หว่างกสิกรรม’ ถอดใจ! วิกฤติแล้ง ย้ายแหล่งปลูกกล้วยหอมกว่า 700 ไร่

นายทุนสวนกล้วยจีน 700 ไร่ ที่เชียงราย ถอดใจเจอแล้ง ย้ายแหล่งปลูก นอภ.พญาเม็งราย รอผลตรวจสารพิษในดิน และน้ำ หากพบมีสารพิษ เตรียมตรวจเลือดคนงานอีกรอบ ยังไม่ชัดพื้นที่ดังกล่าว เข้าข่าย พรบ.ห้าม,เช่าที่หรือไม่ รอสอบ…

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 59 นายถาวร วงศ์ชัย เกษตรอำเภอขุนตาล จ.เชียงราย กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับแจ้งว่าตามที่บริษัท หว่างกสิกรรม จำกัด ของจีน เช่าพื้นที่ปลูกกล้วยหอมกว่า 700 ไร่ ในเขต บ้านป่าตาล หมู่ 3 ต.ป่าตาล อ.ขุนตาล ได้ประกาศถอนตัวจากโครงการปลูกกล้วยแล้ว ขายต้นกล้าที่เพาะจากเนื้อเยื่อหลังจากได้ลงทุนไปกว่า 4 ล้านบาท ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ซึ่งชาวบ้านที่ดูแลไปจัดการบริหารการปลูกเองตามธรรมชาติ เป็นการรดน้ำโดยไม่มีการพลิกแปลง ระบบน้ำหยด หรือการใช้รางในการเก็บผลผลิต การค้ำยันต้นกล้วยด้วยราวเหล็ก หรือการสร้างโรงบรรจุ เพราะต้นทุนสูงนายถาวร กล่าวว่า การใช้กล้าพันธุ์กล้วยที่เพาะจากเนื้อเยื่อแบบคนจีนแต่ดูแลแปลงแบบชาวบ้านเป็นเรื่องดีที่จะได้เห็นความแตกต่างของกล้วยหอมว่าจะเป็นอย่างไร ขณะเดียวกัน กลุ่มเกษตรที่ดูแลแปลงก็หาผู้จะมาลงทุนไปด้วยเช่นกัน ซึ่งได้รายงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว อย่างไรก็ตาม ในเรื่องแปลงกล้วยหอมมีส่วนเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน มีการประชุมหารือ ซึ่งเกษตรลุ่มน้ำอิงที่จะต้องร่วมมือกันหลายฝ่ายในการแก้ปัญหาและการส่งเสริมหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องเกษตรครบวงจรหรือเกษตรแปลงใหญ่ที่จะรวมกลุ่มชาวบ้านส่วนนายภูเบศร์ จูละยานนท์ นายอำเภอพญาเม็งราย กล่าวว่า จากการตรวจสารพิษในเลือดคนงานสวนกล้วยจีน 2,700 ไร่ของบริษัท หงต๋าอินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยอ.พญาเม็งราย รอบแรก 43 คน พบปกติ 6 คน ระดับปลอดภัย 14 คน มีความเสี่ยง 10 คน ผิดปกติ 14 คน แต่ไม่สามารถระบุว่ามาจากการสวนกล้วยหรือไม่นั้น ขณะนี้กำลังรอผลการตรวจดินและน้ำจากเกษตร ที่เก็บเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 59 หากปรากฏมีสารพิษ จะนำเจ้าหน้าที่ อ.พญาเม็งราย เข้าไปตรวจเลือดคนงานทั้งหมดกว่า 100 คนอีกครั้ง

ส่วนนายเมือง ชัดชรัตน์ กำนัน ต.เม็งราย อ.พญาเม็งราย กล่าวว่า พื้นที่ที่จีนเช่าปลูกสวนกล้วย จะเข้าข่าย พ.ร.บ.ห้ามคนต่างด้าวเช่าที่ทำการเกษตรหรือไม่ อย่างไร ต้องตรวจสอบอีกครั้ง

ที่มา>>>Thairath