อ.เฉลิมชัย ยังทึ่ง ! ศิลปินน้อย น้องภูผา แค่ 9 ขวบ แต่ฝีมือระดับอัจฉริยะ

 * อ.เฉลิมชัย ยังทึ่ง ! ศิลปินน้อย น้องภูผา แค่ 9 ขวบ แต่ฝีมือระดับอัจฉริยะ *

ศิลปินน้อย น้องภูผา

ศิลปินน้อย น้องภูผา

ศิลปินน้อย น้องภูผา

โซเชียลชื่นชม น้องภูผา ศิลปินน้อยอัจฉริยะ อายุเพียง 9 ขวบ แต่ฝีมือขั้นเทพจนอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ยังทึ่งในความสามารถ

กำลังเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์มากเลยทีเดียว สำหรับเด็กอัจฉริยะด้านศิลปะอย่าง น้องภูผา เด็กชายปรวุธ จิรมิตรมงคล วัย 9 ขวบ ที่ได้โชว์ลวดลายฝีมือ วาดภาพจิตรกรรมลายไทยอย่างชดช้อยสวยงาม จนเรียกได้ว่าแทบไม่อยากเชื่อ ว่าเป็นฝีมือของเด็กที่อายุน้อยขนาดนี้

น้องภูผา หรือ เด็กชายปรวุธ จิรมิตรมงคล เกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2549 เริ่มจับปากกาวาดภาพตั้งแต่อายุ 2 ขวบครึ่ง เพราะคุณพ่อพาไปทำบุญที่วัด และได้เห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังและรูปปั้นพญานาค ก็รู้สึกชอบและเริ่มต้นวาดภาพ รวมถึงยังฝึกปรือฝีมือมาโดยตลอด

นอกจากนี้ น้องภูผา ยังได้มีโอกาสไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติอีกด้วย โดยอาจารย์เฉลิมชัยได้สอนในเรื่องของสัดส่วนและหน้าคน ซึ่งก็ช่วยให้ผลงานของตัวเองพัฒนาขึ้นมากเลยทีเดียว

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก น้องภูผาเขียนลายไทย เด็กชายปรวุธ จิรมิตรมงคล

ป.ป.ช.โต้ ‘ธาริต’ ยันให้ความเป็นธรรมเต็มที่

ป.ป.ช.

ป.ป.ช. ยืนยันให้ความเป็นธรรม “ธาริต” เต็มที่ โยนให้เป็นขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมตรวจสอบต่อไป เล็งส่งเรื่องถึงสำนักนายกฯ ภายใน 30 วัน เล่นงานทางวินัยต่อ

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 59 นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีการร่ำรวยผิดปกติของ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีที่ นายธาริต ตอบโต้ ป.ป.ช. ที่ชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติ โดยระบุ ป.ป.ช. ไม่ให้ความเป็นธรรม และใช้วิธีคำนวณทรัพย์สินไม่ถูกต้องว่า ไม่ขอตอบโต้ใดๆ ขอให้เรื่องนี้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่าการดำเนินการของ ป.ป.ช. เป็นไปอย่างยุติธรรมกับทุกฝ่าย ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ให้โอกาสนายธาริตเดินทางมาชี้แจงตลอด แต่นายธาริตไม่ใช้โอกาสดังกล่าว ส่วนการดำเนินการทางวินัยต่อ นายธาริต นั้น ป.ป.ช.จะส่งสำนวนและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี ต้นสังกัดของนายธาริต ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ชี้มูลความผิด เพื่อให้ต้นสังกัดดำเนินการต่อไป โดย ป.ป.ช.จะดำเนินการให้เร็วที่สุด.

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

เหมือนแดนสนธยา! แม่เหยื่อโหดแก๊งโจ๋ปลาปาก วอน ตร.เร่งคดี

เหยื่อโหด1

อ.ปลาปาก จ.นครพนม ถูกเปรียบเป็นแดนสนธยา มีกลุ่มวัยรุ่นออกมาก่อเหตุเย้ยกฎหมาย จนชาวบ้านรู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัย ล่าสุดแม่อดีตพลทหารที่ถูกตามยิงตายคารถ ออกมาวอน ตร.เร่งจับคนร้าย ยันลูกชายเป็นคนดี…

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเกิดเหตุแก๊งโจ๋ป่วนเมือง อ.ปลาปาก จ.นครพนม ประกาศศักดา ใช้อาวุธปืนยิงใส่นายพลวิชญ์ อินกอง อายุ 27 ปี อดีตพลทหาร อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ 7 บ้านโคกกลาง ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จนเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณริมถนนสายปลาปาก – หนองฮี ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 500 เมตร เมื่อคืนวันที่ 9 มี.ค.59 ขณะผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์กลับจากไปเที่ยวงานชมหมอลำกับแฟนสาวและเพื่อน คือ นายสุวรรณ ปุ๋ยอบ อายุ 25 ปี

ล่าสุด นางพิมพ์นภา คำหาญ อายุ 48 ปี แม่ผู้ตาย พร้อมญาติพี่น้องได้ออกมาเรียกร้องให้ตำรวจเร่งรัดคดีติดตามตัวคนร้าย โดยเปิดเผยว่า ยังไม่ปักใจเชื่อว่าลูกชายจะมีปัญหาทะเลาะวิวาทถึงขั้นถูกยิงตาย เนื่องจากปกติ ลูกชายไม่เคยมีเรื่องกับใคร เพราะตนเลี้ยงลูกมา รู้ดี ผู้ตายเป็นลูกชายคนที่ 2 จากลูกทั้งหมด 3 คน หลังปลดทหารมาได้ 2 ปี ก็ไปทำงานรับจ้างต่างจังหวัด เพิ่งกลับมาได้แค่ 3 วัน ส่วนสามีเสียชีวิตได้เกือบ 10 ปีแล้ว ทำให้ลูกชายต้องดิ้นรนไปทำงาน ดูแลแม่กับครอบครัวมาตลอด จนกระทั่งกลับมาเยี่ยมแม่ไม่กี่วัน ได้ไปเที่ยวงานบุญกับเพื่อนที่รู้จักกัน ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทำให้ครอบครัวสูญเสียแบบรับไม่ได้ และยืนยันว่าพฤติกรรมลูกชายไม่ได้เกเรถึงขั้นเป็นนักเลง หรือหาเรื่องใคร คนในหมู่บ้านก็รู้ มีบ้างแค่ไปดื่มเหล้า เที่ยวกับเพื่อนเป็นธรรมดา แต่ไม่เคยทำร้ายร่างกายใคร หรือต้องคดีเลย

นางพิมพ์นภา กล่าวย้ำอีกว่า อยากวิงวอนให้ตำรวจให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว เร่งรัดจับคนร้ายให้ได้เร็วที่สุด จะได้รู้ว่ามาจากเรื่องอะไร เพราะตนไม่เชื่อว่าลูกชายจะมีเรื่องกับใครถึงขั้นฆ่าแกงกันได้ แต่เชื่อว่าเข้าใจกันผิดมากกว่า กังวลมากกลัวคดีจะล่ม ตอนนี้ครอบครัวต้องอยู่อย่างหวาดผวา ทั้งสูญเสีย และรู้สึกไม่มีความปลอดภัย จึงขอวอนตำรวจเร่งจับกุมคนร้ายให้ได้เร็วที่สุด

เหยื่อโหด2

ด้าน นางสาวธัญญรัตน์ แก้วพรหม อายุ 21 ปี แฟนสาวผู้ตาย เปิดเผยว่า คบหากับผู้ตายมานานร่วม 2 ปี อยู่ด้วยกัน ช่วยกันทำงานหาเงินดูแลครอบครัว ยืนยันว่าผู้ตายไม่เคยมีปัญหาทะเลาะวิวาท หรือไปหาเรื่องใคร แต่ก็มีที่ไปเที่ยวกับเพื่อน ดื่มเหล้าบ้างธรรมดา วันเกิดเหตุตนไปด้วย ไม่มีเหตุมีเรื่องทะเลาะอะไรเลย จนกระทั่งขากลับ พากันขี่รถจักรยานยนต์กลับ ผู้ตายเป็นคนขี่ ตนนั่งซ้อนด้านหน้า และมีเพื่อนอีกคนนั่งหลังสุด ถึงที่เกิดเหตุมีชายสองคนสวมหมวกโม่งปิดใบหน้าขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็ว ประกบจ่อยิงแบบไม่ได้ตั้งตัว โดยเห็นว่าเป็นการตั้งใจจ่อยิงผู้ตายชัดเจน ทำให้ตนกับเพื่อนรอด แต่ยังคาใจว่ามีปัญหาเรื่องอะไร เพราะอยู่ด้วยกันตลอดไม่เคยมีเรื่อง หรือสาเหตุที่จะต้องลงมือกันรุนแรงขนาดนี้ เชื่อว่าคนที่ก่อเหตุเข้าใจผิดมากกว่า อยากให้ตำรวจเร่งรัดคดี เพราะถือว่าท้าทายกฎหมายบ้านเมืองมาก ความปลอดภัยของประชาชนไม่มีเลย และทุกวันนี้ทั้งตนและชาวบ้านในหมู่บ้านต้องอยู่กันอย่างหวาดผวา

สำหรับพื้นที่อำเภอปลาปาก จ.นครพนม ถือเป็นพื้นที่ที่มีเหตุวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทบ่อยครั้ง มีทั้งได้รับบาดเจ็บ และถึงขั้นเสียชีวิต รวมถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา แก๊งวัยรุ่นเหิมเกริม ทำร้ายตำรวจระดับสัญญาบัตรในพื้นที่จนเป็นคดีโด่งดังไปทั่วประเทศ แม้ว่าครั้งนั้นจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ และอยู่ระหว่างการดำเนินคดี แต่ยังมีกลุ่มแก๊งขบวนการอื่นๆ ออกก่อเหตุเย้ยกฎหมายอยู่อีกมาก ชาวบ้านต่างหวาดผวา รู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน.

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

อีกแล้ว ผู้โดยสารเปิดประตูเครื่องบินฉุกเฉินก่อนเทคออฟ บอกอยากสูดอากาศ

 * อีกแล้ว ผู้โดยสารเปิดประตูเครื่องบินฉุกเฉินก่อนเทคออฟ บอกอยากสูดอากาศ *

เปิดประตูฉุกเฉินเครื่องบิน

ผู้โดยสารชาวจีนทำเครื่องบินดีเลย์ยาวอีกครั้ง หลังมือบอนไปแง้มประตูฉุกเฉินขณะที่เครื่องกำลังจะขึ้น เหตุผลเพียงเพราะอยากสูดอากาศบริสุทธิ์

วันที่ 10 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เปิดเผยข่าวชวนอึ้ง สำหรับวีรกรรมนักท่องเที่ยวจีนครั้งใหม่ โดยล่าสุด เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม บนเครื่องบินของสายการบินไชน่าเซาเทิร์น เที่ยวบินช่วงเช้าจากเมืองเฉิงตู มุ่งหน้าสู่เมืองอุรุมชี

ขณะที่เครื่องบินกำลังจะทะยานสู่ฟ้านั้นเอง ผู้โดยสารรายหนึ่งเกิดอยากสูดอากาศบริสุทธิ์ จึงเปิดประตูฉุกเฉินเอาดื้อ ๆ จนต้องระงับการบินชั่วคราว และทำให้เครื่องบินลำดังกล่าวดีเลย์ไปเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ในขณะที่พนักงานของท่าอากาศยานต้องรีบมาช่วยกันปิดประตู และหาสาเหตุว่าทำไมประตูจึงเปิดออก

รายงานระบุว่า ชายคนที่เป็นต้นเหตุได้อธิบายว่า เขาเข้าใจผิดคิดว่าที่เปิดประตูฉุกเฉินคือที่ปรับระดับหน้าต่าง ซึ่งเขาตั้งใจจะเปิดมันเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์จากภายนอก ไม่ได้ต้องการก่อความวุ่นวายแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักท่องเที่ยวจีนก่อวีรกรรมเปิดประตูฉุกเฉินของเครื่องบินแบบตามใจชอบ จากการบันทึกของสื่อและกรมการบินพลเรือนจีน พบว่านักท่องเที่ยวจีนได้ลงมือเปิดประตูฉุกเฉินมาแล้วกว่า 15 ครั้ง ในระยะเวลาเพียงครึ่งปีแรกของปี 2558

ภาพจาก NetEase

ประทับใจ ! สาวรัสเซียเที่ยวเกาะช้างจนเงินหมด ตำรวจเข้าช่วย-รถตู้ไม่คิดเงิน

 * ประทับใจ ! สาวรัสเซียเที่ยวเกาะช้างจนเงินหมด ตำรวจเข้าช่วย-รถตู้ไม่คิดเงิน *

ฝรั่งเที่ยวเกาะช้างเงินหมด ฝรั่งเที่ยวเกาะช้างเงินหมด

สาวชาวรัสเซียติดใจเกาะช้าง เที่ยวเพลินเงินหมดตัดสินใจเดินเท้าเพียงลำพัง โชคดีชาวบ้านแจ้งตำรวจมาช่วยรับตัว ก่อนส่งขึ้นรถตู้ไปกรุงเทพฯ ด้านรถตู้ใจดีไม่ขอคิดเงิน

วันที่ 10 มีนาคม 2559 ร.ต.ท. มะนะ เพ็ชร์พงษ์ รอง สว.(ป) สภ.เขาสมิง ปฏิบัติหน้าที่ หน.ตู้ยามท่าโสม ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด ได้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านให้เข้าไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวสาวชาวต่างชาติ ขณะเดินเท้าคนเดียวเพียงลำพัง มาจากท่าเรือเฟอร์รี่ อ่าวธรรมชาติ อ.แหลมงอบ จ.ตราด จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานกับฝ่ายทหาร และเจ้าหน้าที่สนามบินตราดเพื่อให้ความช่วยเหลือ

จากการสอบถาม น.ส.ไอริน่า อายุ 24 ปี ชาวรัสเซีย เล่าว่า ตนได้เดินทางมาเที่ยวที่เกาะช้างกับเพื่อนอีก 4 คน แต่เพื่อนได้กลับไปก่อนแล้วประมาณ 3 วัน ส่วนตนตัดสินใจอยู่เที่ยวต่อจนหมดเงิน ทำให้ไม่มีค่ารถเดินทางกลับกรุงเทพฯ จึงตั้งใจจะเดินด้วยเท้าไปเรื่อย ๆ

หลังจากทราบเรื่องราวทั้งหมด เจ้าหน้าที่ก็ตัดสินใจจะให้ความเหลือแก่ น.ส.ไอริน่า แต่ปรากฏว่า น.ส.ไอริน่า ปฏิเสธที่จะรับการช่วยเหลือและขอเดินเท้าต่อไป ด้วยความกังวลว่า น.ส.ไอริน่า จะได้รับอันตราย เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ จึงได้ขับรถติดตามไป พร้อมประสานกับตำรวจท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อขอให้พาล่ามชาวรัสเซียมาช่วยเกลี้ยกล่อม จนสุดท้าย น.ส.ไอริน่า ยินยอมรับความช่วยเหลือในที่สุด

ต่อมา เจ้าหน้าที่จึงพา น.ส.ไอริน่า มาพักที่โรงแรมเป็นการชั่วคราว 1 คืน และเช้าวันที่ 3 มีนาคม ก็ได้พา น.ส.ไอริน่า มาขึ้นรถตู้โดยสารสายตราด-กรุงเทพฯ เพื่อไปลงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เนื่องจาก น.ส.ไอริน่า ต้องการเดินทางไปหาเพื่อนซึ่งพักอยู่ที่โรงแรมย่านสีลม

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้มอบเงินสด จำนวน 500 บาท แก่ น.ส.ไอริน่า เพื่อไว้ใช้จ่ายในการเดินทาง ขณะที่คนขับรถตู้ ก็ใจดีไม่คิดค่าโดยสารกับ น.ส.ไอริน่า แต่อย่างใด

ภาพจาก เฟซบุ๊ก สถานีตำรวจภูธรเขาสมิง จังหวัดตราด

เด็กขวบครึ่งดับ ป่วยแต่พ่อแม่ไม่พาไปหาหมอ ป้อนยาครอบจักรวาลให้แทน

 * เด็กขวบครึ่งดับ ป่วยแต่พ่อแม่ไม่พาไปหาหมอ ป้อนยาครอบจักรวาลให้แทน *

พ่อแม่ป้อนยาครอบจักรวาล

พ่อแม่ป้อนยาครอบจักรวาล

พ่อ-แม่ชาวแคนาดาถูกฉะยับ ไม่พาลูกวัย 19 เดือนไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการป่วย แต่กลับป้อนยาครอบจักรวาลที่ครอบครัวเป็นผู้ขายรายใหญ่ให้ สุดท้ายเด็กเสียชีวิต แต่ล่าสุดศาลตัดสินให้เป็นผู้บริสุทธิ์เพราะเข้าใจเจตนาดี

วันที่ 8 มีนาคม 2559 เว็บไซต์ฮัฟฟิงตันโพสต์ เปิดเผยคดีสุดสะเทือนใจ เดวิดและคอลเล็ต สเตฟาน คู่สามีภรรยาชาวอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ถูกควบคุมตัวเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2556 ข้อหาไม่พาเด็กในปกครองเข้ารับบริการทางการแพทย์ และไม่รับการฉีดวัคซีนที่จำเป็นสำหรับเด็ก จนกระทั่งเป็นเหตุให้ลูกชายวัย 19 เดือนเสียชีวิต

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนมีนาคม ปี 2555 เด็กชายเอซีเคล สเตฟาน วัย 19 เดือน ป่วยเป็นโรคคล้ายหวัดเป็นเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ พ่อและแม่ของเด็กชายไม่พาลูกไปหาแพทย์เพื่อรับการรักษาตามที่ควรจะเป็น แต่กลับป้อนยาน้ำครอบจักรวาลซึ่งเป็นสินค้าที่ผลิตในครอบครัว โดยมีส่วนผสมของน้ำเชื่อมเมเปิล น้ำเปล่า น้ำส้มสายชูแอปเปิล รากฮอสแรดิช พริกไทย หัวหอม กระเทียม และขิง

จากคำให้การของคอลเล็ต สเตฟาน ผู้เป็นแม่ ระบุว่า เพื่อนที่เป็นนางพยาบาลเคยวิเคราะห์อาการของเอซีเคล และแนะนำว่าเด็กชายควรพบแพทย์ด่วน เพราะอาการคล้ายโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แต่นายเดวิดและนางคอลเล็ตกลับปฏิเสธ และบอกกับเพื่อนของเธอว่า พวกเขาจะรักษาลูกด้วยวิธีธรรมชาติ และลงมือป้อนยาน้ำครอบจักรวาลตามที่กล่าวไปข้างต้น

จนในวาระสุดท้าย เด็กชายเอซีเคลป่วยหนักอยู่ราว 2-3 วัน และหยุดหายใจไปดื้อ ๆ สุดท้ายเดวิดและคอลเล็ตต้องจำใจเรียกรถพยาบาล ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขามาช่วยแต่ไม่ทันกาล เด็กชายเอซีเคลเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ตำรวจเข้าจับกุมคู่สามีภรรยาดำเนินคดี ในข้อหาปล่อยปละละเลยและไม่ให้การรักษาพยาบาลกับเด็กอย่างที่ควรจะเป็น

กระทั่งล่าสุด ในเดือนมีนาคม ปี 2559 ศาลได้มีคำสั่งตัดสินให้เดวิดและคอลเล็ตเป็นผู้บริสุทธิ์ เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากเจตนาที่ต้องการช่วยลูกน้อยให้หายจากอาการเจ็บป่วย ซึ่งเป็นสัญชาตญาณของผู้เป็นพ่อแม่แล้ว ก็พบว่าทั้งคู่ทำไปเพราะรักและเป็นห่วงลูกชายจริง ๆ ไม่ได้ต้องการฆ่าเด็กน้อยแต่อย่างใด

อนึ่ง ครอบครัวสเตฟาน เป็นผู้ริเริ่มและก่อตั้งบริษัทด้านยาและอาหารเสริม ชื่อ Truehope Nutritional Support ซึ่งมีนายแอนโธนี สเตฟาน พ่อของเดวิด เป็นผู้เริ่มกิจการในปี 2539 โดยมีผลิตภัณฑ์ที่อ้างสรรพคุณว่าช่วยรักษาโรคได้หลากหลาย ตั้งแต่ โรคสมาธิสั้น โรควิตกกังวล โรคออทิสติก โรคไบโพลาร์ โรคซึมเศร้า โรคเครียด และอาการล้าเรื้อรัง

แต่ทั้งนี้ นายแอนโธนีได้กล่าวกับสื่อว่า ถึงแม้เขาจะเป็นผู้จัดจำหน่ายยาครอบจักรวาล แต่ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวของเขาต่อต้านการแพทย์แผนปัจจุบัน หรือต่อต้านการให้วัคซีนในเด็ก แต่คนในสังคมตีความว่าพวกเขาเป็นอย่างนั้นไปเอง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Collet Stephan

จับ 2 หนุ่มโฉด บุกห้องพักสาวพม่านอนป่วย ผลัดกันข่มขืนยับ

 * จับ 2 หนุ่มโฉด บุกห้องพักสาวพม่านอนป่วย ผลัดกันข่มขืนยับ *

สองหนุ่มบุกห้องสาวพม่า

ตำรวจนครศรีธรรมราช บุกจับ 2 หนุ่มชาวไทย บุกข่มขืนสาวเมียนมา วัย 20 ปี ที่มาเยี่ยมแม่ แต่เกิดป่วยต้องนอนในห้องพักคนงานเพียงลำพัง

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่า น.ส.น้อย (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ลูกสาวคนงานชาวเมียนมาที่ทำงานอยู่ที่โรงงานไม้ยางพาราแห่งหนึ่ง หมู่ 5 ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง ได้ถูก 2 หนุ่มชาวไทยบุกเข้าไปข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.น้อย ขณะที่กำลังป่วย และนอนพักอยู่ที่ห้องพักคนงานเพียงลำพัง เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด วันที่ 9 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ. เธียร บาลทิพย์ ผกก.สภ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช ได้นำกำลังเข้าจับกุม นายชลธี สันตจิตร อายุ 27 ปี และนายอุกฤษฏ์ บุญญาธิการ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.น้อย

เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ยังให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานแน่นหนา จึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ภาพจาก thaich8.com

ไม้ดีมีประโยชน์ ‘หว้า’ยาต้านมะเร็ง

หว้า

หว้าเป็นพรรณไม้ยืนต้น มีต้นกำเนิดในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉลียงใต้ได้แก่ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย มีชื่อวิทยาศาสตร์ Syzygium cumini (L.) Skeels จัดอยู่ในวงศ์ชมพู่ ชาวฮินดูจะเรียกว่า “จามาน” หรือ “จามูน” ลักษณะ ลำต้นสูง 10-35 เมตร เปลือกต้นค่อนข้างเรียบสีน้ำตาล ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 3-7 เซนติเมตร ยาว 8-14 เซนติเมตร มีจุดน้ำมันที่บริเวณขอบใบ ดอกช่อ สีขาวหรือสีเหลืองอ่อน ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด ฐานรองดอกเป็นรูปกรวย กลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ เกสรตัวผู้มีจำนวนมาก ออกดอกและติดผลราวเดือนธันวาคม-มิถุนายน ผลเป็นผลสด มีสีม่วงดำผิวเรียบมัน มีขนาด 1 เซนติเมตร ผลแก่ราวเดือนพฤษภาคม เมล็ด มี 1 เมล็ดมีคุณค่าทางโภชนาการสูงอุดมไปด้วยวิตามินซีและแร่ธาตุ นิยมนำผลสุกมารับประทานเป็นผลไม้ มีสรรพคุณทางยา ช่วยย่อยอาหาร ลดการจับตัวของลิ่มเลือดและต้านมะเร็ง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีเพาะเมล็ด

‘เบลล่า’งงไลน์หลุดแฉเหวี่ยงสื่อ ขอแฟนคลับอย่าตีกัน

เบลล่า

เป็นช่วงที่ตกเป็นข่าวถี่ยิบ สำหรับนางเอกสาว “เบลล่า” ราณี แคมเปน ที่ล่าสุดก็ถูกคนปล่อยไลน์หลุดว่าเป็นนางเอก “บ.” เหวี่ยงสื่อ แถมยังเจอข่าวที่ว่าเธอกับ “เวียร์” ศุกลวัฒน์ คณารศ ตอบความสัมพันธ์ไม่ตรงกัน ทำให้แฟนคลับทั้งสองฝ่ายออกมาตีกันใหญ่ งานนี้เจอสาวเบลล่าเลยถามถึงเรื่องนี้

“เห็นข่าวแล้ว ก็แอบงงเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น คือเป็นอักษรย่อ แต่ก็มีหลายคนบอกว่าเป็นเบล เบลอธิบายตามข่าวที่ออกมาแล้วกัน โดยปกติเบลก็ให้สัมภาษณ์ตลอดเวลา ที่ใครมาขอ อย่างงานวันนั้นก็เช่นกัน เบลก็กลับมาทบทวนหลังเห็นข่าวที่ออกมาว่าวันนั้นมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงไหม หรือมีอะไรที่จะเป็นชนวนทำให้เกิดความเข้าใจผิดไหม ซึ่งเบลรู้สึกว่าวันนั้นมันไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น งานวันนั้นเบลกลับคนสุดท้ายเลยนะ แต่โอเคอาจจะเกิดความเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่า ถ้ามันมีจริงๆ เบลก็ขอโทษ ณ ตรงนี้เลยแล้วกัน ก็อยากให้คนที่เขาบอกว่าเบลทำแบบนั้นมารับคำขอโทษและคำชี้แจงจากเบล แต่ถ้าวันนั้นไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เบลก็รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมกับเบล และมันทำให้เราเสียความรู้สึกนะ เพราะมันก็ไม่แฟร์เบลเท่าไหร่นะ ถามว่านอยด์ไหม ไมได้นอยด์นะ แค่เสียความรู้สึก เพราะเบลรู้ว่าเราไม่ได้เป็นคนแบบนั้น” นางเอกชื่อดังเผย

ถามต่อถึงกรณีที่คนมองว่าเบลล่ากับเวียร์ตอบเรื่องความสัมพันธ์ไม่ตรงกัน จนทำให้แฟนคลับของทั้งสองฝ่ายไม่พอใจกันและกัน นางเอกสาวเผยว่า ไม่อยากให้ใครต้องมาทะเลาะกัน และเชื่อว่าแฟนคลับต่างรักและหวังดีกับดาราที่ตัวเองชื่นชอบ

“เรื่องนี้คือ ถามตัวเบลนะ เบลรู้สึกว่าเราก็ตอบตรงกันว่าเราห่างกัน ด้วยเวลา เพราะเราต่างมีภาระหน้าที่ของแต่ละคน แต่มันขึ้นอยู่กับเรื่องความรู้สึก และการตีความของแต่ละคนด้วย เบลพูดตามความรู้สึกของเบล ตอบในส่วนของตัวเบล เอาจริงๆ นะเบลไม่อยากให้เอาเรื่องนี้มาทำให้ทุกคนรู้สึกไม่ดีต่อกัน เบลรู้ว่าแฟนคลับของแต่ละคนต่างรักและหวังดีต่อกัน เลยไม่อยากที่จะให้มาไม่พอใจเพราะเรื่องแบบนี้” เบลล่ากล่าวปิดท้าย

ระทึกขวัญ! นักบินซาอุฯ “หัวใจวาย” กลางอากาศ ขณะลงจอด

planeนายวาลิด บิน โมฮัมเหม็ด อัล โมฮัมเหม็ด นักบินซึ่งขับเครื่องบินบรรทุกผู้โดยสารราว 220 ชีวิต เดินทางสู่กรุงริยาดของซาอุดิอาระเบีย เกิดอาการหัวใจวายเสียชีวิตกะทันหัน ขณะกำลังนำเครื่องลงจอด ที่ความสูงประมาณ 34,000 ฟุต ทำให้นายรามี เบน กาซี ผู้ช่วยนักบินต้องพยายามนำเครื่องลงจอดให้ได้

โดยผู้ช่วยนักบินวิทยุแจ้งเหตุ เพื่อนำเครื่องบินลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินนานาชาติ คิง คาลิด ในกรุงริยาด จนสามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย ก่อนนำตัวนักบินส่งโรงพยาบาลโดยด่วน แต่แพทย์ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทัน เนื่องจากเขาเสียชีวิตแล้วตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน

ขอขอบคุณ  :  metro.co.uk