ยูเอ็นแถลงปี 2559 เป็นปีที่มีอากาศร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์

01

สหประชาชาติแถลง คาดว่า ปี 2559 จะเป็นปีที่มีอากาศร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยเตือนว่าจะส่งผลกระทบมากขึ้นหากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาโลกร้อน

รายงานขององค์กรอุตุนิยมวิทยาโลกแห่งสหประชาชาติ เมื่อวานนี้ ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยในปีนี้เพิ่มขึ้นอีก 1.2 องศาเซลเซียสจากในช่วงยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งเท่ากับ 16 ใน 17 ปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์อยู่ในศตวรรษนี้ รายงานของยูเอ็นระบุว่าสถิติใหม่เท่ากับโลกใกล้มีอุณหภูมิสูงขึ้น 2 องศาแล้ว ซึ่งหมายถึงแต่ละปีที่เพิ่มขึ้น ก็จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นตามไปด้วย เช่นในปี 2558 ที่ว่าอุณหภูมิสูงมากแล้ว ปี 2559 ยิ่งสูงกว่า

โดยยูเอ็นระบุว่า สภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงทั้งทางบกและทางน้ำ ยิ่งทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นไปอีกในปีนี้ เช่น เฮอริเคนแมทธิวกระหน่ำเฮติ อุทกภัยในจีน คลื่นความร้อนหลายแห่ง ไฟป่าครั้งรุนแรงเป็นประวัติการณ์ของแคนาดา และภัยแล้งรุนแรงในประเทศต่างๆ

ที่มา>>>Workpoint Entertainment

ร้อนมหาประลัย! อินเดียออกคำสั่งเฉียบ ถึงขนาดห้ามทำอาหารช่วงกลางวัน

อินเดียประสบภัยแล้งรุนแรงหนัก ถึงขั้นทางการรัฐพิหารออกคำสั่งเฉียบ ห้ามประชาชนทำอาหารตั้งแต่เช้าจรดเย็น ป้องกันไม่ให้เกิดไฟไหม้ซ้ำซาก หลังจากสภาพอากาศร้อนจัดและภัยแล้ง ทำให้เกิดไฟไหม้คร่าชีวิตชาวบ้านไปแล้วเกือบ 80 ราย จากจำนวนชาวอินเดียที่เสียชีวิตจากอากาศร้อนจัดกว่า 300 ราย

เมื่อวันที่ 30 เม.ย.59 สื่อต่างประเทศรายงานสถานการณ์ภัยแล้งและอากาศร้อนจัด จากอิทธิพลคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมเอเชีย ถึงกับทำให้ทางการรัฐพิหาร ทางภาคตะวันออกของประเทศอินเดีย ออกคำสั่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ด้วยการสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนในรัฐทำอาหารในช่วงเวลาเช้าจรดเย็น ตั้งแต่ 09.00-18.00 น. โดยให้ปรุงอาหารในช่วงกลางคืนแทน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจากไฟไหม้ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งจัด หลังจากเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ได้เกิดไฟไหม้ในรัฐพิหารหลายครั้ง คร่าชีวิตชาวบ้านไปแล้วถึง 79 ราย จากจำนวนผู้เสียชีวิตจากอากาศร้อนจัดกว่า 300 รายในอินเดีย

เว็บไซต์ การ์เดียน แจ้งว่า นอกจากทางการรัฐพิหารจะออกคำสั่งห้ามประชาชนทำอาหารช่วงกลางวันแล้ว ยังห้ามไม่ให้เกษตรกรจุดไฟเผาหญ้าในนาและทำพิธีทางศาสนาที่ต้องมีการจุดไฟโดยเด็ดขาด หากผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งนี้จะเสี่ยงกับการเผชิญโทษจำคุกสูงสุดเป็นเวลาถึงหนึ่งปีเลยทีเดียวเด็กหญิงอินเดียในรัฐชัมมู เทินถังน้ำไว้บนศรีษะเดินกลับบ้าน หลังต้องเดินมาตักน้ำในสระที่ใกล้จะแห้งขอด

ข่าวแจ้งว่า ภัยแล้งในปีนี้ เนื่องจากไม่เกิดฝนตกมาเป็นเวลานาน ทำให้แม่น้ำลำคลองเขื่อนต่างๆ ในอินเดียแห้งขอด มีชาวอินเดียอย่างน้อย 330 ล้านคน ไม่มีน้ำกินน้ำใช้อย่างเพียงพอสำหรับชีวิตประจำวัน โดยที่รัฐมหาราษฎร์และรัฐกุจราช ทางภาคตะวันตกของอินเดีย ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ทางการแจ้งเตือนว่าน้ำใต้ดินเหลือเพียงแค่ 22% เท่านั้น ขณะที่เกรงว่าชาวอินเดียจะต้องเผชิญภัยแล้งอีกนานนับเดือน เพราะคาดว่ากว่าฝนจะเริ่มตกในเดือนมิถุนายน.น้ำในบ่อเหลือน้อย

ที่มา>>>Thairath

หาน้ำได้หวย! เจอตะเคียนยักษ์ฝังคลอง ขนลุกจุดธูปไหว้ ลมพัดวูบ

ชาวบ้านที่กำแพงเพชรเจอภัยแล้ง อ้อยกำลังจะแห้งตาย ขุดคลองหาน้ำ กลับพบต้นตะเคียนอายุหลายร้อยปีฝังอยู่จึงขุดขึ้นมา เกิดอัศจรรย์ ขณะจุดธูปไหว้ จู่ๆ มีลมหมุนพัดเฉียดต้นตะเคียนลงไปที่หลุมในคลอง แล้วสลายไปในเวลาอันรวดเร็ว…

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 เม.ย. ที่บริเวณคลองคะยาง บ้านเขาน้ำเพชรหมู่ 9 ต.นาบ่อคำ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ชาวบ้านพากันนำดอกไม้ ธูปเทียนมากราบไหว้ต้นตะเคียนอายุหลายร้อยปี หลังจากขุดพบในคลอง แล้วนำมาไว้บนตลิ่งข้างคลอง ก่อนที่จะนำรถมายกต้นตะเคียนย้ายไปไว้ใกล้ศาล มีชาวบ้านมาขัดถูขอเลขเด็ดเจ้าแม่ตะเคียน หวังว่าจะมีโชคกันในงวดนี้

จากการสอบถาม นายประทวน สระทองแพ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ 7 ต.นาบ่อคำ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร เปิดเผยว่าตนปลูกอ้อยไว้ 25 ไร่ แต่คลองแห้งขอดไม่มีน้ำเหลือ อ้อยก็กำลังจะเหี่ยวตาย จึงได้ว่าจ้างรถแบ็กโฮมาขุดคลองคะยาง หวังสูบน้ำขึ้นไปใส่ไร่อ้อย แต่รถขุดถูกวัตถุอะไรบางอย่าง ตอนแรกตนคิดว่าเป็นก้อนหิน แต่เมื่อขุดไปเรื่อยๆ กลับพบว่าเป็นเศษไม้ลอยขึ้นมา ต่อมาจึงรู้ว่าเป็นไม้ตะเคียน จึงตัดสินใจให้รถแบ็กโฮมาขุดนำขึ้นมาจากก้นคลองชาวบ้าน กำแพงเพชร กราบไหว้ต้นตะเคียนอายุกว่า 100 ปี ขอเลขเด็ด

นายประทวน ยังกล่าวด้วยว่า คืนก่อนจะมาขุดลอกคลองแห่งนี้ ตนฝันเห็นต้นไม้ลอยอยู่บนอากาศ และในฝันบอกว่า ขอหัวหมู แต่ในฝันนั้นตนไม่ได้ให้หัวหมูไป พอเช้ามาจึงได้มาลอกคลองคะยางแห่งนี้ และได้พบต้นตะเคียนแทบจะทันทีเลย

“รถแบ็กโฮเริ่มขุดต้นตะเคียน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. มีชาวบ้านหลายร้อยคนมาร่วมเชียร์ให้กำลังใจ จนใกล้จะสามทุ่มก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะขุดต้นตะเคียนขึ้นมาได้ ทำให้ชาวบ้านเริ่มถอดใจ แต่สุดท้ายรถแบ็กโฮก็ขุดต้นตะเคียนขึ้นมาได้ในเวลาประมาณสามทุ่มเศษ โดยต้นแรกยาว 20 เมตร 80 เซนติเมตร วัดรอบลำต้นได้ 2 เมตร 61 เซนติเมตร ต้นที่ 2 มีความยาว 9 เมตร 57 เซนติเมตร เมื่อชาวบ้านพบเห็นต้นตะเคียนต่างก็บอกกันว่าไม่น่าเชื่อว่ารถแบ็กโฮจะสามารถขุดขึ้นมาได้” นายประทวนกล่าวต้นตะเคียนที่ขุดขึ้นมาได้ ซึ่งมาจากความฝัน

จากนั้นชาวบ้านต่างมาพากันนำดอกไม้ ธูปเทียนมากราบไหว้ต้นตะเคียน แต่ขณะที่กำลังจะไหว้ จู่ๆ ได้มีลมหมุนพัดหอบเอาเศษฝุ่น และหญ้าแห้งม้วนเข้ามาต้นตะเคียน สร้างความตื่นตกใจให้กับชาวบ้านอย่างมาก แต่ลมหมุนได้หมุนเฉียดโคนต้นตะเคียนผ่านไปยังหลุมที่ขุดพบ จากนั้นก็สลายตัวไปอย่างน่าพิศวง.

ที่มา>>>Thairath