เหยียบเบรกไปโดนคันเร่ง! สาวขับรถเกียร์กระปุก ชนแหลกใน ว.อาชีวะ

เหยียบเบรก1

สาวแปดริ้วขับรถเกียร์กระปุก พาลูกสาวสองคนนั่งมาด้วย ระหว่างจะเลี้ยวล้อรถเกิดไปปีนฟุตปาท อารามตกใจ จะเหยียบเบรกกลับไปโดนคันเร่ง รถพุ่งข้ามฝั่งชนรถตู้แล้วชนทะลุกำแพงไปชนอาคารเรียนของว.อาชีวะ ทำให้ลูกสาวได้รับบาดเจ็บ…

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 มี.ค. 59 ร.ต.ท.หญิงกรรณิการ์ ทวีศรี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองฉะเชิงเทรา พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ไปตรวจสอบรถชนกำแพง ภายในวิทยาลัยอาชีวศึกษา ฉะเชิงเทรา ถนนมรุพงษ์ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา

พบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บบ 6409 ฉะเชิงเทรา ชนอัดติดกับกำแพงอาคารเรียน ตัวรถพังเสียหาย ส่วนกำแพงก็พังเช่นกัน โดยมี น.ส.สุทน จำปาแพง อายุ 37 ปี เป็นคนขับ และลูกสาวอายุ 11 ปี กับ 9 ปี อยู่ในอาการตกใจ ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธโสธร

เหยียบเบรก2

ใกล้กันพบรถตู้ โตโยต้า เวนทูรี่ สีขาว ทะเบียน นข 189 ฉะเชิงเทรา จอดอยู่ข้างทาง ด้านหน้ามีรอยเฉี่ยวชน มีนายสายชล หนูเสริม อายุ 48 ปี เป็นคนขับ

จากการสอบสวน น.ส.สุทน ให้การว่าขณะที่กำลังขับรถออกมาจากปากทางวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ (วัดเมือง) ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามและกำลังจะเลี้ยวซ้าย ล้อรถเกิดไปเฉี่ยวชนฟุตปาททำให้ตกใจ พยายามที่จะเหยียบเบรก อีกทั้งเป็นเกียร์กระปุก ทำให้รถกระชากจึงรีบเหยียบเบรก แต่เหยียบพลาดกลายเป็นเหยียบคันเร่ง รถจึงพุ่งข้ามถนนไปเฉี่ยวชนรถตู้ ก่อนจะชนฟุตปาทแล้วชนกำแพงจนทะลุเข้าไปอัดอาคารเรียนที่อยู่ห่างจากกำแพงประมาณ 10 เมตร ทำให้ลูกสาวสองคนที่นั่งมาในรถตกใจและได้รับบาดเจ็บ.

ที่มา>>>Thairath

แชร์สนั่น หนุ่มเกาหลีโหด กระทืบกะเทยไทย คิดว่าเป็นหญิงแท้แต่จีบไม่ติด

แชร์สนั่น หนุ่มเกาหลีโหด กระทืบกะเทยไทย คิดว่าเป็นหญิงแท้แต่จีบไม่ติด

หนุ่มเกาหลีกระทืบกระเทย

ผู้ชายเกาหลีดี ๆ อาจจะมีแค่ในซีรีส์ ! กะเทยไทยเผยคลิปสุดโหด โดนหนุ่มเกาหลีรัวบาทาไม่ยั้ง จิกหัวโขกพื้น เตะน่วม เหตุเพราะคิดว่าเป็นหญิงแท้แต่ไม่ยอมเล่นด้วย เผยขนาดนึกว่าเป็นผู้หญิงยังทำได้ลงคอ

ดูคลิปแล้วถึงกับต้องอุทานว่าโหดร้ายสุด ๆ สำหรับคลิปเหตุการณ์ผู้ชายเกาหลีทำร้ายกะเทยไทย เนื่องจากคิดว่าเป็นหญิงแท้แต่เข้าไปจีบแล้วอีกฝ่ายไม่เล่นด้วย ด้วยฤทธิ์สุราหรือด้วยนิสัยส่วนตัว จู่ ๆ ก็ลงมือทำร้ายร่างกาย จนกะเทยไทยนั้นบาดเจ็บหน้าเยิน !!

โดยเหตุการณ์นี้ คุณ Kittikhun Sangtubtim ได้โพสต์เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 เธอเล่าว่า อยากจะฝากเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับหญิงสาวที่ไปเที่ยวเกาหลี ว่าชีวิตจริง ๆ แล้วผู้ชายเกาหลีไม่ได้อ่อนโยนดุจดั่งในซีรีส์ที่เราชมกัน โดยวันที่เกิดเหตุนั้นเธอไปนั่งกินข้าวกับเพื่อน จู่ ๆ ผู้ชายเกาหลีก็เข้ามาคุยด้วย ออกแนวจีบ แต่เธอไม่เล่นด้วย แถมบอกว่ามีแฟนแล้วแต่ก็ยังกวนไม่เลิก เอามือสะกิดหลังบอกว่า “เลิฟยู” ไม่หยุด ซึ่งตอนนั้นชายเกาหลีคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงแท้..

อ่านเพิ่มเติม แชร์สนั่น หนุ่มเกาหลีโหด กระทืบกะเทยไทย คิดว่าเป็นหญิงแท้แต่จีบไม่ติด

เผยภาพ เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัวแสนอบอุ่น ในวันพักผ่อน

 * เผยภาพ เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัวแสนอบอุ่น ในวันพักผ่อน *

เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัว

เจ้าชายวิลเลียม และครอบครัว

วังเคนซิงตัน เผยภาพครอบครัวอบอุ่น เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท เจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ในวันพักผ่อน

วันที่ 7 มีนาคม 2559 วังเคนซิงตัน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้เผยแพร่ภาพครอบครัวของ เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พร้อมโอรสและธิดา เจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ขณะพักผ่อน ณ French Alps

จากภาพถ่ายท่ามกลางหิมะ เผยให้เห็นทุกพระองค์พระพักตร์ยิ้มแย้มเบิกบาน นอกจากนี้ยังมีภาพดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ขณะทรงเล่นหิมะด้วยกัน เป็นภาพครอบครัวที่สดใสและอบอุ่นเป็นอย่างมาก

ภาพจาก John Stillwell / POOL / AFP

สาว 18 ตัดพ้อผัวหนุ่มไม่หางานทำ รุ่งเช้าสะดุ้งตื่นมาเจอศพ

 * สาว 18 ตัดพ้อผัวหนุ่มไม่หางานทำ รุ่งเช้าสะดุ้งตื่นมาเจอศพ *

สาว 18 ตัดพ้อผัวหนุ่มไม่หางานทำ รุ่งเช้าสะดุ้งตื่นมาเจอศพ

สาว 18 ตัดพ้อผัวหนุ่มไม่หางานทำ รุ่งเช้าสะดุ้งตื่นมาเจอศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (12 มี.ค.) เมื่อเวลา 06.10 น. สภ.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุชายผูกคอเสียชีวิตในบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 4 ต.คลองพระอุดม

ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ปลูก 2 ชั้น บริเวณชั้นบนของตัวบ้านภายในห้องนอนพบศพ นายวิสัน อายุ 31 ปี ใช้เชือกไนล่อนผูกกับขื่อแขวนคอตัวเองจนเสียชีวิตโดยมี น.ส.นัฎฐา อายุ 18 ปี แฟนสาวร้องไห้

จากการสอบสวน น.ส.นัฎฐา ให้การว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาก่อนเข้านอนตนเองกับผู้ตายมีปากเสียงกันรุนแรง เรื่องที่ตนเองต่อว่าแฟนหนุ่มไม่ยอมหางานทำ เอาแต่มั่วสุมกินเหล้ากับเพื่อนๆ ไปวันๆก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอน จนกระทั่งตื่นมาแทบตกใจเมื่อเห็นแฟนหนุ่มคิดสั้นผูกคอตาย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่านายวิสันคงน้อยใจแฟนสาวที่ตัดพ้อไม่หางานทำ ด้วยความน้อยใจเลยอาศัยช่วงกลางดึกที่ทุกคนหลับแอบมาแขวนคอตาย

ทั้งนี้ ทางญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตจึงมอบศพให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อตรวจให้ละเอียดอีกครั้ง ก่อนมอบศพให้ญาติรับไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

ทาทา ลงตัวชีวิตคุณแม่ น้องเร ฉายแววศิลปินตัวจิ๋ว

 * ทาทา ลงตัวชีวิตคุณแม่ น้องเร ฉายแววศิลปินตัวจิ๋ว *

ทาทา ลงตัวชีวิตคุณแม่ น้องเร ฉายแววศิลปินตัวจิ๋ว

ตั้งแต่เปลี่ยนสถานะมาเป็นคุณแม่เต็มเวลา ก็ดูเหมือนว่านักร้องสาวสุดมั่น “ทาทา อมิตา ยัง สีณพงศ์ภิภิธ” จะทุ่มพลังกายและพลังใจให้กับ “น้องเร” แบบเต็มที่ แถมล่าสุดในงาน “LG Twin Wash” เจ้าตัวยังออกมาอัพเดทให้ฟังอีกว่า ลูกชายวัย 2 เดือน กำลังร่าเริงสุดๆ แถมยังแอบฉายแววเล่นหูเล่นตาใส่กล้องอยู่บ่อยๆ จนมีผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาจองตัวให้รับงานอีเว้นท์ ส่วนทางด้านผลงานเพลงของตนเองนั้น สาวทาทาเผยว่ายังไม่น่าจะมีโปรเจคไปอีกยาว เพราะอยากโฟกัสเรื่องลูกให้มากที่สุด…

เหมือนว่าตอนนี้เราจะแฮปปี้กับการเป็นคุณแม่มาก ?
“มากๆ ค่ะ ยิ่งเราได้เห็นพัฒนาการของเขา เห็นว่าเขาโตและก็แข็งแรงร่าเริงขึ้นทุกวัน เราก็ยิ่งอยากจะทำอะไรให้เขาเต็มที่มากขึ้น ถามว่าจะมีโอกาสที่ทุกๆ คนจะได้เจอน้องไหม เอ่อ…ได้เจอนะคะ แต่ว่าตอนนี้เขาเพิ่งจะ 2 เดือน ทาก็เลยมองว่ายังไม่ควรที่จะเจอแฟลช เอาไว้อีกสัก 2-3 เดือน ทุกคนก็น่าจะได้เจอเรแล้ว (ยิ้ม)”

แสดงว่ามีงานติดต่อเข้ามาให้น้องบ้างแล้ว ?
“มีค่ะ มีงานติดต่อให้เรไปออกอยู่เรื่อยๆ แต่ด้วยความที่เขายังเด็กมาก แถมต้องปรับเรื่องเวลาการนอนอีก ดังนั้นทาก็ไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเขาอ่ะค่ะ”

มีงานพรีเซ็นเตอร์ติดต่อบ้างไหม ?
“มีติดต่อมาบ้างค่ะ แต่คือทาไม่รู้ไงคะว่าเขาจะโอเคไหมกับงานตรงนี้ แค่แอบรู้สึกเล็กๆ ว่าเวลาที่ให้เขาถ่ายรูป เขาก็จะมองกล้องตลอด เรียกได้ว่ามีจิตวิญญาณศิลปินอยู่ในตัวเหมือนกัน ถามว่าฉายแววเยอะไหม ทาว่าก็โอเคอยู่นะ เขามองกล้องอ่ะ เริดอ่ะ (หัวเราะ)”

ในส่วนของคุณแม่เองจะมีโอกาสไหมที่จะกลับมาจับไมค์อีกครั้ง ?
“ยังเลย (หัวเราะ) ทาสนุกกับชีวิตการเป็นคุณแม่มากๆ ทาอยากใช้เวลาตรงนี้ให้เต็มที่ เพราะอาชีพคุณแม่มันเป็นอาชีพชั่วชีวิตของเรา อีกอย่างช่วงแรกของชีวิตเขามันเป็นช่วงที่สำคัญ ดังนั้นทาก็อยากจะปลูกฝังเขาให้เต็มที่ค่ะ”

อย่างงานเพลงที่เป็นอัลบั้มแบบนี้จะพักยาวเลยหรือเปล่า ?
“เอ่อ…ถ้าถามถึงอัลบั้มคงต้องรอสักพักใหญ่ๆ เลยค่ะ เพราะทาเองก็อยากที่จะทำผลงานดีมีคุณภาพออกมา ไม่อยากทำแบบลวกๆ อีกอย่างคือทาต้องจับตัวเองใหม่ด้วย เนื่องจากตอนนี้ทาเป็นคุณแม่แล้ว ดังนั้นเรื่องภาพลักษณ์มันก็สำคัญเหมือนกันว่าเราจะออกมาในรูปแบบไหน ร้องเพลงแบบไหน ซึ่งก็กำลังคิดๆ อยู่ค่ะ แต่คาดว่านานเลยล่ะ”

แล้วงานโชว์งานแสดงคอนเสิร์ตเรายังรับได้ไหม ?
“งานติดต่อมายังมีนะคะ แต่ทาอยากให้มันพ้นช่วง 3 เดือนไปก่อน หรือถ้าอยู่กับเขาได้มากกว่านั้นทาก็อยากจะอยู่กับเขาให้ได้มากที่สุด ซึ่งอันนั้นคือความตั้งใจจริงๆ ค่ะ”

สำหรับแพลนเรื่องลูกคนที่สองเริ่มคิดไว้บ้างหรือยัง ?
“มีค่ะ ตอนนี้ก็รอให้เรเขาครบสัก 1 ขวบก่อน แล้วค่อยมีตามมาตรฐานที่เหมาะสมและดี ส่วนเรื่องเพศจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ค่ะ ทากับพี่หมอโอเคทั้งหมด แต่บ้านคุณหมอเขาอยากได้ลูกสาวค่ะ ไว้รอดูกันอีกทีเนอะ อีกตั้งนาน”

เรียกได้ว่าชีวิตคุณแม่ตอนนี้ก็แฮปปี้สุดๆ ?
“แฮปปี้ค่ะ แฮปปี้มาก (หัวเราะ)”

แข้งสุราษฎร์เคว้ง หลังทีมโดนแบน! ส.บอลลงดาบ คดี “อนงค์ ล่อใจ” ดื้อไม่ถอนฟ้อง

อนงค์

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม สมาคมฟุตบอลฯประกาศตัดสิทธิสโมสรสุราษฎร์ เอฟซี จากการแข่งขันทุกระดับ หลังจากนางอนงค์ ล่อใจ ที่อ้างสิทธิการบริหารงานไปยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครอง จ.นครศรีธรรมราช ยืนยันว่าจะไม่ถอนฟ้องเพื่อเรียกร้องสิทธิทางกฎหมาย

นายสมชาติ ประดิษฐพร ประธานสุราษฎร์ เอฟซี เปิดเผยว่า “หลังจากทราบเรื่องรู้สึกช็อก นักเตะ และ สต๊าฟโค้ชทุกคนอยู่ในสภาพซึมเศร้า ทุกคนเป็นนักเตะอาชีพ เมื่อถูกแบนหลังจากลงเตะนัดแรกไปแล้ว ทุกคนจึงไม่รู้ชะตากรรมว่าจะอย่างไรต่อไป เพราะต้องเลี้ยงลูก-เมียด้วย”

“ยอมรับว่าการโดนลงโทษดังกล่าว ส่งผลในวงกว้างต่อการพัฒนาฟุตบอลในจังหวัด ตนได้รับมอบหมายจากสมาคมกีฬาจังหวัดให้เข้ามาทำหน้าที่ เมื่อเดินมาถึงจุดนี้ตนจำเป็นต้องขอลาออกเพื่อไปทำงานอื่นต่อไป”

“สมาคมฟุตบอลฯต้องการให้สมาคมกีฬาจังหวัดฟ้องแย้งคุณอนงค์ ล่อใจ ที่ไปฟ้องเรียกร้องสิทธิ แต่ไม่มีการดำเนินการออกมา คุณอนงค์ก็น่าจะเห็นใจ และคำนึงถึงผลโดยรวม ผมเสียใจที่ต้องโดนแบน” ประธานสุราษฎร์ เอฟซีกล่าว

ที่มา>>>sanook

ทหารขับแท็กซี่ชน จยย.สายตรวจ ค้นรถพบใบกระท่อม

ทหารขับแท็กซี่

เจ้าหน้าที่ทหารชั้นประทวน รับจ้างขับรถแท็กซี่ เฉี่ยวชนกับจักรยานยนต์สายตรวจ ขอค้นรถพบใบกระท่อม

เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลดินแดง คุมตัว สิบเอก พงษ์พัฒน์ คำจันทร์ ทหารสังกัดกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง ทะเบียน 1มก 1555 กรุงเทพมหานคร มาทำการสอบสวน หลังจากก่อเหตุขับรถคันดังกล่าวชนรถจักรยานยนต์ของสายตรวจ บริเวณถนนจตุรทิศ และลากรถจักรยานยนต์ไปถึงถนนศรีอยุธยา ทำให้อาสาสมัครตำรวจบ้าน ได้รับบาดเจ็บ

สิบเอก พงษ์พัฒน์ อ้างว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถแท็กซี่มาจอดพักบริเวณถนนจตุรทิศ จากนั้นได้มีสายตรวจนอกเครื่องแบบมาเคาะกระจกรถทำให้ตกใจ เพราะคิดว่าเป็นกลุ่มมิจฉาชีพจะมาชิงทรัพย์ จึงขับรถออกจากที่พักรถ และชน นายฤทธิ์ยรัช กุลบุญญา อาสาสมัครตำรวจบ้าน

คนขี่รถจักรยานยนต์ที่จอดขวางหน้ารถ ทำให้ได้รับบาดเจ็บขาหัก จากนั้นได้ขับรถออกไปทางถนนศรีอยุธยา บริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลพญาไท เพื่อไปขอความช่วยเหลือ

ร้อยตำรวตรี ปองภพ มีโชค รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สน.ดินแดง สายตรวจที่ร่วมออกปฏิบัติหน้าที่ เปิดเผยว่า บริเวณจุดเกิดเหตุมีรถแท็กซี่จอดอยู่หลายคัน แต่ขณะเข้าตรวจค้นพบเห็นรถคันดังกล่าว เปิดกระโปรงหน้ารถไว้ จึงเข้าไปขอตรวจสอบ และคนขับมีท่าทีพิรุธ ก่อนจะขับรถพุ่งชนเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ทั้งนี้ เมื่อตรวจค้นภายในรถพบใบกระท่อม 4 ใบ ใส่อยู่ในขวดพลาสติก ไม่พบสารเสพติดในร่างกาย

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ที่มา>>>sanook

เกิดระเบิด 2 ครั้งซ้อน ที่สนามบินในบรัสเซลส์ ดับแล้ว 11 เจ็บกว่า 20 ราย

 * เกิดระเบิด 2 ครั้งซ้อน ที่สนามบินในบรัสเซลส์ ดับแล้ว 11 เจ็บกว่า 20 ราย *

เกิดระเบิด 2 ครั้งซ้อน ที่สนามบินในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม พบตาย 11 เจ็บกว่า 20 ราย สั่งปิดล้อมสนามบิน-เร่งอพยพคนออก-ยกเลิกเที่ยวบิน

สนามบิน บรัสเซลส์

วันที่ 22 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เอ็กซ์เพรส มีรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 ครั้งภายในสนามบินที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย และบาดเจ็บอีกไม่ต่ำกว่า 20 ราย และคนอีกนับร้อยยังติดอยู่ภายในสนามบินที่ถูกปิดหลังเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งอพยพคนทั้งหมดออกมา

– ระเบิด 2 ครั้งซ้อนที่สนามบิน Zaventem

รายงานเปิดเผยว่า ระเบิดทั้ง 2 ครั้งเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณหน้าเคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบินอเมริกัน โดยมีรายงานที่ไม่ยืนยันอ้างว่าระเบิดถูกวางอยู่ติดกับเคาน์เตอร์

ด้านโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่ภาพจากภายในสนามบิน ที่ผู้คนต่างทิ้งสัมภาระวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ในขณะที่ตัวอาคารผู้โดยสารนั้นได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด และสื่อเบลเยียมยังเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ระงับการเดินทางของรถไฟที่มุ่งหน้าไปยังสนามบินแล้ว รวมถึงยกเลิกเที่ยวบินที่จะเข้าและออกจากสนามบินทั้งหมด

ทั้งนี้เหตุ ระเบิดในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อไม่กี่วันก่อน ซาเลาะห์ อับเดสลาม ผู้ต้องหาจากคดีก่อการร้าย กราดยิง-วางระเบิดปารีส เพิ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในเมืองโมเลนบีค ชานกรุงบรัสเซลล์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา

– เหตุระเบิดซ้ำในสถานีรถไฟใต้ดิน Maalbeek

สนามบิน บรัสเซลส์

ขณะที่ต่อมา เว็บไซต์อินดิเพนเดนท์ มีรายงานเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดิน Maalbeek ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงบรัสเซลส์ และอยู่ใกล้กับอาคารของ EU ส่งผลให้ผู้โดยสารต่างวิ่งหนีออกมากจากสถานีที่เต็มไปด้วยควัน

ทั้งนี้รายงานระบุว่าเหตุระเบิดนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อนที่สนามบิน จากนั้นกรมการขนส่งได้สั่งปิดสถานีรถไฟใต้ดินทั้งหมดในกรุงบรัสเซลแล้ว

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @AmichaiStein1, ทวิตเตอร์ @AAhronheim

สะเทือนใจ วินาทีลูกชายก้มกราบพ่อหน้าเรือนจำ หลังพ่อติดคุก 1 ปี

 * สะเทือนใจ วินาทีลูกชายก้มกราบพ่อหน้าเรือนจำ หลังพ่อติดคุก 1 ปี *

กราบพ่อหน้าเรือนจำ

ภาพวินาทีสะเทือนใจ ลูกชายก้มกราบเท้าอันเปลือยเปล่าของผู้เป็นพ่อทั้งน้ำตา หลังมายืนรอรับพ่อที่เพิ่งพ้นโทษในข้อหามีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง

วันที่ 21 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความสุดสะเทือนใจ ที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Paskorn Jumlongrach เป็นผู้โพสต์เล่าถึงวินาทีที่ นายภาณุวัฒน์ เต็มสามารถ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน ก้มกราบที่เท้าอันเปลือยเปล่าของนายชะลอ เต็มสามารถ ผู้เป็นพ่อที่เพิ่งเดินออกมาจากเรือนจำ หลังติดคุกนาน 1 ปี ในข้อหามีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง โดยระหว่างที่ผู้เป็นลูกก้มกราบเท้าพ่ออยู่นั้น ก็พูดสั้น ๆ ว่า “ผมรู้ดี ผมรู้ดี” และยังคงน้ำตาคลอเบ้าทุกครั้งที่เหลือบมองพ่อ ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

โดยข้อความในเฟซบุ๊ก Paskorn Jumlongrach ทั้งหมด มีดังนี้

กราบพ่อหน้าเรือนจำ
ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Paskorn Jumlongrach

ตำรวจเอี่ยวคดีทำร้าย ไฮโซปลาวาฬ ฟ้องกลับตำรวจด้วยกัน วอนขอความเป็นธรรม

 * ตำรวจเอี่ยวคดีทำร้าย ไฮโซปลาวาฬ ฟ้องกลับตำรวจด้วยกัน วอนขอความเป็นธรรม *

ไฮโซปลาวาฬ

จำเลยที่ 3 คดีทำร้าย ปลาวาฬ ที่รัชดาผับในภูเก็ต ฟ้องกลับพนักงานสอบสวนคดี และผู้เสียหายที่ 3 ขอสังคมให้ความเป็นธรรม หลังต้องตกเป็นจำเลยทั้งที่ไม่ได้ทำผิด จนครอบครัวเดือดร้อน

วานนี้ (19 มีนาคม 2559) ด.ต. สุทธินันท์ ขุนยงค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1153, 1154, 3900, 4163, 4314 และ 4942/2555 หมายเลขแดงเลขที่ 4732-4737/2557 ระหว่างพนักงานอัยการเป็นโจทก์ นายวรสิทธิ์ อิสระ โจทก์ร่วม นายสุชาติ พาหละ จำเลยที่ 1 และพวก รวม 7 คน เรื่องความผิดต่อชีวิต พยายาม ความผิดต่อร่างกาย ลหุโทษ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2555 ที่เด็กเสิร์ฟและการ์ดของรัชดาผับ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต รุมทำร้าย นายวรสิทธิ์ อิสระ หรือ ปลาวาฬ กับพวกจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

โดย ด.ต. สุทธินันท์ เดินทางมายังศาลจังหวัดภูเก็ต เพื่อยื่นฟ้อง พ.ต.ท.นนน พิทักษ์กุลธร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต พนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าว และ นายยุทธิพงศ์ สิมงาม ผู้เสียหายที่ 3 หลังศาลตัดสินยกฟ้องตนซึ่งเป็นจำเลยที่ 3

ทั้ง นี้ ด.ต. สุทธินันท์ กล่าวว่า ตนตกเป็นจำเลยที่ 3 ในคดีดังกล่าวด้วย ทำให้ตนถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน จนได้รับความเดือดร้อน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดในเหตุการณ์ เป็นเพียงคนที่เข้าให้ความช่วยเหลือเท่านั้น ในระหว่างที่ต่อสู้คดีมานานกว่า 3 ปี ก็ต้องขายทรัพย์สินมาต่อสู้คดีและจ้างทนาย ทำให้ครอบครัวลำบาก แต่สุดท้ายฟ้ามีตา ศาลจังหวัดภูเก็ตให้ความเป็นธรรม ตัดสินยกฟ้องตน ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ในคดี ทำให้ขณะนี้ตนเป็นผู้บริสุทธิ์ในคดีนี้ และผู้บังคับบัญชาเพิ่งมีคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา

อ่านเพิ่มเติม ตำรวจเอี่ยวคดีทำร้าย ไฮโซปลาวาฬ ฟ้องกลับตำรวจด้วยกัน วอนขอความเป็นธรรม