หนุ่มใหญ่โคราช เมาข้ามปี ดื่มหนัก 4 วันรวด น้องสาวช็อก เรียกกินข้าวเจอนอนนิ่งไร้ลมหายใจ

วันที่ 2 ม.ค. พ.ต.ท.อนันต์ ปานทอง สารวัตร (สอบสวน) สภ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุว่ามีผู้เสียชีวิตภายในกระท่อมข้างบ้านเลขที่ 154 หมู่ 8 บ้านหินลาด ต.ตะเคียน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ด่านขุนทด และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครชุดกู้ชีพ อบต.ตะเคียน

ที่เกิดเหตุภายในกระท่อมดังกล่าวพบศพนายใจ นาคพลกรัง อายุ 45 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด จากการสอบถามนางสมหญิง นาคพลกรัง อายุ 28 ปี น้องสาวผู้ตายทราบว่าผู้ตายชอบดื่มสุราเป็นประจำ โดยในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่นี้ซึ่งมีอากาศที่หนาวเย็น และผู้ตายก็ได้ดื่มเหล้าหนักมาก และได้ดื่มติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.59 จนถึงวันที่ 2 ม.ค.60 จากนั้นก็ได้มานอนพักในกระท่อม กระทั่งช่วงเย็นที่ผ่านมา จึงได้เรียกผู้ตายให้มากินข้าว แต่ไม่มีเสียงตอบรับ พอเข้าปลุกใกล้ๆ ก็ไม่มีอาการตอบสนองแล้ว ตนจึงได้ไปตามเพื่อนบ้านให้มาช่วยกันปั๊มหัวใจแต่ก็ไม่เป็นผล ก่อนแจ้งตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้นำศพผู้ตายส่งชันสูตรที่ร.พ.ด่านขุนทด เพื่อตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบโชเฟอร์โหดฆ่าชิงทรัพย์ สารภาพเสพยาบ้าก่อนก่อเหตุ หลบหนีอาศัยตามทุ่งนา

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 30 ส.ค.  เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.วาปีปทุม สามารถจับกุมตัว นายวัชรินทร์ ประทุมพร อายุ 26 ปี โดยจับได้ที่กระท่อมกลางทุ่งนา  ท้ายหมู่บ้านจอกขวาง ต.หนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม โดยสามารถจับกุมตัวได้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเวลาประมาณ 09.00 น. ก่อนนำตัวมาสอบสวนต่อที่ สภ.กันทรวิชัย ซึ่งระหว่างชุดสืบสวน สภ.วาปีปทุม เข้าจับกุมนายวัชรินทร์ได้ต่อสู้ โดยชกเข้าที่ใบหน้าของ ด.ต.คมกริช มลาศรี ทำให้ตาซ้ายบวมปูด และด.ต.สาธิต ประพาศพงษ์ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือซ้ายเคล็ด  ซึ่งทั้งสองนายได้ไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลวาปีปทุม แพทย์ได้รักษาอาการและให้ยามารับประทานเรียบร้อยแล้ว14725368661472537128lด้าน พ.ต.อ.วิศักดิ์ อินทรกรอุดม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวาปีปทุม กล่าวว่า การจากสอบสวนในเบื้องต้น ผู้ต้องหาคือนายวัชรินทร์ ประทุมพร หรือ ทุ่ง อายุ 26 ปี รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ นางบุญเพ็ง ปัญโญ อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นผู้โดยสารจริง เบื้องต้นในวันเกิดเหตุรับว่าเสพยาบ้ามาก่อน เมื่อเห็นนางบุญเพ็งโบกรถ จึงได้จอด ก่อนทำทีเป็นรถเสียช่วงใกล้ถึงตัวอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย เมื่อซ่อมรถเสร็จจึงได้ขับรถต่อไป และได้จอดรถลงไปปัสสาวะบริเวณใกล้แยกบ้านยางบ่ออี ต.เมืองบัว อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ จากนั้นได้ขึ้นมาบนรถและได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้ตาย จากนั้นได้วกรถกลับมาทางอำเภอวาปีปทุม ก่อนจะขับรถเข้าหมู่บ้านหนองผือ ต.นาสีนวล อ.พยัคฆภูมิพิสัย ผ่านหมู่บ้านดงบาก-บ้านเหล่าน้อย  เพื่อที่จะนำศพมาทิ้ง  สำหรับของกลางคือสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท  ผู้ต้องบอกว่าได้นำไปทิ้งบริเวณทุ่งนาใกล้ที่เกิดเหตุ  เนื่องจากสร้อยขาด  ส่วนสร้อยข้อมือน้ำหนัก 1 บาทปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป  ซึ่งหลังเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา  ได้เดินลัดเลาะตามทุ่งนาไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะกลับมาที่บ้านเกิด  ที่หมู่บ้านดงเค็ง  ต.หัวเรือ  อ.วาปีปทุม  อาศัยนอนตามกระท่อมกลางนา  ซึ่งไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่วันนั้น  จนถึงช่วงเช้าวันนี้  มีรถเข็นขายปิ้งไก่ผ่านมาจึงได้เรียกซื้อ  จากนั้นก็ไปนอนในกระท่อมกลางนา  บ้านจอกขวาง  ต.หนองแสง  อ.วาปีปทุม  จ.มหาสารคาม  และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในที่สุด

โดยระหว่างที่ให้การกับเจ้าหน้าที่  ผู้ต้องหามีอาการลุกลี้ลุกลน พูดกลับไปกลับมา คล้ายคนเมายา ซึ่งผู้ต้องหาได้สารภาพกับเจ้าหน้าที่ด้วยว่าก่อนเกิดเหตุได้เสพยาบ้ามาด้วย  ต่อจากนี้ไปพนักงานสอบสวน สภ.พยัคฆภูมิพิสัย  จะได้มารับตัว  เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วันเดียวกัน ที่จ.บุรีรัมย์ นายสุพิศ วัตรสุนทร อายุ 38 ปี เจ้าของรถบัสคันเกิดเหตุ ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจวาปีปทุม ว่าสามารถจับกุมตัวนายวัชรินทร์ได้ ก็เตรียมเดินทางจาก จ.บุรีรัมย์ ไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พยัคฆภูมิพิสัย ท้องที่เกิดเหตุ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งไปติดต่อเรื่องรถบัสคันที่นายวัชรินทร์ใช้ก่อเหตุ ว่าจะสามารถนำรถออกมาได้ตอนไหนเพราะมีรถเพียงคันเดียวที่นำมาวิ่งร่วม  ซึ่งหลังเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็ต้องขาดรายได้จากการวิ่งรถบัสซึ่งถือเป็นรายได้หลัก อย่างไรก็ตามหลังทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายวัชรินทร์ได้แล้ว ก็รู้สึกคลายความกังวลจากที่ก่อนหน้านี้ต้องอยู่ในภาวะเครียดหนัก เพราะเกรงว่าคดีจะยืดเยื้อยาวนานซึ่งจะทำให้ไม่สามารถนำรถออกไปวิ่งได้  แต่หลังจากจับกุมได้แล้วก็มั่นใจว่าคดีจะคลี่คลายโดยเร็ว ซึ่งตนก็จะสามารถนำรถออกมาประกอบอาชีพได้เร็วขึ้นด้วย พร้อมขอขอบคุณตำรวจที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้โดยเร็ว

นายสุพิศ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องคดีก็ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย เพราะผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษกับสิ่งที่กระทำ เพราะสิ่งที่นายวัชรินทร์ กระทำไม่ได้ส่งผลกับตัวนายวัชรินทร์ คนเดียว แต่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับผู้ประกอบอาชีพรถโดยสารสาธารณะ เพราะทำให้ผู้โดยสารขาดความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยที่จะใช้บริการรถโดยสารในการเดินทาง โดยเฉพาะตนเองนอกจากจะเสียค่าซ่อมบำรุงรถแล้ว หากนำออกมาวิ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีผู้โดยสารกลับมาใช้บริการเป็นปกติหรือไม่ จึงฝากวิงวอนผู้โดยสารหรือประชาชนเห็นใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของตัวบุคคลอย่าเหมารวมทั้งหมด  หลังจากนี้ก็จะตรวจสอบผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นโชเฟอร์ให้รอบคอบกว่านี้ ส่วนตัวเองก็จะไม่ปล่อยให้คลาดสายตาเหมือนที่ผ่านมา  ส่วนเรื่องการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต เบื้องต้นก็ได้มอบเงินช่วยเหลือแล้วจำนวนหนึ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

เด็กหญิงวัย 14 ดูแลตายาย น้อง รวม 5 ชีวิต อาศัยเพียงเบี้ยยังชีพ ออกขุดมันหารายได้

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ก.ค. ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” ประจำจังหวัดกำแพงเพชร ได้รับแจ้งจากนายไพโรจน์ พนมวาสน์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ว่า มีเด็กหญิงอาศัยอยู่ในกระท่อมกับตาและยายที่แก่ชราและยังมีโรคประจำตัว นอกจากนี้ก็ยังมีน้องชายและน้องสาวสาวอีก 2 คน รวม 5 ชีวิต ส่วนพ่อและแม่พ่อเสียชีวิตไปแล้ว มีความเป็นอยู่ที่ลำบากแร้นแค้น เพราะไม่มีรายได้อาศัยเบี้ยยังชีพของผู้เป็นตาประทังชีวิต ส่วนผู้เป็นยาย ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์นั้น ไม่มีบัตรประชาชน จึงไม่ได้รับสิทธิ์ ในการรับเบี้ยยังชีพ และรักษาพยาบาล ล่าสุดไปรักษา ค่ารักษา 7,400  บาท มีเงินจ่ายแค่เพียง 2,000 บาท ที่เหลือยังค้างชำระกับทางโรงพยาบาลกำแพงเพชร วอนสังคมช่วยเหลือที่กระท่อมเลขที่ 209/78 หมู่ที่ 6 ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชรที่เด็กหญิงและครอบครัวอาศัยอยู่นั้นมีลักษณะยกพื้นหลังคาสังกะสี มีแผ่นกระดานเรียงกันพอได้อยู่อาศัย และมีแคร่ไม้ไผ่เป็นระเบียงอยู่หน้ากระท่อมที่ไม่มีประตู ภายในกระท่อมก็มีเสื้อผ้าที่นอนเก่าๆ ดูไม่สะอาดวางเรียงอย่างไม่เป็นระเบียบ และมีครัวหุงหาอาหารทำกินอยู่ในพื้นที่บริเวณเดียวกันเป็นที่น่าสลดหดหู่ไม่ได้พบเห็น ด.ญ.สุวรรณี สุวรรณภาพทอง อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม เด็กชายมงคล คงสิทธิ์อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปี และ เด็กหญิงสุทธินี คงสิทธิ์อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 นักเรียนโรงเรียนอนุบาลบ้านนครชุม อาศัยอยู่กับผู้เป็นตา ชื่อ นายสุข คงสิทธิ์อายุ 87 ปี และผู้เป็นยาย ชื่อนางชิน คงสิทธิ์ อายุ 70 ปี ภายในกระท่อมเสื่อมโทรมพื้นที่ปลูกเป็นผืนดินที่เช่า ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ในชีวิตประจำวัน มีเพียงหม้อหุงข้าวไฟฟ้า กับกระทะสำหรับปรุงอาหาร

จากการสอบถามถึงรายได้ที่มาจุนเจือครอบครัวนั้น ด.ญ.สุวรรณี สุวรรณภาพทอง เปิดเผย “ข่าวสด” ว่า ตนอาศัยช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์รับจ้างขุดมันสำปะหลัง มีรายได้วันละ 150 บาท และเก็บพืชผักที่มีขึ้นในป่าไร่ที่อยู่ใกล้ๆบ้านที่ตนเองกับน้องช่วยกันปลูกไว้ไปขาย และได้รับเงินเบี้ยคนพิการกับเบี้ยยังชีพของตา จำนวน 1,600 บาท ได้รับเงินสงเคราะห์ครอบครัวอุปถัมภ์จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เดือนละ 2,000 บาท เป็นค่าอาหารและค่ารักษาพยาบาลของตาและยาย จึง ไม่พอเพียงกับ 5 ชีวิตที่หญิงเด็กหญิงสุวรรณี สุวรรณภาพทอง ต้องเป็นภาระเลี้ยงดูทั้งครอบครัว รู้สึกผิดหวังเวลาตายายไม่มีข้าวกิน ไม่มีเงินไปซื้อข้าวก็จะอาศัยขอข้าวคนข้างบ้านมาเลี้ยงชีพสำหรับกิจวัตรประจำวันของ ด.ญ.สุวรรณี สุวรรณภาพทอง นั้นทุกวันตอนเช้า ต้องหุงหาอาหารให้ตากับยายและน้องสาวน้องชายกิน กลับจากโรงเรียนก็ต้องมาดูแลและช่วยยายที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์อาบน้ำ และดูแลน้องน้องไม่ให้ไปเล่นหรือไปเกเรไกลบ้าน ส่วนวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็จะออกไปรับจ้างตัดมันขุดมันเพื่อหารายได้เสริม ด.ญ.สุวรรณี สุวรรณทองภาพบอกว่าทุกวันนี้ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยไม่รู้สึกท้อแท้ต้องการหาเงินเพื่อรักษาสายตากับยายให้หายกลับเดินได้ อยากให้ยายมีบัตรประชาชน อยากมีบ้านอยู่ ความฝันโตไปอยากเรียนหนังสือเป็นพยาบาลเพื่อจะได้ดูแลรักษาคนป่วย

น.ส.สุวิชา เกิดขำ คุณครูที่ปรึกษาโรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม ด.ญ.สุวรรณี เป็นเด็กนักเรียนที่นิสัยดีร่าเริงแจ่มใสชอบช่วยเหลือครูและเพื่อนอยู่เสมอ ซึ่งจากเทอมแรกจะมีผลการเรียนในระดับเกรด 3 กว่า แต่เทอมที่ผ่านมาเกรดนักเรียนลดลงเหลือ 2.6 ถึง  2.7 ซึ่งอาจจะเป็นผลพวงจากทางบ้านที่ต้องรับผิดชอบตายายเพิ่มมากขึ้นในการรับจ้างทำงาน ทำให้การอ่านหนังสือเรียนนั้นมีน้อยลง โดยทางโรงเรียนก็ได้คอยให้ความช่วยเหลือส่งเสริมมาโดยตลอดในเรื่องปัจจัยค่าพื้นฐานแม้ว่าจะมีเด็กหญิงจะมีภาระทางครอบครัวอย่างมากมายแต่ ด.ญ.สุวรรณี ก็ไม่ทิ้งการเรียนเป็นอย่างใด สำหรับผู้ที่มีความเมตตาที่จะช่วยเหลือกับครอบครัวของ ด.ญ.สุวรรณี สุวรรณทองภาพ ทาง นายไพโรจน์ พนมวาสน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 นางสาวสุวิชา เกิดขำ คุณครูที่ปรึกษาโรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม และนายบุญยงค์ คงสิทธิ์ ประธานชุมชนบ้านร่วมใจ ทั้ง 3 คน จะร่วมกันเป็นผู้ร่วมรับผิดชอบดูแลบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการศึกษาของ ด.ญ.สุวรรณี สุวรรณทองภาพ ผ่าน บัญชีออมทรัพย์  ธนาคารกรุงไทย สาขากำแพงเพชร ชื่อบัญชีทุนเพื่อการศึกษา ด.ญ.สุวรรณี สุวรรณทองภาพ เลขที่บัญชี 620-0-80179-7

ที่มา>>>ข่าวสด