หมีควายบุกบ้านหลังร.ร.ครูสาวช็อก!ตื่นมาเจอ เดินวนเวียนหาของกิน เตือนนร.อย่าเข้าใกล้ชายป่า

กรณีหมีควายจำนวน 2 ตัว จากทั้งหมด 21 ตัวในศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง บ้านปางหมู ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน แหกกรงตาข่ายเหล็กหลุดเข้าไปในป่า บริเวณพื้นที่ตำบลปางหมู สาเหตุเพราะเกิดฝนตกหนัก และระบบไฟฟ้า ป้องกันหมีรอบกรงเหล็กขัดข้องเมื่อคืนวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 9 มิ.ย. เวลา 15.00 น. หมีควายจำนวน 3 ตัวที่ถูกขังในกรงคอนกรีต ได้หลุดจากกรงเข้าไปในสนามตาข่าย และหมีที่หลุดออกไปนั้นเป็นหมีอายุเพียง 3 ขวบ ถูกหมีที่ใหญ่กว่า พากันทำร้ายทำให้มันแหกกรงตาข่ายหลุดออกมานอกกรง ขณะนี้หมีทั้งสองตัว ยังคงอาศัยอยู่ใกล้กรงเลี้ยงจำนวน 1 ตัวและอีกตัวอาจจะหนีเตลิดเข้าไปในป่า บริเวณหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏแม่ฮ่องสอน ไปจนถึงด้านหลังศูนย์บำบัดยาเสพติด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ปูพรมค้นหาแล้ว ตามที่เสนอข่าวไปนั้น เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. นายปรีชา ทะจะกัน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ นำกำลังเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์, หน่วยป้องกันและดับไฟป่าแม่ฮ่องสอน และหน่วยไฟป่าปางตอง, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.2 (ม่อนตะแลง) หน่วยอุทยานแห่งชาติ ถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ หน่วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า รวมกำลังประมาณ 50 นาย เดินทางไปที่บ้านพักของ น.ส.ปวีย์ธิดา เฉลิมภูมิพัฒน์ เลขที่ 14/2 ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นบ้านเช่า อยู่ติดกับสนามกีฬาของโรงเรียนห้องสอนศึกษาในพระอุปถัมภ์ และติดกับป่าใกล้สนามกีฬา และห่างจากสวนสัตว์ป่าปางตอง ประมาณ 6 กิโลเมตร หลังจากได้รับแจ้งเหตุมีหมีควายขนาดใหญ่ พยายามบุกเข้าไปในบ้านและทำลายกระจกบานเกร็ดแตกกระจาย เมื่อไปถึงพบน.ส.ปวีย์ธิดา เจ้าหน้าที่ครูประจำเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขต 1 แม่ฮ่องสอน ยืนเล่าเหตุการณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตระหนก โดยระบุว่า เมื่อคืนเวลาประมาณ 00.55 น. ตนได้ยินเสียงหายใจของสัตว์แรงมากผิดปกติ บริเวณหน้าต่างหัวนอน จึงเปิดไฟดูพบหมีควายตัวขนาดใหญ่ ใช้อุ้งเท้าตะปบที่บานเกร็ดหน้าต่าง จนทำให้บานเกร็ดร่วงตกลงพื้นแตกไป 2 บาน และหมีตัวดังกล่าว พยายามวนเวียนอยู่รอบบ้านคล้ายจะเข้ามาในบ้านให้ได้ จึงได้โทรแจ้งไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิบรรเทาสาธารณภัยแม่ฮ่องสอน เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่พบหมีตัวดังกล่าว หลังจากนั้นประมาณชั่วโมงต่อมา ตี 2 หมีตัวดังกล่าว หวนกลับมาอีก ตนจึงโทรเรียกเพื่อนสนิทที่เป็นทหารหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 7 จำนวน 2 คน มาเป็นเพื่อน และทหารทั้งสองพยายามค้นหาหมีจนพบว่า แอบซุ่มอยู่บริเวณติดฝาฝนังบ้านด้านทิศตะวันตก ทางเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงขู่ไล่หมีจนเตลิดเข้าป่าไป นอกจากหมีตัวดังกล่าวจะข่วนบานเกร็ดบานประตูหน้าต่างด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นหัวนอนแล้ว รุ่งเช้ายังพบว่า มีรอยเท้าหมีข่วนบริเวณหน้าประตูเข้าบ้าน และมีรอยคุ้ยขยะที่วางหน้าบ้านอีกด้วย ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ เปิดเผยว่า จากการสอบถามเจ้าของบ้าน พบว่าในบ้านหลังดังกล่าว มีน้ำผึ้งเก็บไว้ในบ้าน คาดว่าหมีที่หลุดไป หิวอยากกินน้ำผึ้ง จึงพยายามจะเข้าไปในตัวบ้าน เคราะห์ดีที่เป็นบ้านปูนแข็งแรง หมีไม่สามารถเข้าไปในบ้านได้ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ติดตามรอยเท้าของหมี พบว่ามุ่งหน้าเข้าป่า ไปทางอ่างเก็บน้ำของสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งห่างจากบ้านพักครูไปประมาณ 2 กม. และขณะนี้เจ้าหน้าที่พยายามจัดกำลังตีวงโอบล้อมจุดที่พบรอยเท้าหมีตัวดังกล่าว คาดว่าจะพบตัวและจับได้ในเร็วๆ นี้ ส่วนหมีอีกตัวนั้นพบว่า มีร่องรอยเคลื่อนไหวอยู่บริเวณใกล้กับสวนสัตว์ป่าปางตอง ใกล้กับคอกเดิมของมัน

ในส่วนของโรงเรียนห้องสอนศึกษา ได้ประกาศเตือนให้นักเรียนในขณะที่เข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้า ว่าห้ามนักเรียนทุกคนเข้าไปใกล้แนวชายป่า ด้านหลังของโรงเรียนอย่างเด็ดขาด และกิจกรรมในสนามกีฬาที่ติดกับชายป่า และงดกิจกรรมเล่นกีฬาโดยเด็ดขาด

ที่มา>>>ข่าวสด