บังคับ‘มะพร้าวน้ำหอม’ให้ติดผลดกทั้งปีแบบง่ายๆ ทำได้ด้วยตัวเอง ใช้ต้นทุนก็น้อย

14701109301470110963lปัจจุบันในเขตพื้นที่ที่มีการปลูกมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งได้แก่ เขตอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และอีกในหลายพื้นที่ใกล้เคียง เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวจะประสบปัญหาสภาพอากาศในแต่ละช่วงฤดูที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลทำให้ต้นมะพร้าวออกดอกติดผลน้อย ทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดส่งผลกระทบต่อระบบการส่งออกมะพร้าวไปยังต่างประเทศที่มูลค่าหลาย 1,000 ล้านบาท/ปีรศ.วรภัทร ลัคนทินวงศ์ จากภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้พยายามศึกษาวิจัยหาทางแก้ปัญหาดังกล่าว โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนังงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งในปัจจุบันประสบความสำเร็จ สามารถบังคับให้มะพร้าวน้ำหอมติดดอกออกผลดกตลอดทั้งปี และพร้อมส่งมอบงานวิจัยนี้สู่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวต่อไปรศ.วรภัทร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปกติมะพร้าวน้ำหอมที่ปลูกเพื่อการค้า เกษตรกรมักตัดจั่นผลผลิตมาจำหน่ายมีอายุนับตั้งแต่ติดผลแล้วโดยเฉลี่ยประมาณ 6-7 เดือน แต่มะพร้าวที่ส่งออกมักตัดจั่นที่มีอายุประมาณ 6.5-7 เดือน เป็นช่วงที่มะพร้าวออกดอกติดผลน้อย เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายนจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงเข้าฤดูฝนในเขตภาคกลาง มีพายุหรือฝนฟ้าคะนองติดต่อกันหลายวัน ทำให้มะพร้าวที่ปลูกแบบร่องสวนในพื้นที่ภาคกลางจะมีจำนวนดอกน้อย เนื่องจากไนโตรเจนที่มาจากน้ำฝนส่งผลให้เจริญเติบโตทางลำต้นมากกว่าและน้ำฝนชะล้างช่อดอกทำให้เกสรขาดสารอาหารในการงอกเพื่อผสมกับดอกตัวเมียบนจั่นมะพร้าวสำหรับเทคโนโลยีการผลิตมะพร้าวน้ำหอมผลดกตลอดทั้งปี จะใช้เทคโนโลยีการผสมเกสรสด ด้วยการฉีดพ่นโดยจะนำเกสรตัวผู้ล้างน้ำเกลือและบดให้เมล็ดแตก ผสมกับน้ำ10ลิตร ให้ละอองเกสรลอยผสมกัน เทใส่ตะแกรงกรองน้ำใสถังฉีดพ่นที่มีสารละลายเกสรมะพร้าว (Pollen Germ’ Media) อัตราส่วนสารละลายเกสรมะพร้าว 1 ลิตร ต่อ น้ำ 9 ลิตร ทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที ก่อนนำไปพ่นช่อดอกโดยวิธีการผสมจะเลือกช่อดอกเกสรตัวเมียจากต้นที่มีความสมบูรณ์ อายุประมาณ 2 ปี โดยจะเริ่มฉีดสารละลายล้างช่อดอก(Botton Cleansing Agent) อัตราส่วน สารละลายล้างช่อดอก 1 ลิตร ต่อ น้ำ 9 ลิตร เพื่อทำความสะอาดช่อดอกก่อน 1 ครั้ง ในช่วงเช้า ก่อน 11.30 น.

จากนั้นจะฉีดสารละลายเกสรมะพร้าวที่ผสมเกสรที่ช่อเกสรตัวเมียบนต้นมะพร้าวโดยเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือในช่วงเช้าก่อน 11.30 น. เพียงเท่านี้ มะพร้าวที่เคยติดผล 5-10 เปอร์เซ็นต์ จะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบทำให้ต้นโทรม หรือ รสชาติของน้ำและเนื้อมะพร้าวเปลี่ยนไปจากเดิม

“เทคโนโลยีการผลิตมะพร้าวน้ำหอมผลดกทั้งปี จะสามารถช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนมะพร้าวในหน้าแล้งได้ และช่วยให้มะพร้าวน้ำหอมมีผลผลิตจำนวนมากขึ้น ติดดอกและออกผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ผลผลิตที่ได้มาตรฐานสากล สามารถรองรับการส่งออกที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาทต่อปี อีกทั้งช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิ และมีรายได้เพิ่มขึ้น” รศ.วรภัทร กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ส่วนสารละลายทั้งสองชนิด ยังไม่มีการผลิตจำหน่ายในท้องตลาด แต่หากเกษตรกรท่านใดสนใจ สามารถสอบถามเข้าไปที่ภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โทรศัพท์ 02-564-4488 (ในวันเวลาราชการ)

ที่มา>>>ข่าวสด

หว่างกสิกรรม’ ถอดใจ! วิกฤติแล้ง ย้ายแหล่งปลูกกล้วยหอมกว่า 700 ไร่

นายทุนสวนกล้วยจีน 700 ไร่ ที่เชียงราย ถอดใจเจอแล้ง ย้ายแหล่งปลูก นอภ.พญาเม็งราย รอผลตรวจสารพิษในดิน และน้ำ หากพบมีสารพิษ เตรียมตรวจเลือดคนงานอีกรอบ ยังไม่ชัดพื้นที่ดังกล่าว เข้าข่าย พรบ.ห้าม,เช่าที่หรือไม่ รอสอบ…

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 59 นายถาวร วงศ์ชัย เกษตรอำเภอขุนตาล จ.เชียงราย กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับแจ้งว่าตามที่บริษัท หว่างกสิกรรม จำกัด ของจีน เช่าพื้นที่ปลูกกล้วยหอมกว่า 700 ไร่ ในเขต บ้านป่าตาล หมู่ 3 ต.ป่าตาล อ.ขุนตาล ได้ประกาศถอนตัวจากโครงการปลูกกล้วยแล้ว ขายต้นกล้าที่เพาะจากเนื้อเยื่อหลังจากได้ลงทุนไปกว่า 4 ล้านบาท ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ซึ่งชาวบ้านที่ดูแลไปจัดการบริหารการปลูกเองตามธรรมชาติ เป็นการรดน้ำโดยไม่มีการพลิกแปลง ระบบน้ำหยด หรือการใช้รางในการเก็บผลผลิต การค้ำยันต้นกล้วยด้วยราวเหล็ก หรือการสร้างโรงบรรจุ เพราะต้นทุนสูงนายถาวร กล่าวว่า การใช้กล้าพันธุ์กล้วยที่เพาะจากเนื้อเยื่อแบบคนจีนแต่ดูแลแปลงแบบชาวบ้านเป็นเรื่องดีที่จะได้เห็นความแตกต่างของกล้วยหอมว่าจะเป็นอย่างไร ขณะเดียวกัน กลุ่มเกษตรที่ดูแลแปลงก็หาผู้จะมาลงทุนไปด้วยเช่นกัน ซึ่งได้รายงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว อย่างไรก็ตาม ในเรื่องแปลงกล้วยหอมมีส่วนเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน มีการประชุมหารือ ซึ่งเกษตรลุ่มน้ำอิงที่จะต้องร่วมมือกันหลายฝ่ายในการแก้ปัญหาและการส่งเสริมหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องเกษตรครบวงจรหรือเกษตรแปลงใหญ่ที่จะรวมกลุ่มชาวบ้านส่วนนายภูเบศร์ จูละยานนท์ นายอำเภอพญาเม็งราย กล่าวว่า จากการตรวจสารพิษในเลือดคนงานสวนกล้วยจีน 2,700 ไร่ของบริษัท หงต๋าอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยอ.พญาเม็งราย รอบแรก 43 คน พบปกติ 6 คน ระดับปลอดภัย 14 คน มีความเสี่ยง 10 คน ผิดปกติ 14 คน แต่ไม่สามารถระบุว่ามาจากการสวนกล้วยหรือไม่นั้น ขณะนี้กำลังรอผลการตรวจดินและน้ำจากเกษตร ที่เก็บเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 59 หากปรากฏมีสารพิษ จะนำเจ้าหน้าที่ อ.พญาเม็งราย เข้าไปตรวจเลือดคนงานทั้งหมดกว่า 100 คนอีกครั้ง

ส่วนนายเมือง ชัดชรัตน์ กำนัน ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย กล่าวว่า พื้นที่ที่จีนเช่าปลูกสวนกล้วย จะเข้าข่าย พ.ร.บ.ห้ามคนต่างด้าวเช่าที่ทำการเกษตรหรือไม่ อย่างไร ต้องตรวจสอบอีกครั้ง

ที่มา>>>Thairath