สาวโพสต์ภาพโดนคนร้ายพยายามขืนใจแถวม.กรุงเทพ ชาวเน็ตจับผิดเป็นรูปเก่า!?

กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันกระหึ่มโลกออนไลน์ เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งได้ทวีตในในทวิตเตอร์ของตัวเองว่าโดนคนร้ายพยายามขืนใจบริเวณห้องพักในซอยรังสิตภิรมย์ ย่านมหาวิทยาลัยกรุงเทพรังสิต โดยหญิงสาวรายนี้ได้โพสต์เมื่อคืนวันที่ 5 ต.ค.ว่า “วันนี้ 17.00 น. เราโดน ผช พยายามข่มขืนแถวม.กรุงเทพรังสิตภิรมย์ ใครอยู่แถวนั้นระวังตัวด้วยนะคะ อันตรายมาก”s__44105797ต่อมามีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ทั้งให้กำลังใจและปลอบใจที่รอดพ้นเงื้อมือคนร้ายมาได้ ซึ่งต่อมาผู้หญิงคนดังกล่าวได้โพสต์ภาพรอยฟกช้ำที่ขาทั้ง 2 ข้างแล้วระบุว่า “ปลอดภัยค่ะ แจ้งความแล้วคะ”s__44105798อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ภาพรอยฟกช้ำที่ขาแพร่ไปในโลกออนไลน์ ปรากฏว่ามีคนเข้ามาแสดงความเห็นว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพเก่าที่มีคนเคยโพสต์ในกระทู้ after school ในพันทิปเมื่อปี 2556 เป็นภาพที่เสิร์ชหาได้ทางกูเกิ้ล จนเกิดกระแสวิจารณ์กันอย่างหนักหน่วง และเรียกร้องให้หญิงสาวรายนี้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่าเป็นการสร้างกระแสหรือไม่s__44105802ขณะที่มีหลายคนเชื่อว่าน่าจะเกิดเรื่องจริง แต่ผู้เสียหายไม่กล้าใช้รูปจริงมาโพสต์ จึงใช้รูปในอินเตอร์เน็ตมาแปะแทน และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้กระจ่าง เนื่องจากผู้เสียหายระบุว่าได้แจ้งความไว้แล้วs__44105799

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.ล่าตัวโจ๋โหดไล่ฟันอริ แต่หญิงสาวเข้าห้ามเลยโดนฟันแขนเลือดอาบ(คลิป)

คลิปนี้กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เพราะคนร้ายใช้มือฟันหญิงสาวคนหนึ่งจนเลือดอาบ โดยคลิปเผยแพร่โดย ติดตาม จราจร หัวโปก ระบุว่า “โดนฟันผิดตัวผู้หญิงเอาแขนรับแทนแฟน คนฟันนึกว่าเป็นอริเด็กมีนโปรเลยฟัน พอรู้ว่าฟันผิดตัวเลยบอกว่าขอโทษ เหตุเกิดแถวมีนบุรี @นุ เองคร๊าฟคนเดิม”

อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าว ข่าวสดออนไลน์ได้สอบถามไปทาง พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สน.มีนบุรี ถึงกรณีที่มีคลิปแพร่ในโซเซียลหญิงสาววัยรุ่นถูกคนร้ายใช้มีดฟันเลือดสาดหน้าร้านสะดวกซื้อย่านมีนุบรี

โดยพ.ต.อ.ถนัดกล่าวว่า หญิงสาวที่บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบถูกคนเมาทำร้ายผู้เสียหายมากับแฟนที่เป็นคนขับรถจยย. ซึ่งคนเมาจะเข้าทำร้ายแฟนที่ไม่ชอบหน้ากัน ฝ่ายหญิงสาวเข้าห้ามเลยถูกมีดฟันบาดเจ็บ ตั้งแต่เช้ามีนักข่าวสอบถามแยอะ เห็นเรื่องเกิดท้องที่มีนบุรี มองเป็นเรื่องอาชีวะทำร้ายกัน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องทะเลาะทำร้ายกันปกติ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องสถานบันแต่อย่างใด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามตัวอยู่คนเมาที่เกิดเหตุอยู่เป็นวัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปี

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบแก๊งขนกัญชาอัดแท่ง คนร้ายทิ้งรถวิ่งหนีตร.ตามล็อกตัว 4 ผู้ต้องหาของกลาง 303 แท่ง

 เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.เรวัช กลื่นเกษร ผบช.ปส. นายณรงค์ รัตนานุกุล เลขาธิการปปส. นายสิทธิศักดิ์ กัลป์ยาณประดิษฐ์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจบช.ปส. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายนายฤทธี ทันสมัย อายุ 39 ปี นายอนุชา เสลาหลัก อายุ 37 ปี น.ส.กัญญ์วรา ลือโสภณ อายุ 22 ปี และน.ส.ชัญญา ลือโสภณ อายุ 19 ปี พร้อมของกัญชาอัดแท่ง 303 แท่ง รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน ณว 4863 กรุงเทพมหานคร รถยนต์ ยี่ห้อเชฟโรเลต ทะเบียน 4กท 6504 กรุงเทพมหานคร และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 7 เครื่อง โดยกล่าวหาว่าร่วมกันมียาเสพติดประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ทั้งนี้ จากการสืบทราบว่า จะมีการลำเลียงกัญชาจากการประเทศเพื่อนบ้านผ่านมาทางจ.บึงกาฬ ส่งต่อมายังภาคกลางเพื่อรอลำเลียงส่งออกให้กับลูกค้าอีกทอด ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเฝ้าจับตารถต้องสงสัยกระทั่งพบรถยนต์ เชฟโรเลต ทะเบียน4 กท 6504 กรุงเทพมหานคร วิ่งนำรถกระบะ ทะเบียน ณว 4863 กรุงเทพมหานคร บริเวณถนนเทศบาลปากช่อง จ.นครราชสีมา จึงขับรถไล่ตามก่อนที่คนร้ายจะขับรถหลบหนีไปชนเกาะกลางถนน บริเวณถนนปากช่อง-ลำนารายณ์ และทิ้งรถวิ่งหลบหนี ก่อนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวไว้ได้ ตรวจค้นในรถพบของกลางกัญชาอัดแท่งซุกซ่อนอยู่ สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนกัญชามาจากประเทศเพื่อนบ้านก่อนจะนำของไปพักไว้ที่จ.ราชบุรี เพื่อเตรียมรอส่งลูกค้า โดยได้ค้าจ้างในการขนเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท เพิ่งทำเป็นครั้งแรก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลจับกุมกลุ่มเครือข่ายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มใหญ่ แต่งชุด รปภ.ถูกไล่ ฟัน-ตี ตายคาทุ่งนา อ.แม่สาย

พบหนุ่มใหญ่แต่งชุด รปภ.ถูกไล่ ฟัน-ตี ตายคาทุ่งนา อ.แม่สาย เชียงราย คนร้าย ยังชิง จยย.ผู้ตายหลบหนีลอยนวล ตร. คาด 2 ฝ่าย ตกลงบางเรื่องกันไม่ได้

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.59 พ.ต.ท.เอกชัย เพียงใจวงศ์ สว.(สอบสวน) สภ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้รับแจ้งพบศพถูกทำร้ายร่างกายที่บริเวณทุ่งนา หมู่ 5 บ.ด้าย ต.บ้านด้าย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมรุดไปที่เกิดเหตุ ห่างหมู่บ้านบ้านด้าย 1 กม.พบศพชายไม่ทราบชื่อที่อยู่ ไม่มีหลักฐานในตัว อายุประมาณ 40-45 ปี สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ ปักตัวภาษาอังกฤษ SECURITY ที่หน้าซ้าย ใส่กางเกงสีน้ำตาล มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่แขนซ้ายกระดูกหัก บริเวณปากด้านซ้ายถูกตีกรามหัก และคอหัก ตามลำตัวแขนขาถูกตีมีรอยฟกช้ำทั้งตัว ที่ฝ่ามือขวามีรอยถูกมีดบาดมือยาว ตามลำตัวมีรอยสักเต็มตัว ตายมาแล้วกว่า 8 ชั่วโมง ห่างที่เกิดเหตุ 500 เมตร บนถนนสายบ้าน-สันปูเลย พบรอยเบรกของรถจักรยานยนต์และมีดยาวประมาณ 12 นิ้วเปื้อนเลือดตกอยู่จนท.ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพถูกทำร้ายร่างกายที่บริเวณทุ่งนา หมู่ 5 บ.ด้าย ต.บ้านด้าย

จากการสอบสวน นายพิภพ น้อยหมอ ชาวบ้านที่มาพบศพคนแรกให้การว่า เมื่อคืนเวลา 22.00 น. ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันบริเวณดังกล่าว ในขณะฝนตกพรำๆ จึงไม่สนใจ ต่อมารุ่งเช้าขณะกำลังจะเดินไปดูน้ำที่นาปลูกข้าว ก็พบศพคนตาย จึงแจ้งตำรวจ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนตายอาจจะเป็น รปภ. ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์นัดกับคนร้ายอย่างต่ำ 2 คน มาเจรจากันบางอย่างบนถนนที่พบมีดของกลาง จากนั้นได้เกิดปากเสียงทะเลาะกัน และคนร้ายทั้ง 2 คน ถือมีดกับไม้เข้ารุมตีและฟันผู้ตาย ทำให้เกิดการต่อสู้ คนตายใช้แขนรับไม้ จนแขนซ้ายกระดูกหัก และมือขวาแย่งมีดจนบาดมือได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้หนีลงทุ่งนา แต่คนร้ายก็ได้ตามไปใช้ไม้กระหน่ำตีทั้งตัวและถูกกรามข้างซ้ายอย่างแรง ทำให้กระดูกคอหัก ตายคาที่ ก่อนหลบหนีคนร้ายได้ชิงรถจักรยานยนต์คนตายไปด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามหาญาติผู้ตายและติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ตั้งนำจับ 5 หมื่น ชี้เบาะแสคนร้าย ฉกไม้แกะสลัก เจ้าพ่อเกาะเรียน

ตั้งรางวัลนำจับ คนร้ายบุกฉกรูปไม้แกะสลักเจ้าพ่อเกาะเรียน” สมัยกรุงศรีอยุธยา5 หมื่นบาท หลังถูกขโมยไปจากศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่เกาะเรียน จ.พระนครศรีอยุธยา คาดว่าคนร้ายเป็นวัยรุ่นในละแวกใกล้เคียง มีใบสั่งจากนักสะสมวัตถุโบราณ

คืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 พ.ค.59 พ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ นาวัง ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา นายศักราช อัมวงษ์ นายก อบต.เกาะเรียน พร้อมด้วยชาวบ้าน ทหาร กว่า 50 คนร่วมกันประชุมหาทางป้องกันและติดตามหาเจ้าพ่อเกาะเรียน โดยตั้งแถวเรียงเป็นหน้ากระดานเดินค้นหาด้านหลังและรอบๆ ศาลนานกว่า 30 นาทีแต่ไม่พบพ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ นาวัง กล่าวว่า คาดว่าคนร้ายเป็นวัยรุ่นในละแวกใกล้เคียงที่เข้าออกเบื้องต้นต้องป้องกันโดยติดตั้งกล้องวงจรปิด และทำกรอบกระจกครอบองค์เจ้าแม่-เจ้าพ่อเกาะเรียน และที่ผ่านมาศาลเป็นสถานที่เปิดตลอด ต่อไปนี้ต้องทำประตูปิด-เปิดเป็นเวลา ส่วนคนร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข่าวและกระจายกำลังตรวจสอบตามร้านค้าของเก่าและตลาดนัดคาดว่ามีใบสั่งจากนักสะสมวัตถุโบราณด้าน นายศักราช อัมวงษ์ นายก อบต.เกาะเรียน เผยว่า ศาลเจ้าเกาะเรียนแห่งนี้สร้างมานานหลายร้อยปี เดิมภายในศาลมีรูปแกะสลักเป็นไม้อยู่จำนวน 3 รูป คือ 1. “เจ้าแม่เกาะเรียน” หรือ “เจ้าแม่ขันทอง” 2. รูปแกะสลักของ “เจ้าพ่อเกาะเรียน” หรือ “เจ้าพ่อมะขามเฒ่า” และ 3. รูปแกะสลักคล้ายเจ้าแม่กวนอิม ทั้ง 3 องค์ สูงประมาณ 60 ซม. ซึ่งชาวบ้านตำบลเกาะเรียน และชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงต่างนับถือเป็นอย่างมาก คนร้ายได้ลักขโมยรูปเจ้าพ่อเกาะเรียนกับเจ้าแม่กวนอิมไป ทำให้ชาวบ้านเสียใจ ตนจึงมีเงินรางวัลให้กับผู้ที่ชี้เบาะแสคนร้ายจนสามารถนำไปสู่การจับกุมเป็นเงิน 50,000 บาท

ที่มา>>>Thairath