ด.ช.ได้กลิ่นไหม้เห็นไฟลุกกองเสื้อผ้าเผาวอดบ้านทั้งหลัง เจ้าของเศร้ายืนดูซาก-สูญกว่าครึ่งล้าน (คลิป)

เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 10 มิ.ย. ร.ต.อ.อานนท์ สาจันทึก พนักงานสอบสวน สภ.เมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา รับแจ้งมีเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 114 เบญจรงค์ ซอย 4 ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมรถดับเพลิงเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา ที่เกิดเหตุพบต้นเพลิงเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ลักษณะครึ่งไม้ ครึ่งปูน ตั้งอยู่ในชุมชนที่มีบ้านเรือนสร้างติดกันหลายหลัง เปลวไฟกำลังลุกไหม้บริเวณชั้นสองอย่างรุนแรง ท่ามกลางความโกลาหล และการเข้าไประงับเหตุค่อนข้างลำบาก เนื่องจากทางเข้าคับแคบ รวมทั้งมีการเคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่ากันอย่างอลหม่าน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านใกล้เคียง ใช้เวลากว่า 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด โดยมีนางประคอง ภิรมย์ลาภ อายุ 60 ปี เจ้าของบ้าน และญาติๆ ได้แต่ยืนมองบ้านและทรัพย์สินสำคัญของตัวเองถูกเพลิงไหม้ โดยสามารถนำออกมาได้เพียงเล็กน้อย ร.ต.อ.อานนท์ พนักงานสอบสวน สภ.เมือง เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนางประคองเจ้าของบ้านต้นเพลิง ระบุบ้านต้นเพลิงพักอาศัยนานกว่า 30 ปี มีผู้อาศัยจำนวน 7 คน ทั้งหมดประกอบการขายอาหาร ชื่อร้าน “ต้นมะละกอ” ต.หมื่นไวย อ.เมือง ขณะเกิดเหตุทุกคนออกไปทำงานกันตามปกติ โดยมี ด.ช.กมลสิทธิ์ ภู่หมื่นไวย อายุ 12 ปี หลานชาย ไม่สบายจึงหยุดเรียน นอนพักอยู่ชั้นล่างเพียงลำพัง หลานชายได้กลิ่นเหม็น และกลุ่มควันลอยออกมาจากห้องเก็บเสื้อผ้าชั้นบน ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงรีบหนีออกจากกองเพลิงไป ตะโกนขอช่วยเหลือ ประเมินมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 5 แสนบาท อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 อีกครั้ง ส่วนสาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึก! เพลิงไหม้สายไฟลามรถส่งโฟม-พลาสติก ที่ศรีมหาโพธิ หวิดวอดทั้งตลาด

หนุ่มร้อยเอ็ด รับจ้างส่งโฟม-พลาสติก ขับกระบะมาจอดหน้าตลาดท่าประชุม อ.ศรีมหาโพธิ เตรียมลงของ ระทึก ประกายไฟจากเสาไฟฟ้าร่วงใส่ เพลิงลุกพึ่บวอดเกือบทั้งคัน ดับเพลิงรุดสกัด โชคดีไม่ลามร้านค้า คาดไฟลัดวงจร

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 59 ร.ต.ท.เชิดศักดิ์ พันธุ์พาณิชย์ พงส.สภ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้รถหน้าตลาดท่าประชุม อ.ศรีมหาโพธิ จึงเร่งประสานรถดับเพลิงสถานีดับเพลิงเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ผบ 1804 ขอนแก่น ลุกไหม้ช่วงกระบะหลังที่มีชิ้นส่วนเป็นโฟมและพลาสติกจำนวนมาก ซึ่งจอดอยู่หน้าตลาดท่าประชุม เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำจนสามารถควบคุมเพลิงได้ ก่อนที่เพลิงจะลุกลามไปยังร้านค้าที่เป็นย่านเศรษฐกิจ มีร้านค้าลักษณะห้องแถวเรือนไม้จำนวนมาก ท่ามกลางความตกใจของพ่อค้าแม่ค้าเพลิงกำลังโหมไหม้รถส่งสินค้าประเภทโฟม-พลาสติกอย่างรุนแรง หน้าตลาดท่าประชุม

จากการสอบสวน ทราบว่าในช่วงที่รถกระบะคันดังกล่าวได้มาจอดริมฟุตปาทใต้สายไฟฟ้า เป็นช่วงที่ไฟฟ้าลัดวงจรจนเกิดประกายไฟจากเสาไฟฟ้าที่อยู่ข้างรถ จนเกิดเพลิงลุกไหม้ทันที ส่วนร้านค้าได้รับความเสียหายบริเวณหลังคากันสาด และสินค้าที่วางจำหน่าย ส่วนรถกระบะไหม้เสียหายเกือบทั้งคัน และหลังเกิดเหตุยังทำให้ไฟฟ้าดับทั้งตลาด สัญญาณโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ตใช้การไม่ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เร่งประสานดำเนินการซ่อมแซมสภาพรถ หลัง จนท.ดับเพลิงฉีดน้ำสกัด ถูกเพลิงไหม้เสียหายเกือบทั้งคัน

ด้านเจ้าของรถทราบชื่อ นายสุรชัย มงคลศรี อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 31/1 หมู่ 15 ต.เกษตรวิสัย อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า รับจ้างขนสินค้าประเภทโฟมและพลาสติกมาจาก จ.ชลบุรี และเข้าจอดบริเวณดังกล่าวเพื่อนำสินค้าส่งไปตามร้านค้า ระหว่างที่กำลังจะลงสินค้า มีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นที่สายไฟฟ้าด้านบน จากนั้นเพลิงก็ลุกไหม้ที่สินค้าอย่างรวดเร็ว ส่วนความเสียหายมูลค่าประมาณ 500,000 บาท.

ที่มา>>>Thairath

ไฟไหม้ บ้านพญาไม้ พัทยา! หมู่เรือนไทย 200 ล้าน ยังดับไม่ได้

เกิดเพลิงไหม้ บ้านพญาไม้ หมู่เรือนไทยมูลค่า200ล้าน จุดแวะพักท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ลุกไหม้เรือนหลังใหญ่ตรงกลาง รถดับเพลิงขนาดใหญ่เข้าไม่ถึงต้องใช้รถเล็ก แต่น้ำเกิดหมด เมืองพัทยา-เทศบาลใกล้เคียงระดมช่วย…

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 6 พ.ค. ได้เกิดเพลิงลุกไหม้บ้านพญาไม้ จุดท่องเที่ยวของเมืองพัทยา เลขที่ 124/9 ม.6 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นหมู่เรือนไทย สร้างด้วยไม้ทั้งหมด บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ไฟลุกโหมที่เรือนหลังใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง เปลวเพลิงพวยพุ่งดูน่ากลัว1.2_1462511809หลังเกิดเหตุ รถดับเพลิงจากเทศบาลหนองปรือ และเมืองพัทยา ได้รับแจ้งรุดมาดับเพลิงแต่พบอุปสรรครถใหญ่เข้าไม่ได้ ต้องใช้รถเล็กเข้าไป เบื้องต้นเข้าไปได้ 2 คัน แต่น้ำเกิดหมด ต่อมามีรถดับเพลิงจากเมืองพัทยาและใกล้เคียงเข้ามาช่วยอีก 6 คัน แต่จนถึงเวลา 11.30 น. ก็ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นทราบเพียงว่า ไฟลุกไหม้จากห้องพระ บนชั้น 2สำหรับบ้านพญาไม้ บ้านไม้เรือนไทยโบราณ ที่เกิดเหตุ เจ้าของคือนายนายขุนทอง อู่เงิน อดีตตำรวจท่องเที่ยว ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจเจ้าของตลาดสดปอยเปต ในฝั่งกัมพูชา ตั้งใจก่อสร้างเป็นสถานที่แวะพักของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองพัทยา ลงทุนไปประมาณ 200 ล้านบาท ก่อนจะเกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว.

ที่มา>>>Thairath