ปิกอัพกองถ่าย ถูกตัดหน้ากะทันหัน เบรกไม่ทันพุ่งเสยท้าย รถตามหลังชนซ้ำตกร่องน้ำข้างทาง

วันที่ 18 พ.ย. พ.ต.ท.สมบัติ พรมสอาด สารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งรถกระบะชนชนกัน 3 คัน ตกร่องน้ำข้างทางมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้า กทม. หลักกิโลเมตรที่ 322+800 หมู่ 8 บ้านหนองโปร่ง ต.ห้วยทราย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ อบต.ห้วยทรายJpegที่เกิดเหตุเป็นยูเทิร์นกลับรถ ในร่องน้ำสวนมะพร้าวข้างทางพบรถกระบะชนเสยท้ายกัน 3 คัน คันที่ 1 เป็นรถกระบะมิตซูบิชิ สตราด้า สีเทา-แดง ทะเบียน บท 6833 เพชรบุรี ซึ่งมีนายโธมัส ลาเห่ อายุ 74 ปี ชาวเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นคนขับ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด คันที่ 2 เป็นรถกระบะนิสสันนาวาร่า สีทอง ทะเบียน ถธ 8846 กทม. มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลเบื้องต้นนำตัวส่งโรงพยาบาลประจวบฯ คันที่ 3 เป็นรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ 4 ประตูสีเขียว-เทา ทะเบียน กจ 8663 ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายวีระยุทธ ดิฐวงค์ อายุ 27 ปี เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

สอบสวนนายสุทธิชัย พูนทองอายุ 41 ปี ซึ่งโดยสารมากับรถกระบะนิสสันนาวาร่า กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมทีมงานถ่ายทำรายการทีวีรวม 4 คน ได้เดินทางกลับมาจากถ่ายทำรายการในจังหวัดกระบี่ และกำลังขับรถเดินทางกลับเข้าบริษัทในกรุงเทพฯ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นยูเทิร์น รถกระบะของนายโธมัส ได้เลี้ยวตัดหน้าในระยะกระชั้นชิดทำให้เบรกไม่ทัน จึงได้ชนเสยเข้าบริเวณหน้ารถอย่างจัง และทำให้รถที่ตามหลังมาชนเสยท้ายซ้ำอีก 1 คันจนเสียหลักตกไปอยู่ในร่องข้างถนนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและรถเสียหายดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวมทั้งสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บ และพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนดำเนินการต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวร้องไห้โฮ!! แฟนหนุ่มกำลังซื้อกับข้าวมาให้ รถคว่ำ-กระบะเสยซ้ำดับคาสะพาน

 วันที่ 23 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.จีระศักดิ์ แอบแฝง สว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบนสะพานต่างระดับโป้ง ม.7 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อภายหลัง คือ นายสุพรรณ พนม อายุ 40 ปี พนักงานช่างตัดเย็บเสื้อผ้า นอนเสียชีวิตจมกองเลือด ในสภาพแขนขาหัก น่าสยดสยอง โดยมี น.ส.ปรางทิพย์ หัสรสา อายุ 36 ปี ยืนร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเศร้าโศก ปานจะขาดใจ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงต้องพาไปนั่งสงบสติอารมณ์ พร้อมทั้งนำผ้าคลุมร่างผู้เสียชีวิตไว้ก่อน สอบถาม น.ส.ซเบตา อายุ 35 ปี อาชีพแม่ค้าขายโรตี เล่าว่า ในขณะที่ตนเองขับรถพ่วงข้างขึ้นสะพาน ได้มีจยย.ของผู้ตายขับแซงมาด้านขวา และเฉี่ยวชนกับตนเอง จนล้มคว่ำ ก่อนจะมีรถยนต์กระบะวิ่งส่วนทางมาชนเข้าอย่างจัง แล้วขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เบื้องต้น พ.ต.ท.จีระศักดิ์ แอบแฝง สว.(สอบสวน) เจ้าของคดี ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และจะประสานงานตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามรถยนต์คันที่หลบหนีมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ น.ส.ปรางทิพย์ แฟนสาวผู้ตาย เล่าว่า นายสุพรรณ เป็นคนดีและขยันมาก จะทำโอทีกลับบ้านมืดค่ำทุกวัน ซึ่งก่อนเกิดเหตุผู้ตายเลิกงานและกำลังซื้อกับข้าวเข้ามาที่บ้าน

ที่มา>>>ข่าวสด

นาทีชีวิต!จนท.ปั๊มหัวใจคุณยายขี่จยย.เสยท้ายรถบรรทุกดับ หลานสาวรอดร่ำไห้กอดศพสุดสลด

 เมื่อวันที่ 9 ส.ค. พ.ต.ท.กุศล สิทธิขันแก้ว พนักงานสอบสวน ทำหน้าที่นายร้อยเวรคดีจราจร สภ.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี รับแจ้ง จากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทองว่า มีเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถไม่ทราบสี ยี่ห้อ มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสูงอายุ 1 ราย และเด็กหญิงได้รับบาดเจ็บ แต่รู้สึกตัวดีอีก 1 ราย ที่บริเวณหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวชัยพร ถนนมิตรภาพอุดรธานี-ขอนแก่น ฝั่งขาเข้าตัวเมืองอุดรธานี เยื้องโรงงานน้ำแข็ง ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงได้พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธานินทร์ อินทร์กอง รอง ผกก.หน.สภ.โนนสูง พ.ต.ท.เสกสรรค์ ชุ่มแจ่มสว.ส.ทล.3 กก.4 บก.ทล. หน่วยกู้ภัยทางหลวง หน่วยกู้ชีพ และแพทย์เวร รงพ.ศูนย์อุดรธานี มูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี และกำลังสายตรวจ สภ.โนนสูง จำนวนหนึ่งรุดไปตรวจสอบ เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน ฝั่งขาเข้าตัวเมืองที่ช่องจราจรด้านใน พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สกูปี้สีฟ้าขาว หมายเลขทะเบียน 1 กฌ3660 อุดรธานี ล้มคว่ำอยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ใกล้กันพบหญิงสูงอายุสวมกางเกงขาสามส่วนลายดอกดำขาว สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ สภาพแขนขวาหักเนื้อฉีกขาดเป็นทางยาวตั้งแต่ข้อมือไปถึงหัวไหล่ ศีรษะแตก ใบหน้ามีบาดแผลฉกรรจ์ เลือดไหลนองพื้นถนน โดยมีเด็กหญิง ทราบชื่อภายหลังคือ ด.ญ.ไก่ (นามสมมติ) อายุ 10 ปี ชั้นป.4 อยู่ในสภาพบาดเจ็บเช่นกัน ร่ำไห้กอดหญิงสูงอายุผู้บาดเจ็บและเขย่าตัวให้ฟื้น จากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพพร้อมด้วยแพทย์พยาบาล พยายามปั้มหัวใจ ผายปอดช่วยชีวิตทุกวิถีทาง แต่ผู้บาดเจ็บมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะและลำตัวถูกกระแทกอย่างรุนแรง ทำให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ในสภาพน่าเวทนา ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของหลานสาว ที่ประสบเหตุด้วยกันแต่รอดชีวิตมาได้

ทราบชื่อผู้เสียชีวิตรายนี้คือนางนารี อินทะแสง อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 ม.3 บ้านชัยพร ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุนางนารี เจ้าของฟาร์มเลี้ยงสุกร บ้านชัยพร ต.โนนสูง ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สกูปี้สีฟ้าขาว หมายเลขทะเบียน 1 กฌ3660 อุดรธานี ออกจากบ้านเพื่อไปหาซื้อของที่ตลาดบ้านโนนสูง ซึ่งหางจากบ้านพักประมาณ 3 กิโลเมตร โดยมีหลานสาว วัย 10 ปี นั่งซ้อนท้ายไปด้วย ขากลับได้ขับรถจักรยานยนต์มาตามถนนมิตรภาพ พอถึงที่เกิดเหตุมีรถบรรทุกไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน จอดข้างทางโดยปิดสัญญาณไฟกะพริบหรือเลี้ยวซ้ายเอาไว้ให้รถคันหลังที่วิ่งตามมาได้เห็น เนื่องจากจุดดังกล่าวแสงสว่างไม่เพียงพอ ทำให้รถจักรยานยนต์ของนางนารีพุ่งชนเข้าที่ท้ายรถบรรทุกอย่างแรง เป็นเหตุให้นางนารีเสียชีวิตและหลานสาวได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุโชเฟอร์รถคู่กรณี ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นรถอะไร เมื่อเห็นว่ามีผู้บาดเจ็บและน่าจะเสียชีวิต รีบสตาร์ทรถขับหลบหนีมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองอุดรธานี และเลี้ยวขวาไปทางเลี่ยงเมืองสกลนคร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหารถคู่กรณีและติดตามตัวคนขับรายนี้มาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบหนุ่มหื่นตระเวนดักฉุด-จับหน้าอกด.ญ.ในร้านค้า อ้างแค่อารมณ์เปลี่ยว-สำเร็จความใคร่

 เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พรหมณัฎฐเขต ฮามคำไพ รองผบก.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ฯ ,พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ,พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง ผกก.สส.ฯ ,พ.ต.ต.อาทิตย์ จันทา สว.สส.ฯ ,พ.ต.ต.ฉลาม ภูเมืองขวา ,ร.ต.อ.อรรคพล ยี่เกาะ, ร.ต.อ.ปาณุทรรศน์ ศิริวาลย์ ,ร.ต.อ.บรรจง พาโคตร ,ร.ต.อ.วิเชียร คล้อยดี ,ร.ต.อ.พิศุทธิ์ธรรม ศรีบูจันดี ,ร.ต.ท.ทรงเกียรติ ขันธ์เขต ,ร.ต.ท.ประสิทธิ์ รักษ์สูงเนิน และชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง แถลงจับกุมนายปณัยกร แก้วตา อายุ 36 ปี ชาวอ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ผู้ต้องหาคดีอนาจารเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี และลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น สำหรับคุ้มครองทรัพย์นั้น โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด แก่การหลบหนีหรือพาทรัพย์นั้นไป พร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยนต์ 1 คัน ใบเลื่อยตัดเหล็ก 1 ใบ บัตรเติมเงินราคา 60 บาท 1 กล่อง บัตรเติมเงินราคา 50 บาท 1 กล่อง เงินสด 629 บาท หมากฝรั่ง 1 กล่อง ข้าวสารเหนียว 1 ถุง สุราขาว 9 ขวด ขนมปัง 1 ปี๊บ สายยาง 1 เส้น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 5 ห่อ กาแฟสำเร็จรูป 77 ซอง ผงซักฟอก 5 ห่อ บุหรี่ 25 ซอง สบู่ 8 กล่อง ยาสระผม 19 ขวด เครื่องเสียงสเตริโอ พร้อมลำโพง 1 ชุด คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะพร้อมจอ 1 ชุด เครื่องปั่นน้ำผลไม้ 1 เครื่อง รวมของกลางกว่า 100 รายการ มูลค่าประมาณกว่า 3 หมื่นบาท

พ.ต.ท.สิทธิพรกล่าวว่า สืบเนื่องจากในเขตต.นาข่า ต.กุดสระ และใกล้เคียง มีเหตุขโมยงัดบ้านร้านขายของชำบ่อยครั้ง โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินไปจำนวนมาก จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนออกสืบสวนจับกุมคนร้าย ซึ่งคาดว่าเป็นคนในพื้นที่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก อีกทั้งในเขตต.นาข่า ต.กุดสระ มักมีเหตุคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี รูปร่างผอม ผิวดำแดง กระทำอนาจารเด็กหญิงส่วนใหญ่อายุระหว่าง 10 – 14 ปี ด้วยการดักฉุดอุ้มเข้าไปข้างทาง เพื่ออนาจารด้วยการจับหน้าอก แต่ยังไม่ได้ลงมือข่มขืนกระทำชำเรา และล่าสุดคนร้ายก่อเหตุกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 10 ปี ในร้านสะดวกซื้อในตลาดแม่ยุพิน ถ.มิตรภาพอุดร-หนองคาย ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบเป็นบุคคลต้องสงสัยในคดีงัดแงะลักทรัพย์ในพื้นที่
 พ.ต.ท.สิทธิพรกล่าวอีกว่า หลังจากตรวจสอบภาพใบหน้าคนร้ายในกล้องวงจรปิด พบเป็นบุคคลที่เคยต้องโทษในคดีลักทรัพย์เมื่อปี 2555 ในท้องที่ สภ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ก่อนสืบทราบว่าเช่าบ้านอยู่ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ซอยข้างโรงเรียนบ้านโนนยาง ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อเข้าตรวจค้นจับกุมนายปณัยกร ได้พร้อมของกลางจำนวนมากในห้องเช่า ล้วนเป็นของที่ขโมยมาทั้งนั้นมากกว่า 100 รายการ ส่วนใหญ่เป็นเครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ ข้าวสารอาหารแห้ง ที่ได้มาจากร้านขายของชำใน ต.กุดสระ และต.นาข่า

สอบสวนนายปณัยกร ให้การรับสารภาพว่า ตนไม่มีครอบครัวอยู่เป็นโสดมานานแล้ว ก่อนหน้านี้บวชเรียนมาหลายพรรษา เมื่อสึกออกมาก็ไม่มีงานทำ จึงตระเวนลักทรัพย์จนถูกจับได้เมื่อปี 2555 ที่สภ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ติดคุกนาน 1 ปี 6 เดือน พ้นโทษออกมาก็ตระเวนลักทรัพย์อีกในท้องที่จ.บึงกาฬ แล้วหนีไปทำงานก่อสร้างในตัวเมืองหนองคาย ก่อเหตุลักทรัพย์เครื่องคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนค่ายบกหวาน จ.หนองคาย ลักของในโรงเรียนบ้านเม่น จ.อุดรธานี แล้วมาเช่าบ้านอยู่ใน ต.กุดสระ ก่อนจะออกตระเวนงัดแงะช่วงกลางคืน ส่วนเรื่องอนาจารเด็กหญิงก็ยอมรับว่า ทำไปเพราะอารมณ์เปลี่ยว เพื่อมาสำเร็จความใคร่

ที่มา>>>ข่าวสด

วิว-อาร์สยาม แจ้ง ตร.เอาผิดมือมีด เปิดเสื้อโชว์แผล ยันถูกแทงจริง

วิว-ชัชวาล ศิลปินอาร์สยาม ที่ตกเป็นข่าวถูกแทงท้อง 2 แผล ขณะไปเที่ยวผับย่านเลียบด่วนรามอินทรา เข้าแจ้งความสน.โชคชัย ยืนยัน ถูกแทงจริง แผลก็แผลจริง ทีแรกไม่อยากแจ้งความ แต่ผู้ใหญ่บอกให้แจ้ง เพราะเป็นคดีอาญา และเพื่อปกป้องตัวเอง

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 พ.ค. ที่ สน.โชคชัย นายก้องภพ ประมงค์ อายุ 31 ปี หรือ วิว-ชัชวาล อาร์สยาม ศิลปินค่ายเพลงอาร์สยามในเครือ บมจ.อาร์เอส พร้อมด้วย น.ส.มยุรี พันธนาม หรือ ดาว มยุรี นักร้องนักแสดง และนายอนันต์ชัย ชัยเดช ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.อลงกรณ์ ศิริสงคราม รอง ผกก.(สอบสวน) สน.โชคชัย เพื่อแจ้งความดำเนินคดีและให้ติดตามผู้ที่ใช้อาวุธมีดแทงตนเองหลังไปดื่มกินที่ผับแห่งหนึ่ง ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 05.30 น.วันที่ 13 พ.ค.(เช็กวงจรปิด ล่ามือแทง ‘วิว อาร์สยาม’)วิว-อาร์สยาม (คนกลาง)

นายก้องภพ กล่าวว่า วันนี้เดินทางเข้ามาชี้แจงและแจ้งความกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งเราเป็นฝ่ายที่โดนกระทำ จริงๆ แล้วที่มาในวันนี้ไม่ใช่คิดที่จะมาแก้แค้น แต่เข้ามาแจ้งความเพื่อที่จะปกป้องตัวเอง เพื่อความถูกต้องและความปลอดภัยของตัวเอง ซึ่งตนยังต้องทำงาน ร้องเพลงและยังเป็นศิลปินอยู่ ถ้าวันหนึ่งถูกคู่กรณีกลับเข้ามาทำร้ายอีกคงยอมไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ก็ขอฝากถึงสื่อมวลชน ว่าตนเป็นฝ่ายถูกกระทำ โดยในวันเกิดเหตุตนถูกตบหัวก่อน และยังตามมาทำร้ายที่บริเวณด้านนอกของร้านอีก โดยใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่ชายโครงของตน ถึง 2 ครั้งจนล้มลง ส่วนที่ข่าวว่าเป็นแผลปลอม หรือเป็นการสร้างกระแสตรงนี้ต้องขอบอกเลยว่าแผลนั้นเป็นแผลจริงๆ ซึ่งโดนแทงถึง 2 แผล โดยมีพี่ มยุรี และผู้ใหญ่ในวงการเป็นห่วงตั้งแต่วันแรก ซึ่งในเรื่องของคดีตนให้ทนายอนันต์ชัย เป็นผู้ดูแลวิว โชว์บาดแผล

หนุ่มวิว กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุจูงใจที่เกิดขึ้น น่าจะเกิดจากตน และกลุ่มเพื่อน 8-9 คน ได้ไปดื่มกินในงานวันเกิดของเพื่อน ที่ผับย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา ส่วนกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุ นั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้ามกัน ประมาณ 3-4 คน ซึ่งระหว่างที่ดื่มกินอยู่นั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุมีท่าทีโวยวายก่อนจะถูกทางร้านเชิญออกไปข้างนอกเพื่อตักเตือน จากนั้นทางกลุ่มเพื่อนของตนก็ได้เดินไปเต้นบริเวณโต๊ะของกลุ่มผู้ก่อเหตุ เนื่องจากไม่มีคนอยู่แล้วและบริเวณดังกล่าวก็เป็นพื้นที่ที่สามารถเต้นได้ ก่อนที่ฝ่ายกลุ่มผู้ก่อเหตุจะเดินกลับเข้ามาที่เดิมและได้มีท่าทีไม่พอใจกลุ่มเพื่อนของตนที่ไปเต้นในพื้นที่ของพวกเขา จึงเกิดมีปากเสียงกัน และมีการตบหัวตนก่อน ซึ่งตนก็ได้เรียกผู้ที่ตบหัวตนให้เดินออกไปคุยกันบริเวณด้านนอกร้าน ก่อนจะเกิดชุลมุนกันขึ้น ระหว่างนั้นพนักงานของผับได้เข้าห้าม ก่อนที่ตนจะถูกอาวุธมีดแทง 2 ครั้งและล้มลง

“ตอนแรกก็ไม่คิดจะเอาความใดๆ กับผู้ก่อเหตุ แต่ว่าทางผู้ใหญ่ได้แนะนำว่าให้ไปแจ้งความไว้ เพื่อจะได้เป็นรูปคดีขึ้นมา เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นคดีอาญา จึงได้เดินทางเข้ามาแจ้งความเพื่อป้องกันตัวเอง” วิว ชัชวาล กล่าว จากนั้นได้เปิดเสื้อโชว์บาดแผลให้ผู้สื่อข่าวดูด้วย

ทางด้าน พ.ต.ท.อลงกรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนประสานฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุ หากพบผู้กระทำผิด ก็จะนำตัวมาสอบสวนพร้อมทั้งแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ พกพาอาวุธมีดไปในเมือง ทางสาธารณะ ชุมชน โดยไม่มีเหตุอันควร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>Thairath

ตั้งนำจับ 5 หมื่น ชี้เบาะแสคนร้าย ฉกไม้แกะสลัก เจ้าพ่อเกาะเรียน

ตั้งรางวัลนำจับ คนร้ายบุกฉกรูปไม้แกะสลักเจ้าพ่อเกาะเรียน” สมัยกรุงศรีอยุธยา5 หมื่นบาท หลังถูกขโมยไปจากศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่เกาะเรียน จ.พระนครศรีอยุธยา คาดว่าคนร้ายเป็นวัยรุ่นในละแวกใกล้เคียง มีใบสั่งจากนักสะสมวัตถุโบราณ

คืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 พ.ค.59 พ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ นาวัง ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา นายศักราช อัมวงษ์ นายก อบต.เกาะเรียน พร้อมด้วยชาวบ้าน ทหาร กว่า 50 คนร่วมกันประชุมหาทางป้องกันและติดตามหาเจ้าพ่อเกาะเรียน โดยตั้งแถวเรียงเป็นหน้ากระดานเดินค้นหาด้านหลังและรอบๆ ศาลนานกว่า 30 นาทีแต่ไม่พบพ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ นาวัง กล่าวว่า คาดว่าคนร้ายเป็นวัยรุ่นในละแวกใกล้เคียงที่เข้าออกเบื้องต้นต้องป้องกันโดยติดตั้งกล้องวงจรปิด และทำกรอบกระจกครอบองค์เจ้าแม่-เจ้าพ่อเกาะเรียน และที่ผ่านมาศาลเป็นสถานที่เปิดตลอด ต่อไปนี้ต้องทำประตูปิด-เปิดเป็นเวลา ส่วนคนร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข่าวและกระจายกำลังตรวจสอบตามร้านค้าของเก่าและตลาดนัดคาดว่ามีใบสั่งจากนักสะสมวัตถุโบราณด้าน นายศักราช อัมวงษ์ นายก อบต.เกาะเรียน เผยว่า ศาลเจ้าเกาะเรียนแห่งนี้สร้างมานานหลายร้อยปี เดิมภายในศาลมีรูปแกะสลักเป็นไม้อยู่จำนวน 3 รูป คือ 1. “เจ้าแม่เกาะเรียน” หรือ “เจ้าแม่ขันทอง” 2. รูปแกะสลักของ “เจ้าพ่อเกาะเรียน” หรือ “เจ้าพ่อมะขามเฒ่า” และ 3. รูปแกะสลักคล้ายเจ้าแม่กวนอิม ทั้ง 3 องค์ สูงประมาณ 60 ซม. ซึ่งชาวบ้านตำบลเกาะเรียน และชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงต่างนับถือเป็นอย่างมาก คนร้ายได้ลักขโมยรูปเจ้าพ่อเกาะเรียนกับเจ้าแม่กวนอิมไป ทำให้ชาวบ้านเสียใจ ตนจึงมีเงินรางวัลให้กับผู้ที่ชี้เบาะแสคนร้ายจนสามารถนำไปสู่การจับกุมเป็นเงิน 50,000 บาท

ที่มา>>>Thairath

ช็อก! หนุ่มโหดถีบเด็กหญิง2ขวบกระเด็น เพียงแค่ไม่พอใจที่เอื้อมมือมาแตะลูกชายตัวเอง(คลิป)

เว็บไซต์เดลีเมล์เผยคลิปสุดช็อก จากกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองหยุนฟู มณฑลกวางตุ้งของจีน ที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ ขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นคุณพ่อรายหนึ่งพาลูกชายวัยเตาะแตะมาเดินซื้อของให้ห้าง และมีเด็กหญิงวัย 2 ขวบสวมเสื้อสีเขียวเดินผ่านมาเห็นแล้วอยากเล่นด้วยเอื้อมมือไปแตะหนูน้อย แต่กลับถูกคุณพ่อรายนี้ถีบสวนที่หน้าอกอย่างแรงจนเด็กหญิงปลิวกระเด็นร่วงไปบนพื้น ขณะที่แม่ของเด็กหญิงผู้เคราะห์ร้าย เผยว่าลูกสาวตนแค่ต้องการเข้าไปกอดเล่นกับเด็กชายตัวน้อยเท่านั้น แต่กลับโดนถีบอย่างไร้ความปราณี และพ่อโหดรายนี้ก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

งามหน้า! คลิปชายฉกรรจ์ รุมทำร้ายครอบครัวชาวอังกฤษ ที่หัวหิน จับแล้ว 3 เหลืออีก 1

เดินชนกันเป็นเหตุ! ครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ถูกทำร้ายสลบเหมือดกลางซอย หลังมีเรื่องกับกลุ่มชายฉกรรจ์ขณะมึนเมา ในวันสงกรานต์ที่หัวหิน จับได้แล้ว 3 ยังหลบหนีอีก 1 ตำรวจออกหมายจับแล้ว…

วานนี้ (27 เม.ย.) มีรายงานว่าเฟซบุ๊ก Seangprajuab Newspaper ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เผยคลิปจากกล้องวงจรปิดของเทศบาลเมืองหัวหิน ที่ถูกบันทึกไว้ช่วงกลางดึกเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 13 เมษายน บริเวณปากซอยบิณฑบาต หน้าวัดหัวหิน ขณะนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 3 คนซึ่งเป็นพ่อแม่ลูก ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ทำร้ายบาดเจ็บสาหัส หลังมีเหตุกระทบกระทั่งจากการเดินชนกันขณะร่วมงานสงกรานต์ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ขณะเดียวกันคลิปดังกล่าวได้ถูกสื่อต่างชาติหลายแห่ง อาทิ เทเลกราฟ เดอะมิเรอร์ เดลี่เมล์ นำไปตีแผ่ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึงสนั่นโซเชียล

ล่าสุด พ.ต.อ.ไชยกร ศรีหล้าเดโช ผกก.สภ.หัวหิน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับผู้ก่อเหตุได้แล้ว 3 ราย คือ นายสุภัทรา ใบทอง อายุ 32 ปี นายยิ่งใหญ่ แสงคำอินทร์ อายุ 32 ปี นายศิวะ นกศรี อายุ 20 ปี โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าลงมือจริง สาเหตุเกิดจากการเดินชนกันและมีอาการมึนเมา ขณะที่ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุหลบหนีอีก 1 ราย ซึ่งขณะนี้รู้ชื่อสกุลและออกหมายจับแล้ว

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาผู้ก่อเหตุทั้ง 3 ราย ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ขณะเดียวกันเตรียมนัดสืบพยานล่วงหน้าในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ ก่อนที่นักท่องเที่ยวสามีภรรยาชาวอังกฤษจะบินกลับประเทศ ส่วนลูกชายขณะนี้ได้บินกลับประเทศล่วงหน้าไปแล้ว.

ที่มา>>>Thairath