สุดรันทด! พิการทั้งครอบครัว สามีวัย 90 ป่วยอัมพฤกษ์ ลูกชายเป็นอัมพาต แม่วัย 88 ต้องรับภาระเลี้ยงดู

วันที่ 2 ก.พ. นางศิริลักษณ์ พลละเอียด นายกเหล่ากาชาดชุมพร รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ 3 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ว่าพบครอบครัวสุดรันทด พิการทั้งบ้าน ให้แม่อายุร่วม 100 ปี ดูแลลูกกับสามี จึงพร้อมด้วยทีมกาชาดชุมพร นายโชคชัย ว่องกูล นายก อบต.นาขา นายสายัณห์ จุ้ยนคร ประธาน สภา อบต.นาขา นายคนึง ตังสุรัตน์ ผญบ.หมู่ 3 รุดไปตรวจสอบ

ภายในสวนมังคุด เนื้อที่ 1ไร่เศษ ที่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 3 ต.นาขา เป็นบ้านชั้นเดียว พื้นบ้านเป็นดิน มีชาวบ้านหลายคนกำลังกุลีกุจอ ปัดกวาดบริเวณบ้าน ที่หน้าบ้านสร้างเป็นเพิงมุงหลังคากั้นเป็นห้องเล็กๆ มีกลิ่นเหม็นอับปนเหม็นเน่าโชยออกมา ส่วนที่บนเตียงไม้เก่าๆ พบนายสมชาย วิชัยรัตน์ อายุ 62 ปี ป่วยเป็นอัมพาต นอนบนเตียง ไม่สวมเสื้อ มีเพียงผ้าขาวม้าห่อหุ้มท่อนล่าง หน้าตาหนวดเครารุงรัง ผมยาว เล็บมือยาว ดำ ส่งกลิ่นเหม็นเน่า เมื่อเห็นคณะที่มาเยี่ยม นายสมชายถึงกับน้ำตาไหลพราก พร้อมทั้งส่งเสียงพูดอ้อแอ้ จับใจความไม่ได้ เมื่อพลิกด้านหลังพบต้นเหตุของกลิ่นเน่า เมื่อมีแผลกดทับเริ่มเน่าไปทั้งแผ่นหลัง เบื้องต้นพบว่าร่างกายพิการทั้งตัวขยับได้เพียงแขนและลูกตาเท่านั้น

ขณะที่ภายในบ้านมีเตียงไม้เก่าๆ อีก 1 เตียง บนเตียงมีนายวิเชียร วิชัยรัตน์ อายุ 90 ปี พ่อของนายสมชาย ในสภาพเป็นอัมพฤกษ์ ไม่สามารถลุกขึ้นนั่งได้เอง เดินไม่ได้ แต่ยังพอพูดจับใจความได้ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ด้านหน้าบ้านพบ นางขุ้ย วิชัยรัตน์ อายุ 88 ปี ภรรยานายวิเชียรและแม่ของนายสมชาย นั่งบนรถเข็นคนพิการเดินไม่ได้ ป่วยด้วยโรคชราและความดันโลหิต เมื่อลงจากเก้าอี้เข็นต้องใช้วิธีคลานเท่านั้น

จากการสอบถามนางขุ้ย ทราบว่า อาศัยที่อยู่ด้วยกันในบ้าน 3 คนพ่อแม่ลูก เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ลูกชายประสบอุบัติเหตุ ทำให้พิการเป็นอัมพาต จากนั้นจึงย้ายมาจาก จ.ระนอง มาอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยกันพร้อมกับภรรยานายสมชาย แต่หลังจากนั้น ภรรยานายสมชายก็หายหน้าไป พ่อและแม่จึงต้องเลี้ยงดูด้วยความลำบาก ป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดตัวตามมีตามเกิด เนื่องจากฐานะยากจน ต่อมาเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา นายวิเชียรล้มป่วยด้วยอาการอัมพฤกษ์อีกคน ไม่สามารถเดินได้ และช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องให้นางขุ้ย ดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ และอาบน้ำให้ ด้วยความลำบากอย่างหนัก เนื่องจากต้องคลานไปดูแล นายสมชาย ลูกชาย แล้วคลานกลับมาดูแลนายวิเชียร สามี สร้างความรันทดหดหู่ใจแก่เพื่อนบ้านอย่างยิ่ง

และเมื่อวันที่น้ำท่วมใหญ่ ต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ระดับน้ำท่วมบ้านสูงร่วม 2 เมตร โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านมาพาตัวออกจากบ้านไปได้ทัน ก่อนที่กระแสน้ำจะพัดหายไปทั้ง 3 คน แต่เมื่อน้ำแห้งทำให้ พื้นบ้านที่มีเพียงดิน อยู่ในสภาพ เน่าเหม็น นอกจากนี้นายสมชาย ที่นอนติดเตียง จนเป็นแผลกดทับที่แผ่นหลังและแผลเริ่มเน่า เพื่อนบ้านที่เป็น อสม.ได้พยายามเข้ามาช่วย แต่ก็ไม่สามารถทำได้ทุกวันเนื่องจากทุกคนก็อยู่ในสภาพเพิ่งพ้นจากภาวะน้ำท่วม และฐานะยากจนทั้งสิ้น ทำให้ครอบครัวของนางขุ้ย อยู่ในสภาพลำบากอย่างหนัก นายสมชายเริ่มมีอาการป่วยหนักจนมีโอกาส เสียชีวิตจากแผลติดเชื้อ

ขณะที่นางศิริลักษณ์ สั่งให้เจ้าหน้าที่เหล่ากาชาด ชุมพร ทำความสะอาดแผลให้กับนายสมชาย และนำเตียงคนไข้ที่ได้รับบริจาคมาเปลี่ยนให้ ส่วนนายโชคชัย ว่องกูล นายก อบต.ได้วางแผนปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้ แต่ปัญหาที่หนัก คือทั้ง 3 คน มีรายได้จากเงินของทางราชการเพียง 3,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น ส่วนรายได้จากสวนมังคุดในช่วงนี้ไม่มี เนื่องจากนอกฤดูกาล ถ้าไม่มีถุงยังชีพในช่วงน้ำท่วม ทั้ง 3 คนจะได้กินแต่ข้าวเปล่า และน้ำซาวข้าวเท่านั้น จึงอยากขอช่วยเหลือจากสังคม ผู้ที่ใจบุญให้ครอบครัวนี้พอได้ประทังชีวิตไปอีกสักพัก

ที่มา>>>ข่าวสด

ชีวิตต้องสู้! แชร์กระหึ่มพ่อค้าหอบลูกเล็กตระเวนขายแมลงทอดเป็นทั้งพ่อและแม่ (คลิป)

เป็นภาพของคนหาเช้ากินค่ำที่ได้รับการแชร์ออกไปจำนวนมาก โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก Natchaporn Chansombun ได้โพสต์คลิปรถเข็นขายแมลงทอด ที่มีพลาสติกคลุมอยู่ ที่มากกว่านั้น คือ มีเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งนอนอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งผู้โพสต์ได้ระบุว่า “ทำหน้าที่ทั้ง “พ่อ”และ”แม่” ชีวิตต้องสู้ เป็นกำลังใจให้ค่ะ” โดยพบว่าพ่อค้ารายดังกล่าวขายของอยู่ละแวกปิ่นเกล้า ขับรถขายไปเรื่อยๆ และต้องดูแลลูกชายไปด้วยเนื่องจากภรรยาก็ต้องออกไปขายของเช่นเดียวกัน ซึ่งมีการแชร์คลิปต่อไปกว่าหมื่นครั้ง ด้วยความซาบซึ้งในความรักของพ่อ

ที่มา>>>ข่าวสด