้ประดิษฐ์หรือดอกไม้ประดิษฐ์ช่อโตมันกลับกลายเป็นที่ๆ มีฝุ่นเกาะอยู่เต็มไปหมด

6.ของกระจุกกระจิก มันอาจจะเป็นของตกแต่งบ้านที่ดี แต่ถ้ามีของเหล่านี้มากเกินไปมันจะยิ่งทำให้บ้านรก และยุ่งยากเมื่อต้องทำความสะอาด

ที่มา>>>Sanook

12 เรื่องเกี่ยวกับการ “ผายลม” ที่คุณอาจไม่เคยรู้

Farting Man On A Chair Black Symbol Vector Illustration

เคยได้ยินว่า “กินถั่วแล้วจะผายลม” กันบ้างไหมคะ ความจริงจะเป็นอย่างที่เราเข้าใจหรือเปล่า ทำไมคนเราถึงต้องผายลม แล้วทำไมตดต้องเหม็น หากกลั้นตดแล้วร่างกายจะเป็นอันตรายอะไรหรือไม่ มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ

12 เรื่องเกี่ยวกับการ “ผายลม” ที่คุณอาจไม่เคยรู้

1. กลิ่นไม่พึงประสงค์จากการผายลมมาจาก 1% ของจำนวนแก๊สที่เราปล่อยออกมา อาจประกอบไปด้วยโมเลกุลหลายชิดที่มีกรดกำมะถันเป็นองค์ประกอบ เช่น ไดเมทิลซัลเฟต และเมทาเนทิโอล ที่เหลืออีก 99% เป็นเพียงแก๊สที่ถูกขับออกมาจากท้อง และไม่มีกลิ่นด้วย

2. ในแต่ละวันคุณอาจมีแก๊สในกระเพาะมากถึง ½ ลิตรเลยทีเดียว ใครที่ชอบดื่มโซดา น้ำอัดลม ระวังไว้เลย

3. เราอาจผายลมบ่อยครั้ง มากถึง 14 ครั้งต่อวันเลยทีเดียว

4. อาหารที่เพิ่มแก๊สในกระเพาะอาหารมีมากมาย แถมยังเป็นประโยชน์ต่อร่างกายด้วย ได้แก่ ดอกกะหล่ำ กะหล่ำดาว ถั่ว บล็อกโคลี่ และรำข้าว รวมไปถึงฟลุคโตส หรือน้ำตาลที่มาจากผลไม้ ผลิตภัณฑ์จากนมอีกด้วย5. นอกจากอาหารที่ทำให้มีแก๊สมากขึ้นแล้ว ยังมีอาหารทำให้ผายลมมีกลิ่นรุนแรงอีกด้วย นั่นคือ ไข่ และเนื้อสัตว์นั่นเอง ใครเพิ่มจัดบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างมาล่ะก็ หนีให้ไกลเลยนะ

6. ความเร็วของลมที่ผายออกมาจากร่างกายของเรา มีแรงดันสูงมากนะ ทำให้แรงลมเร็วปรี๊ดจนถึง 10 ฟุตต่อวินาที หรือราวๆ 11 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว ไม่ใช่เล่นๆ

7. แล้วอย่าคิดว่าผู้หญิงผายลมน้อยกว่าผู้ชายนะ ร่างกายของผู้หญิงก็ผลิตแก๊สออกมาได้มากเท่าๆ กับผู้ชายนั่นแหละ แต่เรามีวิธีแอบซ่อนไม่ให้ผู้ชายรับรู้ได้เก่งกว่า จริงป่ะ?

8. อย่าลองทำเองที่บ้าน เพราะจริงๆ แล้ว ลมตดติดไฟได้นะเออ เคยเห็นคลิปฝรั่งเอาไฟแช็คไปจ่อใกล้ๆ ก้นไหม ไฟพุ่งใส่หน้าเลยนะจะบอกให้9. ถ้าไม่อยากผายลมบ่อยๆ มีวิธีช่วยง่ายๆ คือ ทานข้าวให้ช้าลง เคี้ยวให้ละเอียดมากยิ่งขึ้นก่อนกลืน จะช่วยให้กระเพาะอาหารย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น และการออกกำลังกายก็ช่วยลดแก๊สในกระเพาะอาหารได้เช่นกัน

10. เคยสงสัยไหมว่าทำไม้สียงผายลมของแต่ละคนถึงไม่เหมือนกัน เพราะเสียงของผายลมมีอยู่หลายปัจจัยที่ทำให้แตกต่าง ตั้งแต่ปริมาณของแก๊ส ความกระชับของกล้ามเนื้อก้น และแรงดันจากภายในของร่างกายแต่ละคนที่จะขับแก๊สออกมา

11. รวมไปถึงกลิ่นที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับอาหารที่ทาน เชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่ในร่างกาย และอื่นๆ

12. เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องกลั้นผายลมไหมคะ อาจจะอยู่ในห้องประชุม อยู่ในลิฟท์ อยู่ต่อหน้าแฟน ในโรงหนัง และอื่นๆ การกลั้นผายลมไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงอะไรในร่างกายของเราหรอกค่ะ เพียงแต่มันก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อเรานัก เพราะอาจเกิดตะคริว หรือแรงดันในช่องท้อง จนอาจเกิดเป็นแก๊สสะสมในช่องท้อง จนอาจปวดท้องโดยไม่จำเป็นได้

เห็นอย่างนี้แล้วก็ทราบกันดีใช่ไหมคะว่าเรื่องผายลมเป็นเรื่องธรรมชาติ หากจะเห็นคนข้างตัวผายลมไปบ้างก็อย่าไปว่าอะไรเขาเลยค่ะ ให้เขาปล่อยลมออกมาจะดีกว่า แต่หากตดของคุณมีกลิ่นเหม็นรุนแรงเหมือนอาวุธชีวภาพดีๆ สักลูกนั้น ควรหาพื้นที่ที่ห่างไกลผู้คนแล้วจัดการทำธุระให้เรียบร้อยก่อนกลับเข้าสู่สังคมปกติจะดีกว่า เพื่อสุขภาพจมูกของเพื่อนๆ นะคะ

ที่มา>>>Sanook

สูตรพอกหน้า หมักผมด้วยอะโวคาโด จัดเต็มความงามด้วยผลไม้ใกล้ตัว

สูตรพอกหน้า หมักผมด้วยอะโวคาโด จัดเต็มความงามด้วยผลไม้ใกล้ตัว

อะโวคาโด ผลไม้ที่อุดมไปด้วยปริมาณของไขมันดี ซึ่งไขมันดังกล่าวล้วนมีความสำคัญต่อเซลล์ผิวคนเราเป็นอย่างยิ่ง จึงช่วยบำรุงผิว โดยเฉพาะในคนที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ทำให้ผิวนวลนุ่มชุ่มชื้นได้อย่างน่าสัมผัสยิ่งขึ้น สำหรับสูตรที่เราแนะนำนี้ก็เป็นสูตรพอกหน้า และสูตรหมักผมด้วยอะโวคาโด สาวๆ สามารถทำตามได้ดังนี้เลยค่ะ

สูตรที่ 1 สูตรบำรุงผมและผิวหน้า

สิ่งที่ต้องเตรียม

– อะโวคาโด 1/2 ลูก

– น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

– โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย

วิธีทำ นำเนื้ออะโวคาโดมาบดให้ละเอียด จากนั้นเติมน้ำผึ้งและโยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไป คนจนส่วนผสมเข้ากันดี จึงนำมาพอกหน้าไว้หรือจะนำมาหมักผมก็ได้เช่นกัน สูตรนี้เป็นสูตรที่สามารถบำรุงได้ทั้งผิวหน้าและสุขภาพผม ไขมันจากอะโวคาโดจะซึมซาบได้อย่างล้ำลึก ทำให้ผิวและผมชุ่มชื้นจนสัมผัสได้ อีกทั้งน้ำผึ้งยังช่วยบำรุงผมให้เงางามขึ้นอีกด้วย

สูตรพอกหน้า หมักผมด้วยอะโวคาโด จัดเต็มความงามด้วยผลไม้ใกล้ตัว

สูตรที่ 2 สูตรบำรุงผิวหน้าอย่างล้ำลึก

สิ่งที่ต้องเตรียม

– อะโวคาโด 1/2 ลูก

– น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

– ไข่ขาว 1 ลูก

วิธีทำ บดเนื้ออะโวคาโดจนละเอียดจากนั้นเติมส่วนผสมที่เหลือลงไป ตีจนส่วนผสมทั้งหมดกลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาพอกหน้าไว้ประมาณ 20-30 นาทีจึงล้างหน้าให้สะอาด สำหรับสูตรพอกหน้านี้เราเติมน้ำมะนาวและไข่ขาวลงไปผสม โดยส่วนผสมดังกล่าวจะช่วยลดความมันบนใบหน้าให้น้อยลง เหมาะสำหรับคนที่เป็นสิวง่าย ส่วนใครที่ต้องการนำไปหมักผมก็สามารถทำเป็นสูตรหมักผมด้วยได้เช่นกัน เพราะไข่ขาวจะช่วยเพิ่มโปรตีนให้แก่เส้นผม ทำให้รากผมแข็งแรง ในขณะที่น้ำมะนาวจะช่วยให้ผมของคุณเปล่งประกายเงางามยิ่งขึ้น

สูตรพอกหน้า หมักผมด้วยอะโวคาโด จัดเต็มความงามด้วยผลไม้ใกล้ตัว

สูตรที่ 3 สูตรหน้าใสด้วยอะโวคาโด

สิ่งที่ต้องเตรียม

– อะโวคาโด 1/2 ลูก

– นมสด 1/2 ถ้วย

– ไข่แดง 1 ฟอง

วิธีทำ นำเนื้ออะโวคาโดมาบดละเอียดก่อน จากนั้นนำมาผสมกับไข่แดงที่ตีจนเป็นฟองเตรียมไว้แล้ว เติมนมสดลงไป ตีส่วนผสมทั้งหมดจนเข้ากันดีอีกครั้งก็จะได้เนื้อครีมบางๆ เหมือนเนื้อโลชั่น ก่อนใช้ให้สาวๆ ล้างหน้าให้สะอาดตามขั้นตอนปกติก่อน จากนั้นใช้สำลีแผ่นชุบส่วนผสมมาทาลงบนใบหน้า สำหรับสูตรนี้เป็นสูตรหน้าใสที่จะช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนใบหน้าได้อย่างล้ำลึก ผิวหน้าของคุณจึงยิ่งสะอาดเกลี้ยงเกลามากขึ้นค่ะ

ที่มา>>>Sanook

5 ท่าออกกำลังกาย แก้ปัญหาเข่าเสื่อม

5 ท่าออกกำลังกาย แก้ปัญหาเข่าเสื่อม

ข้อเข่าเสื่อม ปัญหาใหญ่สำหรับคนทุกวัย ทำให้ใช้ชีวิตลำบากมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องสูงอายุถึงจะมีปัญหา บางคนใช้งานเข่าหนักบ่อยๆ หรือเกิดอุบัติเหตุก็มีโอกาสเสื่อมเร็วกว่าปกติได้ ใครที่มีปัญหาเข่าอยู่ล่ะก็ Sanook! Health ขอเสนอ 5 ท่าออกกำลังกายสำหรับผู้ที่มีปัญหาเข่าเสื่อม ทำได้เองและง่ายมากเลยล่ะ 

1. Calf Strength

– นำมือไปพิงกับผนังกำแพง ขอบโต๊ะหรือพนักเก้าอี้ ที่มีความแข็งแรง มั่นคง

– ก้าวเท้าซ้ายมาด้านหน้าและงอเข่า เท้าขวาไว้ด้านหลัง เหยียดตึง กดส้นเท้าติดไว้กับพื้น

-ค้างไว้ 20-30 วินาที ทำ 2-3 ครั้ง แล้วสลับข้าง2. Step ups

– หาแท่นที่มีความสูงพอเหมาะ อาจใช้เป็นขั้นบันไดก็ได้

– เวลาขึ้น ก้าวเท้าซ้ายขึ้น ตามด้วยเท้าขวา

– เวลาลง ก้าวเท้าขวาลง ตามด้วยเท้าซ้าย

– ทำ 10-12 ครั้ง พัก แล้วเปลี่ยนข้าง ทำตามแบบเดิมอีก 10-12 ครั้ง 3. Heel Raise

– ยืนตัวตรง ยกส้นเท้าขึ้น

– ค้างไว้ 3-5 วินาที แล้วค่อยๆ วางส้นเท้าลง

– ทำ 10-12 ครั้ง 4. One leg balance

– หาราวบันได โต๊ะ  หรือเก้าอี้ ไว้จับเพื่อทรงตัว

– ยกขาหนึ่งข้างขึ้น แล้วพยายามยืนขาข้างเดียวให้นิ่ง ไม่เอนเอียง

– ค้างไว้ 15-20 วินาที แล้วสลับข้าง 5. Hamstring Stretch

– ยกขาข้างหนึ่งขึ้น เอามือจับปลายเท้า แล้วดึงเข้าหาตัว

– ค้างไว้ 15-20 วินาที แล้วสลับข้าง

– สามารถทำในท่านั่งหรือนอนก็ได้

ใครที่มีปัญหาหรือมีคนรู้จักที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อมอยู่ล่ะก็ อยากให้สละเวลาสักครึ่งชั่วโมงหันมาออกกำลังกายบริหารหัวเข่าตามทั้ง 5 ท่านี้ รับรองว่าสุขภาพหัวเข่าของคุณจะดีขึ้นและแข็งแรงขึ้นในเร็ววันแน่นอน

ที่มา>>>Sanook

กิจกรรมแบบผู้หญิงๆ ก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

กิจกรรมแบบผู้หญิงๆ ก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

         เป็นผู้หญิงอย่างที่รู้ๆ กันเลยว่า การกินเป็นอะไรที่มีความสุขมากกกกก แต่! สุดท้ายก็ต้องมานั่งบ่น อ้วนอ่าาา อยากไปออกกำลังกาย ฉันจะไปออกกำลังกาย ซึ่งน้อยครั้งมากที่จะทำได้จริงๆ วันนี้ Sanook! Women เลยมีกิจกรรมดีๆ ที่เหมาะสำหรับผู้หญิง แถมยังช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ด้วย จะมีอะไรบ้างนั้น มาเช็คกันเลย

กิจกรรมทุกอย่างคิดเป็นต่อ 1 ชั่วโมง

รีดผ้า : 150 กิโลแคลอรี่

กวาดบ้าน : 225 กิโลแคลอรี่

เช็ดล้างถูพื้น : 150 กิโลแคลอรี่

ปูที่นอน : 135 กิโลแคลอรี่

ทำสวน : 150 กิโลแคลอรี่โดยประมาณ

ฮูลาฮูป : 430 กิโลแคลอรี่

เดินเร็ว : 400 กิโลแคลอรี่โดยประมาณ

เดินขึ้นบันได 15 นาที : 150 กิโลแคลอรี่

ปั่นจักรยาน : 150 กิโลแคลอรี่โดยประมาณ

ลองดูกันนะคะสาวๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ แค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกายแล้วล่ะค่ะ

ที่มา>>>Sanook

4 ไอเท็ม ป้องกันฝน รับมือได้จริงไม่เปียกชัวร์!

ฮาโหลสาวๆ วันนี้พักเรื่องแต่งหน้า แต่งตาไปก่อน เพราะวันนี้ขวัญจะมาพูดถึงไอเท็มรับหน้าฝน ที่สาวๆ อย่างเราต้องมีติดตัวไว้ เพื่อวันไหนฝนตก ฟ้าร้อง จะได้รับมือได้ทัน ครั้งนี้ขวัญขอแยกเรื่องเครื่องสำอางกันน้ำไปก่อนนะสาวๆ เพราะไว้จะทำ How to ตัวเต็ม (ปล.จะมีใครอยากดูไหมเนี่ยยยย อิอิ)

มาที่ชิ้นแรกเลย “ร่ม” สำหรับร่ม หน้าฝนแบบนี้ สาวๆ ต้องมีติดกระเป๋าไว้ด้วยนะ เผื่อยามฝนตกเมื่อไรจะได้ไม่ต้องเปียก ซึ่งสาวๆ สามารถเลือกแบบใสใส หรือแบบมีกัน UV ไว้ก็ได้นะคะต่อที่ชิ้นที่สอง “เสื้อกันฝน” สำหรับสาวๆ ที่ไม่ได้เลือกจะพกร่มเพราะเหตุผลต่างๆ นานา ใหญ่บ้าง กระเป๋าไม่พอบ้าง อีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถช่วยได้ ก็คือเสื้อกันฝนค่ะ เลือกดูได้เลยจะเอาลายพื้นๆ หรือลวดลายน่ารักๆ จัดมาพับเก็บใส่กระเป๋าไว้ได้เลย แต่ที่สำคัญเลือกดูที่เนื้อยางๆ ดีๆ หน่อยนะคะ จะได้ไม่ขาดหรือร่วงกลางสายฝนเน๊าะชิ้นที่ 3 “กระเป๋าพลาสติก” ช่วงหน้าฝนแบบนี้อาจจะต้องเก็บกระเป๋าหนังสุดหรู หรือกระเป๋าผ้าใบคู่ใจไว้ก่อนนะคะสาวๆ ให้เลือกใช้กระเป๋าแบบพลาสติกกันน้ำ หรือที่ถูกน้ำแล้วไม่เปียกจนเกินไปจะดีกว่านะคะสุดท้ายแล้วสำหรับชิ้นที่ 4 “รองเท้ากันฝน” แน่นอนคะว่าไม่ว่าจะรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าส้นสูง ดีไซน์ต่างๆ นานา เก็บใส่ตู้ไว้ก่อนเลยค่ะ หน้าฝนแบบนี้ ลองหาซื้อรองเท้ายาง หรือเลือกไม่ได้จริงๆ วันกะทันหัน พกรองเท้ากันฝนที่สามารถส่วมรองเท้าธรรมดาเข้าไปได้เลย จะช่วยเป็นการเซฟสภาพของรองเท้า ไม่ให้เปียก เหม็นอัพได้ด้วยนะคะ      ลองวางแผนเลือกพกติดตัวกันดูนะคะสาวๆ ช่วงนี้สภาพอากาศเดาใจยาก มีไอเท็มเหล่านี้พกติดตัวติวกระเป๋าไว้ รับรองกันน้ำกันฝนได้ชัวร์ค่ะ แต่สำหรับใครที่อยากดูการทำผมรับหน้าฝน หรือการแต่งหน้ากันน้ำ ไว้ขวัญมาทำ How to แยกให้ได้ดูกันแบบจัดเต็มนะ อิอิ ^^

ที่มา>>>Sanook