2016 Toyota Yaris TRD Sportivo เวอร์ชั่นสีเหลืองใหม่ เคาะ 6.49 แสนบาท

2016 Toyota Yaris TRD Sportivo เวอร์ชั่นสีเหลืองใหม่ เคาะ 6.49 แสนบาท     2016 Toyota Yaris TRD Sportivo (Limited Edition) ใหม่ ถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการที่งานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2016 (Motor Expo 2016) เคาะ 6.49 แสนบาท

     Yaris TRD Sportivo รุ่นพิเศษตัวถังสีเหลือง มาพร้อมชุดแต่ง TRD Sportivo รอบคัน และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วสีทูโทน ภายในตกแต่งด้วยสีดำสลับเหลืองและเบาะหนังดีไซน์ใหม่สีดำเดินด้ายสีเหลือง พร้อมสัญลักษณ์ TRD Sportivo     ด้านอุปกรณ์ภายในห้องโดยสารติดตั้งเครื่องเสียง 2 DIN/DVD/CD/MP3/MP4/WMA/ หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมช่องต่อ USB/Micro HDMI/SD-Card ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) รองรับบริการพิเศษจาก T-Connect และพรมปูพื้นรถยนต์ดีไซน์พิเศษ พร้อมสัญลักษณ์ TRD Sportivo

     ขุมพลังติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินรหัส 3NR-FE แบบ 4 สูบ Dual VVT-i ความจุ 1.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 86 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i


“สำหรับชาวสุราษฎร์ธานี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ สุราษฎร์ธานี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO สุราษฎร์ธานี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

ชนต้นไม้ยับ!! แม่ซิ่งกระบะป้ายแดง พร้อมลูกสาว9ขวบ ร่างถูกอัดก๊อปปี้-อาการสาหัส

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 13 ต.ค. ร.ต.อ.นภดล บุษบก พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะตกร่องถนนกลางทางชนต้นไม้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้หญิงติดอยู่ภายในรถ 2 คน เหตุเกิดบริเวณถนนพหลโยธิน (ขาขึ้น) หลักกิโลเมตรที่ 479–480 ช่วงถนนสายกำแพงเพชร–ตาก บ้านแสงตะวัน หมู่ที่ 8 ต.เพชรชมพู อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร จึงรีบประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลกำแพงเพชร และหน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร นำกำลังรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ201610130905003-20060918103709พบรถกระบะป้ายแดง ใหม่เอี่ยม สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนป้ายแดง ณ 1822 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยินจากการชนอย่างแรงกับต้นไม้ของเกาะกลางถนนสายดังกล่าว ภายในรถยังพบร่างของคนขับ ทราบชื่อภายหลัง คือ นางพรทิพย์ จันทร์แก้ว อายุ 41 ปี อยู่เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร สภาพถูกอัดติดอยู่กับเบาะคนขับรถ คาพวงมาลัย ได้รับบาดเจ็บร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ข้างเบาะคนขับพบเด็กหญิง อายุ 9 ปี บุตรสาว ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จึงได้รีบนำตัวของเด็กหญิงออกมาปฐมพยาบาล และเร่งใช้อุปกรณ์ตัดถ่าง ช่วยเหลือนำร่างของผู้เป็นแม่ออกมาจากรถยนต์คันดังกล่าวใช้เวลากว่า 20 นาที นำตัวส่งโรงพยาบาลกำแพงเพชร201610130905006-20060918103709จากการสอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองแม่ลูก ทราบว่าทั้งคู่ออกเดินทางจากบ้านที่กรุงเทพมหานคร จะไปทำธุระที่จังหวัดเชียงราย โดยออกจากบ้านกลางดึก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ตนมีความรู้สึกหลับในไปวูบหนึ่ง ทำให้รถเสียหลัก บังคับไม่อยู่ ตกไปในร่องถนนกลางทาง ชนกับต้นไม้อย่างแรง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว ส่วนลูกสาวบาดเจ็บไม่มากนัก201610130905008-20060918103709

ที่มา>>>ข่าวสด

อายมั้ย? เกาหลีขึ้นป้ายเตือนเป็นภาษาไทยแบบนี้ ทิ้งขยะ-ฉี่ไม่เป็นที่เป็นทางต้องถูกปรับ

เป็นป้ายที่แชร์กันในโลกออนไลน์ของไทยและเกาหลี โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ @IamNaZza ได้โพสต์ภาพป้ายภาษาไทยที่ติดอยู่ในกรุงโซลใจความว่า “คนที่ไม่มีวีซ่า ถ้ามอบตัวกลับไทย จะไม่มีข้อยกเว้นในการเข้าเมืองอีก ผู้ขับขี่รถยนต์ต้องได้นับการลงทะเบียนรถยนต์และทำประกันรวม… ใครที่ครอบครองของมีคมที่เป็นอันตราย และการทิ้งขยะที่ไม่เป็นที่เป็นทาง การปัสาวะไม่เป็นที่เป็นทาง ต้องเสียค่าปรับ ..กรมการตำรวจเมืองฮวาซอง”

โดยผู้ทวิตยังระบุว่า “ทางการเกาหลีได้แปะป้ายแบบนี้ไว้เลย เป็นภาษาไทย อ่านแล้วก็อาย ก็ไม่แปลกที่เค้าจะเข้มกับคนไทยนะ Cr.รูปจากเพจเรื่องเล่ามาดามคิม #VisitKorea”capture-20161007-150914

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวสุรินทร์ถ่ายคลิปปิกอัพไร้น้ำใจ ไม่หลีกทางให้รถฉุกเฉินที่กำลังนำผู้ป่วยวัย70ส่งไอซียู

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้รับคลิปวีดีโอ ซึ่งถ่ายจากโทรศัพท์มือถือของญาติผู้ป่วยรายหนึ่ง (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ซึ่งเป็นชาว อ.สังขะ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวของผู้ขับขี่รถยนต์คันหนึ่งที่ไม่ยอมหลีกทางให้รถพยาบาลฉุกเฉินที่กำลังเคลื่อนย้ายผู้ป่วยชราที่อยู่ในอาการวิกฤติ

โดยญาติผู้ป่วยระบุว่า ขณะที่รถฉุกเฉินของรพ.สังขะกำลังนำตัวผู้ป่วยอายุ 70 กว่าปี ซึ่งอยู่ในอาการป่วยขั้นวิกฤติ กำลังถูกนำตัวส่งต่อยังโรงพยาบาลสุรินทร์ระยะทางกว่า 50 กิโลเมตรอย่างเร่งด่วน โดยมีลูกหลานและญาติขึ้นรถฉุกเฉินมาด้วย เพื่อติดตามอาการด้วยความเป็นห่วง ระหว่างที่รถฉุกเฉินเดินทางมาถึงถนน 4 เลน บริเวณเลยปั๊มน้ำมัน ปตท.สลักได ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ มาเล็กน้อย ก็พบกับรถกระบะอีซูซุ 4 ประตู สีน้ำเงิน ไม่เปิดเผยหมายเลขทะเบียนวิ่งอยู่เลนขวา โดยไม่ยอมหลีกทางหรือหลบซ้ายให้รถผู้ป่วยฉุกเฉิน

“แม้ว่ารถฉุกเฉินจะพยายามส่งสัญญาณเปิดไฟขอทางแล้วหลายครั้งก็ตาม ก็ไม่เป็นผล ประกอบกับถนนเลนซ้าย ก่อนเข้าตัวเมืองดังกล่าว เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดเส้นทางหลายกิโลเมตร ซึ่งผู้ที่สัญจรบนถนนดังกล่าวจะทราบดีว่าถนนเส้นนี้ มีปัญหาเรื่องพุพังเป็นหลุมเป็นบ่อมานาน ตั้งแต่สร้างถนนเสร็จใหม่ๆก็มีปัญหามานักต่อนักและเกิดอุบัติเหตุบ่อย โดยเฉพาะกับผู้ขับขี่รถจักรยายนต์ ถึงแม้จะมีการปะถนนซ่อมแซม แต่ก็ไม่เรียบนัก”

ทำให้รถผู้ป่วยฉุกเฉิน ไม่สามารถแซงซ้ายได้อย่างที่เห็นในภาพ เพราะเกรงจะเกิดอันตรายและสะเทือนถึงอาการผู้ของป่วยได้ จนต้องขับตามมาอีกกว่า 3 กิโลเมตรจนถึงบริเวณ 4 แยกเลี่ยงเมืองไอคิว อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งถนนเริ่มดีขึ้น รถผู้ป่วยฉุกเฉินจึงเบี่ยงซ้ายแซงรถยนต์ที่เห็นแก่ตัวคันดังกล่าวออกไป และรีบไปส่งผู้ป่วยต่อที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยยังนอนรักษาตัวอยู่ที่ห้อง ICU

ขณะที่ญาติผู้ป่วยได้ตัดสินใจนำคลิปวีดีโอดังกล่าวให้สื่อมวลชนนำเสนอนั้น เพื่อสะท้อนให้เห็นผู้ขับขี่รถยนต์บางคนที่เห็นแก่ตัวไม่ยอมหลีกทางให้รถพยาบาลฉุกเฉิน ซึ่งอยากให้สังคมในประเทศไทยมีน้ำใจ เมื่อพบเห็นรถฉุกเฉิน กรุณาช่วยกันหลีกทางให้รถฉุกเฉินด้วย อย่างน้อยจะได้ย่นระยะเวลาการเดินทางของรถฉุกเฉิน เวลาแค่เสี้ยวนาที อาจเป็นเวลาชีวิตที่สำคัญที่สุดของผู้ป่วยหนักคนๆหนึ่งก็เป็นได้

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวร้องไห้โฮ!! แฟนหนุ่มกำลังซื้อกับข้าวมาให้ รถคว่ำ-กระบะเสยซ้ำดับคาสะพาน

 วันที่ 23 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.จีระศักดิ์ แอบแฝง สว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบนสะพานต่างระดับโป้ง ม.7 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อภายหลัง คือ นายสุพรรณ พนม อายุ 40 ปี พนักงานช่างตัดเย็บเสื้อผ้า นอนเสียชีวิตจมกองเลือด ในสภาพแขนขาหัก น่าสยดสยอง โดยมี น.ส.ปรางทิพย์ หัสรสา อายุ 36 ปี ยืนร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเศร้าโศก ปานจะขาดใจ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงต้องพาไปนั่งสงบสติอารมณ์ พร้อมทั้งนำผ้าคลุมร่างผู้เสียชีวิตไว้ก่อน สอบถาม น.ส.ซเบตา อายุ 35 ปี อาชีพแม่ค้าขายโรตี เล่าว่า ในขณะที่ตนเองขับรถพ่วงข้างขึ้นสะพาน ได้มีจยย.ของผู้ตายขับแซงมาด้านขวา และเฉี่ยวชนกับตนเอง จนล้มคว่ำ ก่อนจะมีรถยนต์กระบะวิ่งส่วนทางมาชนเข้าอย่างจัง แล้วขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เบื้องต้น พ.ต.ท.จีระศักดิ์ แอบแฝง สว.(สอบสวน) เจ้าของคดี ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และจะประสานงานตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามรถยนต์คันที่หลบหนีมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ น.ส.ปรางทิพย์ แฟนสาวผู้ตาย เล่าว่า นายสุพรรณ เป็นคนดีและขยันมาก จะทำโอทีกลับบ้านมืดค่ำทุกวัน ซึ่งก่อนเกิดเหตุผู้ตายเลิกงานและกำลังซื้อกับข้าวเข้ามาที่บ้าน

ที่มา>>>ข่าวสด

แห่ร้อง!! นายหน้าเชิดรถหายกว่า 60 คัน ปิดร้านหนี ชาวบ้านเดือดร้อน-รถยังผ่อน

 ชาวบ้านเกาะสมุย 16 ราย ร้องถูกนายหน้าหลอกให้นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาฝากปล่อยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเช่า สุดท้ายปิดร้านหนีไป พร้อมกับรถจักรยานยนต์ และรถยนต์กว่า 60 คัน ทำให้ได้รับความเดือดร้อน เพราะรถยังผ่อนไฟแนนซ์ทุกเดือน

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายไพบูลย์ โอมาก นายอำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เทเวศร์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.บ่อผุด ได้รับหนังสือร้องทุกข์จากนายสิทธิเดช ศรีธรรมธร อายุ 38 ปี อยู่ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นตัวแทนจากผู้เสียหายทั้ง 16 ราย ที่ถูกนายชนพัฒน์ บรรจงธุระการ อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นนายหน้าหลอกให้นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มาฝากปล่อยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเช่า แต่สุดท้ายปิดร้านหนีหายไป พร้อมทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ นายสิทธิเดช ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้นายชนพัฒน์ เข้ามาติดต่อบอกว่าเป็นนายหน้า จะขอนำรถไปให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเช่าเป็นรายเดือน โดยให้ข้อเสนอว่า ถ้าเป็นรถฟอร์จูนเนอร์ จะเช่าเดือนละ 35,000 บาท รถกระบะเดือนละ 27,000 บาท รถเก๋งเดือนละ 12,000 บาท และรถจักรยานยนต์ เดือนละ 4,500 บาท โดยมีผู้หลงเชื่อนำรถไปปล่อยเช่าจำนวน 16 ราย พร้อมกับรถยนต์ 30 คัน และรถจักรยานยนต์ 30 คัน ต่อมาไม่สามารถติดต่อนายชนพัฒน์ เมื่อตามไปที่ร้านรถเช่าของนายชนพัฒน์ ที่หาดละไม ต.มะเร็ต ก็พบว่าได้ปิดร้านหนีไปแล้ว พร้อมกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์    นายไพบูลย์ โอมาก นายอำเภอเกาะสมุย กล่าวว่า เรื่องนี้เมื่อรับเรื่องจากผู้เสียหายดังกล่าวแล้ว ได้นำเรื่องเข้าศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเกาะสมุย เพื่อร่วมกับตำรวจ สภ.บ่อผุด ติดตามตัวนายชนพัฒน์ บรรจงธุระการ นายหน้าคนที่ถูกกล่าวหาจากผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนร้องเรียนในครั้งนี้ต่อไป ด้าน พ.ต.อ.เทเวศร์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.บ่อผุด กล่าวว่า เรื่องนี้ผู้เสียหายจำนวน 16 ราย ได้ไปแจ้งความและลงบันทึกประจำวัน ที่สภ.บ่อผุด ไว้แล้ว โดยมี พ.ต.ท.จารุ เพชรปาน รอง ผกก.สอบสวน เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ สำหรับคดีนี้เป็นทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง ซึ่งเรื่องนี้ต้องดูว่าสัญญาเช่ารถหมดสัญญาแล้วหรือยัง เพราะถ้าสัญญาเช่ารถยังไม่หมดอายุ ก็ยังทำอะไรไม่ได้ แต่ถ้าสัญญาเช่าหมดอายุ แต่ไม่ยอมส่งมอบรถให้ผู้เสียหาย ถือว่ามีความผิดในข้อหายักยอกทรัพย์ แต่ถ้าจ่ายเป็นเช็คเมื่อถึงวันแล้วไม่สามารถนำเช็คไปขึ้นเงินได้ ก็จะมีความผิด พ.ร.บ.เช็ค อีกข้อหาหนึ่ง ส่วนการติดตามรถของผู้เสียหายทั้งหมด 60 คันนั้น ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ศิรชัย เกิดศรี รองผกก.สืบสวน ติดตามรถทั้งหมด รวมถึงติดตามตัวนายชนพัฒน์ บรรจงธุระการ มาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เก๋งชนยับแท่งปูนก่อสร้างสะพาน รองผอ.ร.ร.อนุบาลสกลนครคอหักดับคาซากรถ

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 8 ก.ค. ร.ต.อ.อภิสิทธิ์ พลเตชะ ร้อยเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ เสียหลักชนแนวแท่งปูนกั้นสะพานถนนสายกาฬสินธุ์-สมเด็จ บริเวณปากทางเข้าบ้านแก่งนาขาม ต.นาจารย์ อ.เมือง ฝั่งขาเข้า มีผู้เสียชีวิตคาที่ 1 ราย จึงเดินทางเข้าตรวจสอบ พร้อมหน่วยกู้ชีพหน่วยกู้ภัยและทีมแพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โดยในที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีฟ้า หมายเลขทะเบียน กต 5682 สกลนคร สภาพด้านหน้าชนกับแท่งปูนขนาดใหญ่แนวกั้นสะพาน ซึ่งกำลังก่อสร้างพังเสียหายยับเยิน ภายในรถพบร่างของนางกณิกนันท์ เชาว์วัลล์ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 136 หมู่ที่15 ต.ไฮหย่อง อ.พังโคน จ.สกลนคร ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเพ็ญจันทร์ จ.สกลนคร สภาพอัดกับพวงมาลัยคอหักเสียชีวิตภายในรถ จากการสอบถามคนงานก่อสร้างสะพาน ซึ่งพบเห็นครั้งแรกเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคนงานนอนพักอาศัยอยู่บริเวณใกล้กัน โดยขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงดังขึ้น ที่ตัวสะพานจึงพากันออกมาดูพบว่ารถเก๋งคันดังกล่าวพุ่งชนแท่งปูนแนวกั้นสะพาน ซึ่งกำลังก่อสร้างทำให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบดังกล่าว จากการติดต่อทางญาติเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายขับรถมาจาก จ.สกลนครในช่วงกลางดึก เพื่อมุ่งหน้าจะไปประชุมสัมมนาที่จ.ร้อยเอ็ด กระทั่งถึงที่เกิดเหตุ ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่คาดว่าคนขับอาจจะเกิดหลับในแล้วรถเกิดเสียหลักพุ่งชนแท่งปูนจนเสียชีวิต หรือขณะที่ขับรถมาถึงที่เกิดเหตุคนขับอาจจะพบอะไรข้างทาง จึงหักหลบขวาพุ่งชนแท่งปูนจนเสียชีวิต อีกทั้งบริเวณเกิดเหตุเป็นช่วงก่อสร้างสะพาน ซึ่งมีการนำแท่งปูนขนาดใหญ่มากั้น ทำให้ช่องทางการจราจรแคบลง ประกอบกับช่วงเกิดเหตุอยู่ในช่วงเช้ามืด ป้ายและไฟสัญญาณเตือนไม่สว่างพอ จึงทำให้รถเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรอให้ญาติมาทำการติดต่อ เพื่อนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โจ๋ดวงซวย!ซิ่งเก๋งชนรถรองผอ.วิทยาลัยดับ ผงะค้นรถเจอยาบ้า 420 เม็ด ตร.เร่งล่าตัว

 เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. พ.ต.ตวิรัตน์ แท่นทอง สว.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุรถชนกันที่ถนนเบญจมะ-นาพรุ ม.2 ต.ไชยมนตรี อ.เมือง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 5 คน รับแจ้งแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.นิติ บุญจันทร์ รอง ผกก.สส.นำกำลังตำรวจชุดสอบสวน พร้อมแพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจรุดไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงที่ริมถนนดังกล่าวพบรถยนต์ 2 คันในสภาพพังยับเยิน โดยในรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบอรนซ์เงิน ทะเบียน กค2859 นครศรีธรรมราช มีผู้เสียชีวิตคาพวงมาลัย ทราบชื่อนายสิทธิโชค บุญลือ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 232 ม.7 ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นรองผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีพพรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช อยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีดำ สภาพศพที่ศีรษะมีบาดแผลฉกรรจ์ เลือดทะลัก ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน มากับรถคู่กรณีเป็นรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กฉ-207 ตรัง ประกอบด้วย นายเจริญ รัตนะ อายุ 18 ปี, นายณัฐวุฒิ จิตรี อายุ 20 ปี บ้านอยู่ ต.เขาโร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช, นายเฉลิมพันธ์ มายุปักษ์ อายุ 32 ปี, ด.ช.อนิศร มายุปักษ์ อายุ 7 ปี และน.ส.วิภาภรณ์ ศรเขียว อายุ 20 ปี อยู่ที่ต.เขาน้อย อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้รีบนำส่ง โรงพยาบาลจำนวน 4 คน แต่นายเฉลิมพันธ์คนขับไม่ยอมไปรักษาที่รพ.

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ยกรถทั้ง 2 คัน ออกจากจุดเกิดเหตุ โดยก่อนยกได้ตรวจค้นหลักฐานภายในรถ โตโยต้าของฝ่ายผู้ได้รับบาดเจ็บ ปรากฏว่าพบยาบ้าซุกอยู่ภายในจำนวน 420 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง หลังจากนั้นจึงตามไปสอบสวนที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อให้รู้ว่าใครคือเจ้าของยาบ้า ที่ซุกอยู่ในรถทั้งหมด แต่ยังไม่มีใครรับ ในขณะที่นายเฉลิมพันธ์ผู้ขับขี่รถนั้นหายตัวไป

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสิทธิโชครอง ผอ.วิทยาลัยการอาชีพพรหมคีรี ขับรถออกมาจากงานศพญาติไปตามถนน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุขับรถขึ้นไปบนถนนทันที โดยไม่ทันมองว่ามีรถอีกคันแล่นมาด้วยความเร็ว จึงเบรกไม่ทัน พุ่งชนอย่างจังจนเป็นเหตุให้นายสิทธิโชค เสียชีวิตคาที่ ขณะที่คู่กรณีได้รับบาดเจ็บ 5 คนดังกล่าว ซึ่งจะสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.นิติ บุญจันทร์ รอง ผกก.สส.สภ.เมือง กล่าวว่า คาดว่ายาบ้าทั้ง 420 เม็ด น่าจะเป็นของนายเฉลิมพันธ์คนขับ เนื่องจากหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พยายามพาไปรักษาตัวที่รพ. แต่นายเฉลิมพันธ์ ไม่ยอมไป และแสดงท่าทางมีพิรุธหลายอย่าง เชื่อว่าน่าจะรู้ว่าในรถมียาบ้าอยู่จึงพยายามหลบหลีก อย่างไรก็ตาม จะทำการสอบปากคำผู้บาดเจ็บรายอื่นที่มาด้วยกัน ว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ เพื่อจะได้ดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป
จากการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าก่อนเกิดเหตุนั้นนายเฉลิมพันธ์ น่าจะนำของกลางยาบ้าไปส่งให้ลูกค้าตามจุดนัด และไปธุระในตัวเมืองนครศรีธรรมราช หลังจากนั้นก็ขับรถกลับแต่มาประสบอุบัติเหตุ แล้วไม่กล้าเอายาบ้าออกจากตัวรถ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้พบในเวลาต่อมา ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนสอบสวน เพื่อเอาผิดกับเจ้าของยาบ้ารายนี้ให้ได้ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

จอดกระบะชมวิวเขาพุเต็ง ลูกมือโดนเกียร์รถพุ่ง! พ่อปรี่ช่วยจนตัวตาย

ภาพเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์

กระบะตกหน้าผาจุดชมวิวเขาพุเต็ง ในอ.ศรีสวัสดิ์  นักรังสีการแพทย์ ม.มหิดล ดับ ลูกสาวคนเล็กเจ็บ หลังขับพาครอบครัวมาจอดชมวิวไม่ได้ดับเครื่อง-ดึงเบรกมือ ลูกคนเล็กอยู่ในรถคนเดียวเผลอโดนคันเกียร์จนรถพุ่ง พ่อกระโจนเข้าช่วยจนตัวตาย…

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 16 เม.ย. 59  นายเสรี คงอยู่  นายอำเภอศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี พร้อม ชป.พท. ร.9 พัน.1 (อ.ศรีสวัสดิ์) จัด ชป.คทร. ร่วมกับตำรวจ สภ.ด่านแม่แฉลบ ร่วมเข้าให้ความช่วยเหลืออุบัติเหตุรถยนต์ตกหน้าผา บริเวณจุดชมวิวเขาพุเต็ง  ซึ่งได้นำผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตมาบันทึกหลักฐาน ยัง รพ.ศุกร์สิริศรีสวัสดิ์  จากการสอบถามข้อมูลทราบว่าผู้ตายชื่อ นายธนะ จำปานิล อายุ 53 ปี นักรังสีการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล อยู่บ้านเลขที่ 79 ซอยพหลโยธิน ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เป็นคนขับ ต่อมาเสียชีวิตที่ รพ.ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุนายธนะ ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีส้ม ทะเบียน 3 กษ 4166 กทม. มากับภรรยา นางพิสมัย ประจำวงษ์ อายุ 46 ปี พร้อมลูกสาววัย 14 ปี และ 12 ปี โดยขับรถมาถึงจุดชมวิวและได้จอดในลักษณะหันหน้ารถเข้าหน้าผาโดยไม่ได้ทำการดับเครื่องยนต์และดึงเบรกมือ และมีลูกสาวคนเล็กอยู่ในรถคนเดียว ซึ่งเผลอไปโดนคันเกียร์ออโต้ ทำให้รถเคลื่อนที่ลงหน้าผา นายธนะ จึงได้เข้าช่วยเหลือ และติดลงไปกับรถ เป็นเหตุให้เสียชีวิต ส่วนลูกสาวคนเล็กได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย.

ที่มา>>>Thairath