แม่เด็กชายน้ำร้อนลวกอัณฑะ เข้าแจ้งความ สงสัยอดีตสามี ด.ช.ยังผวาหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา น.ส.ปาริตา ใจอารีย์ อายุ 28 ปี แม่ของเด็กชายธนากร นิ่มมา หรือน้องแชมป์ อายุ 5 ขวบ ที่ถูกน้ำร้อนลวกจากหน้าท้องถึงอวัยวะเพศ จนอัณฑะบวม นอนเจ็บปวดอยู่บนเตียงที่โรงพยาบาลปทุมธานี ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ประพันธ์ เรืองสุวรรณ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนหาความจริงเอาผิดกรณีที่ลูกชายถูกกระทำทารุณในครั้งนี้ ทั้งนี้ เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนอดีตสามีซึ่งไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของน้องแชมป์ ได้มาขอลูกชายของตนไปเลี้ยงดู ตนเองเห็นว่าทั้งสองมีความสนิทคุ้นเคยกันจึงอนุญาตให้ไปอยู่ด้วยกัน แต่ไม่ทราบว่ากลายเป็นว่าลูกชายถูกทำร้ายและถูกน้ำร้อนลวกได้อย่างไร

ด้าน ร.ต.อ.ประพันธ์ เรืองสุวรรณ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ธัญบุรี กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้เรียกแม่เลี้ยงและพ่อเลี้ยงของเด็กมาสอบปากคำซึ่งทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธอยู่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็ได้เชิญพยาน 2 คนที่อยู่ใกล้เคียงมาสอบปากคำไว้เป็นหลักฐาน แต่เนื่องจากเด็กถูกทำร้ายอาการหนักมากเกินไปและมีอาการหวาดผวาอยู่ตลอด ต้องรอให้อาการของเด็กดีขึ้น ซึ่งก็อยู่ในความดูและของแพทย์ และพัฒนาสังคมจังหวัดปทุมธานีเป็นอย่างดี โดยจะให้ทีมสหวิชาชีพ แพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคม อัยการ ตำรวจ ครู สอบปากคำเด็กอีกครั้งเพื่อความละเอียดและครอบคลุมทุกประเด็นในผลของคดี และจะออกหมายเรียกแม่เลี้ยงและพ่อเลี้ยงของเด็กมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

วิจารณ์แซ่ด! มือดีถ่ายภาพเจ้าหน้าที่สวมเครื่องแบบนั่งร้านอาหาร ขวดเหล้าวางหรากลางโต๊ะ

เป็นที่ฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง เมื่อเพจ “สนับสนุนปฏิรูปตำรวจ” ได้นำภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งที่ใส่เครื่องแบบ อยู่บริเวณร้านอาหารและบนโต๊ะมีขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วางอยู่ แต่ไม่ได้เห็นว่านายตำรวจท่านนี้กำลังดื่มหรือไม่ แต่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่มีหลักฐานเพียงพอว่า เป็นการดื่มระหว่างปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ รวมทั้ง วิพากษ์วิจารณ์ว่าอย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ในเครื่องแบบก็ไม่ควรนั่งร้านอาหารในลักษณะดังกล่าว15267587_1745956509058615_1153953259838762049_n

ที่มา>>>ข่าวสด

ล่าระทึก!! หนุ่มซิ่งปิกอัพหนี ตร. 4 อำเภอ ชนรถชาวบ้านพัง 7 คัน

วันที่ 11 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แสนภูดาษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับการประสานให้ช่วยสกัดจับกุมคนร้าย หลังขับรถแหกด่านตรวจแล้วทิ้งรถหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวด้านหลังอาคารพาณิชย์ หมู่ 1  ต.คลองประเวศ  อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา จากนั้นจึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพร้อมปิดล้อมพื้นที่อยู่นาน 30 นาที กระทั่งพบนายศราวุฒิ จันทรศร อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 52 หมู่ 11 ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หลบอยู่ในคูน้ำด้านหลังอาคาร ในสภาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีขาว จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายศราวุฒิ ได้รับรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฒก 8237 กรุงเทพมหานคร หลบหนีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา แล้วมุ่งหน้าไปทาง อ.บางคล้า เจ้าหน้าที่ก็ได้ไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด กระทั่งนายศราวุฒิ วนรถกลับมาทาง อ.เมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งระหว่างทางหลบหนีก็ได้ชนรถของชาวบ้านพังเสียหายไปถึง 5 คัน จากนั้นขับหนีมาทางถนนสิริโสธร มุ่งหน้าเข้า อ.บางปะกง แต่พอตำรวจไล่ล่ากระชั้นชิดก็เลี้ยวฝ่าไฟแดงเข้าแยกประเวศ แล้วไปชนรถของชาวบ้านในบริเวณตลาดที่จอดอยู่อีก 2 คัน พอเห็นจวนตัวว่าขับต่อไปไม่ได้ นายศราวุฒิ จึงทิ้งรถวิ่งหลบหนีไปทางด้านหลังของอาคารพาณิชย์ กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าวจากการสอบสวนนายศราวุฒิ ให้การโดยอ้างว่าที่หลบหนีก็เพราะเพิ่งจะเสพยาบ้ามา พอเห็นตำรวจเรียกเลยเกิดความกลัว จึงตัดสินใจขับรถหลบหนีโดยไม่คิดว่าตำรวจจะขับรถไล่ล่าอย่างไม่ลดละ กระทั่งเห็นว่าหนีไม่พ้นจึงต้องทิ้งรถหลบหนี เบื้องต้นจากการตวรจค้นรถก็ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบปากคำอย่างละเอียด ในขณะเดียวกันผู้เสียหายที่ถูกนายศราวุฒิ ขับรถชนก็ได้ทยอยเดินทางกันมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา อย่างต่อเนื่อง

ที่มา>>>ข่าวสด

วางได้ ก็ยกได้! ตร.สำราญราษฎร์ ใช้ไม้เด็ดจัดการคนวางสิ่งของกั๊กที่จอดรถ

ทำจริง ทำทุกวัน! ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ เก็บเรียบสิ่งของนานาชนิดๆ หลังพบประชาชนนำมาวางกั๊กที่จอดรถหน้าบ้าน เผย หากผู้ใดติดต่อขอรับคืน มีโทษปรับ 500 บาท ฐานตั้งวางสิ่งกีดขวางบนถนน…

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจ Thailand Police Story ได้อัพโหลดภาพขณะตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ กำลังยกสิ่งของนานาชนิด ขึ้นรถจักรยานยนต์สายตรวจ อาทิ เก้าอี้พลาสติก ถังน้ำพลาสติก ชิ้นส่วนกันชนหน้ารถยนต์ บนถนนสายหนึ่ง โดยระบุข้อความว่า “แด่คนชอบกั๊ก” ทำให้ชาวเน็ตพากันชื่นชมเป็นจำนวนมาก13221495_957236734374577_7429706176564951418_nสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ ได้ติดต่อสอบถามไปยัง พ.ต.ท.สมเกษม จารักษ์ รองผกก.จร. สน.สำราญราษฎร์ ได้รับการเปิดเผยว่า จากภาพดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการกวดขันมานานเป็นปีแล้ว เนื่องจากพื้นที่ที่รับผิดชอบอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน โดยแต่ละวันจะใช้รถซาเล้ง ตุ๊กตุ๊ก กระบะ รวมทั้งจักรยานยนต์ ไปเก็บสิ่งของที่ถูกวางกีดขวางการจราจร บนถนนสายต่างๆ สำหรับสิ่งของที่เก็บได้ในแต่ละวันมีสารพัดชนิด ทั้งกระป๋องสี เสาที่ทำขึ้นเอง และสิ่งของที่ปรากฎตามภาพ ขณะที่เสียงตอบรับจากประชาชนพบว่าค่อนข้างดีวางแบบนี้ เสร็จคุณตำรวจ

ใครมารับคืน จ่ายค่าปรับกันด้วย

“ก่อนเก็บเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามชาวบ้านในละแวกดังกล่าวแล้ว แต่ส่วนใหญ่ไม่ยอมรับว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สิน จึงไม่สามารถดำเนินการจับปรับได้ แต่หากมีผู้ติดต่อขอรับทรัพย์สินคืน จะถูกจับปรับข้อหา ตั้งวางสิ่งกีดขวางบนถนน มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 500 บาท” พ.ต.ท.สมเกษม กล่าวทิ้งท้าย.

ขอบคุณภาพ : งานจราจร สน.สำราญราษฎร์

ที่มา>>>Thairath

ตร.ต้องสงสัยเอี่ยวคดีสาวเงินกู้อยู่คุก เร่งสอบเผานั่งยาง 15 จุดป่าอุดรฯ

รอง ผบ.ตร. จ่อลงพื้นที่ป่าบ้านคำบอนเวียงชัย ที่พบกระดูก 15 จุด เพื่อตรวสอบข้อเท็จจริงในวันจันทร์นี้ ขณะที่ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 สั่ง พฐ. ตรวจยืนยัน กระดูกที่พบเป็นของมนุษย์ ทั้งหมดหรือไม่ ด้าน ผู้การฯ อุดรธานี เผย ตร.ต้องสงสัย อุ้มเผานั่งยางเจ้าแม่เงินกู้ ขณะนี้อยู่ในคุก เร่งสืบหามีความเชื่อมโยง …

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 59 พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณสุสานเผานั่งยาง 15 จุด ในป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับ บ้านคำบอนเวียงชัย หมู่ 3 ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี พร้อมกับเรียกประชุมชุดสืบสวน ภ.4 และสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี สืบสวน สภ.บ้านผือ ออกสืบสวนสอบสวนหาข่าวถึงความเป็นมาของพื้นที่

นายสมร วงเวียน อายุ 65 ปี นายก อบต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อปี 2516 -2517 มีชาวบ้านมาเล่าให้ฟังว่ามีการเผานั่งยางข้างถนนและในป่าหลายศพ แต่ไม่เคยเข้าไปดูเพราะกลัว ขณะที่ นายสุจริต อาณารักษ์ อายุ 38 ปี กำนันตำบลหนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า บริเวณดังกล่าวเป็นป่าสาธารณะที่ทุกคนได้ยินคำเล่าลือว่าเป็นที่เผาศพ ซึ่งคนหาของป่า เก็บเห็ด ออกมาเล่าว่าพบซากศพ โดยเล่าต่อกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ล่าสุดเมื่อปี 2557 มีคดีเผานั่งยาง แต่ไม่ได้เข้าไปดู ส่วนมากไม่ใช่คนในละแวกนี้ที่หายไป ไม่รู้ว่ามาจากไหนและใครเป็นคนนำมาเผานั่งยาง เพราะไม่เคยเห็นกับตา แต่ช่วงเวลาประมาณ 02.00-03.00 น. จะเอาคนมาเผานั่งยาง หรือบางครั้งจะได้ยินเสียงปืน รุ่งเช้าเมื่อชาวบ้านไปหาของป่าก็พบร่องรอยเถ้าถ่านยังติดไฟอยู่พล.ต.ต.พีระพงศ์ เปิดเผยแนวทางการสืบสวนว่า เนื่องจากมีชาวบ้านมาพร้อมกับสื่อมวลชนมาร้องทุกข์ว่า ญาติถูกข้าราชการตำรวจกลุ่มหนึ่งอุ้มเผานั่งยาง และยังไม่ได้ตัวผู้กระทำผิด ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าตำรวจนายนี้มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงมาปรึกษาหารือถึงแนวทางว่าจะทำอย่างไรที่จะให้ความยุติธรรมกับชาวบ้าน ซึ่งเมื่อปี 2557 บริเวณดังกล่าวเป็นป่ารก แต่หลังจากเกิดไฟไหม้ป่าก็มองเห็นจุดเผานั่งยาง 15 จุด จึงต้องมาตรวจพิสูจน์ 8 จุด ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นจุดเผา และแพทย์ รพ.บ้านผือ ระบุว่าเป็นเศษกระดูกมนุษย์ จึงต้องมีการพิสูจน์ตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ที่แน่นอนว่าใช่หรือไม่ต่อไปผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยอีกว่า หลังจากปี 2557 ไม่น่าจะมีการกระทำความผิดตรงนี้ เพราะบางจุดต้นไม้โตแล้ว มีจอมปลวกขึ้น น่าจะเป็นจุดที่เกิดขึ้นก่อนปี 2557 และอยากฝากประชาชนที่คิดว่าญาติพี่น้องของตัวเองโดนกระทำมิดีมิร้ายที่จุดนี้ สามารถให้ข้อมูลได้ที่ตำรวจ ภ.จว.อุดรธานี ซึ่งได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเป็นพิเศษ ส่วนจะมีการเชื่อมโยงกับคดีใดอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายอยู่แล้ว ซึ่งทางตำรวจมีข้อมูลอยู่บ้าง และรอประชาชนให้ข้อมูลเพิ่มเติม

“ส่วนคดีอุ้มเผา นางบังอร เจ้าแม่เงินกู้ การสืบสวนคดีเดิมเข้าใกล้ตัวคนร้าย แต่ขาดพยานหลักฐานที่จะมาเชื่อมกัน ตอนนี้คนร้ายที่ต้องสงสัยก็ถูกจับในคดียิง น.ส.วารุณี ชัยรินทร์ อายุ 40 ปี หัวหน้าส่วนการคลัง อบต.จำปาโมง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เสียชีวิต เมื่อ พ.ย. 2554 (มือปืนบุกยิงสาวใหญ่ หน.คลังอบต. ดับหน้าบ้านพัก) ตอนนี้อยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดอุดรธานี ศาลพิพากษาประหารชีวิต ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งเกี่ยวพันในคดีนี้หรือไม่ ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาว่า จะทำความผิดเรื่องนั้น แล้วมาทำความผิดเรื่องนี้ แต่ยังอยู่ในแฟ้มสืบสวนที่เราต้องสืบสวนว่าใช่หรือไม่” ผบก.ภ.จว.อุดรธานี กล่าว

ขณะที่ พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวถึงความคืบหน้าการพบกระดูก 15 จุด ภายในพื้นที่ป่าบ้านคำบอนเวียงชัย ว่า ได้สั่งการให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภูธรภาค 4 ตรวจสอบกระดูกที่พบว่าเป็นของมนุษย์หรือไม่ หรือเป็นของบุคคลใด ซึ่งคาดว่าจะได้ความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ แต่หนึ่งในจุดที่พบยืนยันว่า เป็นของนางบังอร ทองอ่อน นักธุรกิจปล่อยเงินกู้ในจังหวัดอุดรธานี ที่ญาติแจ้งหายไว้เมื่อปี 2557 แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นการฆาตกรรมจากที่อื่น แล้วนำศพมาเผาอำพรางที่นี่หรือไม่

ขณะที่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า เตรียมลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันที่ 25 เมษายนนี้ ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และจะมีข้าราชการตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนี้ด้วยหรือไม่ หากพบมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ก็จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ยังคงต้องรอผลการตรวจสอบจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานก่อน

ที่มา>>>Thairath