ที่แท้เป็นสิบตำรวจปล้นรถขนเงิน 5 ล้าน ที่สุพรรณบุรี เร่งล่าผู้ร่วมขบวนการ

กรณีคนร้ายบุกเดี่ยวใช้ปืนปล้นรถขนเงินของธนาคารกรุงไทย เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. วัดไผ่โรงวัว-บางเลน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้เงินสดไปกว่า 5 ล้านบาท ตำรวจเร่งระดมทีมไล่ล่าคนร้ายตลอดทั้งคืน โดยพบรถจักรยานยนต์ หมวกกันน็อค และรองเท้า ของคนร้าย ในบริเวณป่าละเมาะถูกจอดทิ้งไว้ในบ้านร้าง ในพื้นที่บ้านไผ่บ่อยา หมู่ที่ 2 ต.ดอนมะนาว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ด้านพล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 ออกคำสั่งเด้งผกก.สภ.สองพี่น้อง เข้ากรุภาค 7 ไปเมื่อวาน พร้อมตั้งชุดทำงาน เร่งระดมกำลังกดดันคนร้าย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น201611251104342-20160615150820ล่าสุดเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 25 พ.ย. พล.ต.ต.สุคุณ พรหมมายน รรท.ผบก.ภจว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.เกรียงไกร วุฒิพานิช รองผบก พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ เฉลียวศิลป์ รองผบก. พ.ต.อ.อนุชิต สุรพินิจ ผกก.สืบสวน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จาก กองปราบปราบกอง 5 ชุดสืบสวนภาค 7 ชุดสืบสวนภจว.สุพรรณบุรี และชุดสืบสวนสภ.สองพี่น้อง และสุนัขตำรวจ 2 ตัว เร่งปูพรมเข้าตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัย ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถจักรยานยนต์ จอดอยู่ในบ้านร้าง ป่าละเมาะ ที่บริเวณบ้านไผ่บ่อยา ม.2 ต.ดอนมะนาว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี และยังพบหมวกกันน็อค กางเกง รองเท้า ถูกทิ้งไว้ในอ่างน้ำของห้องน้ำ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้ตรวจสอบ และเร่งติดตาม จากนั้นตำรวจลงพื้นที่ไปอีกกว่า 10 จุด หนึ่งในนั้นคือบ้านแฟนของคนร้าย ซึ่งไม่พบตัวคนร้าย คาดหลบหนีไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืน แต่ตำรวจมั่นใจยังกบดานอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง201611251104344-20160615150820ต่อมาเวลา 10.00 น. ได้รับรายงานความคืบหน้าว่า พบเบาะแสของคนร้ายแล้ว ขณะนี้ตำรวจรวบตัวไว้ได้แล้ว 1 ราย คาดจะนำตัวมาที่สภ.สองพี่น้อง ภายในวันนี้ โดยหนึ่งในคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุนั้นเป็นตำรวจ ส.ต.ต.วิฑูรย์ เพชรปานกัน อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านบึง จังหวัดชลบุรี และเคยได้รับรางวัลด้านการสืบสวนอีกด้วย ซึ่งเป็นไปตามการสันนิษฐาน เนื่องจากคนร้ายมีทักษะการใช้อาวุธปืนเป็นอย่างดี และมีการสวมเสื้อเกราะ พร้อมวางแผนอย่างแยบยล ในการลงมือก่อเหตุ
201611251104343-20160615150820ส่วนผู้ร่วมขบวนการอีกรายซึ่งเป็นพี่ชายของส.ต.วิฑูรย์ยังหลบหนีอยู่ ตำรวจกำลังเร่งระดมไล่ล่า โดยไม่ได้ลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี ล่าสุดมีคนในปั๊มน้ำมันรู้เห็นเป็นใจด้วย อีกราย เป็นพ่อค้าขายข้าวโพดป๊อปคอร์น ซึ่งคาดว่าในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามรวบตัวจับกุมให้ได้ทั้งหมด201611251104349-20160615150820201611251104341-20160615150820

ที่มา>>>ข่าวสด

เขียนจม.ลาเจ้านายก่อนอดีตทสปช.จ่อยิงขมับดับคาบ้านหนีโรคร้าย

 เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 19 ส.ค. ร.ต.อ.เสรี โชคผ่อง รอง สว.สส.สภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 26 ซอย 2 ถนนจันทร์นิเวศน์ 1 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จึงได้ไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยท่งเซียเซี่ยงตึ้งหาดใหญ่ ที่เกิดเหตุเป็นตึกอาคารพานิช 2 ชั้นบริเวณแคระไม้ห้องโถงชั้นล่างพบร่างนายผั้น ภู่พันธ์ศรี อายุ 79 ปี นอนจมกองเลือดอยู่บนแคระไม้ ที่ศีรษะมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าขมับขวาทะลุขมับซ้าย 1 นัด ใกล้กันพบปืนลูกโม่ขนาด .38 ตกอยู่ข้าง 1 กระบอก นอนหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนทราบว่า นายผั้นเคยสมัครไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) มาหลายปี ระยะหลังป่วยด้วยโรคเบาหวาน ความดัน และถุงน้ำดีไหล จนเกิดความเครียด ก่อนเกิดเหตุได้เขียนจดหมายติดไว้ที่นอนบอกลาไว้ 1 ฉบับ มีข้อความเขียนไว้ว่า “เจ้านายครับ ที่ผมต้องฆ่าตัวตาย เพราะทนความเจ็บปวดไม่ไหว มันเจ็บปวดมาหลายเดือนแล้ว ทนไม่ไหวเลยต้องฆ่าตัวตาย ไม่มีใครฆ่าผม ผมฆ่าตัวตายเอง ลาก่อนเจ้านาย”

จากการสอบถามญาติๆ นึกว่านายผั้นคงเขียนจดหมายติดไว้เล่นๆ กระทั่งตอนเช้า นายผั้นตัดสินใจหนีโรครุมเร้าใช้อาวุธปืนตัวเองจ่อยิงขมับขวา 1 นัดทะลุขมับซ้ายและได้ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล  ซึ่งญาติไม่ติดใจเอาความจึงได้มอบศพไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

2 โจ๋เขม่นด.ช.14ขี่จยย.ตามไล่ยิงอาการปางตาย ตร.ตามรวบตัวทันควัน

 เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำ 2 ผู้ต้องหายิงเด็กวัย 14 ได้รับบาดเจ็บสาหัสสอบปากคำ หลังจากที่เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ณัฐณวิทย์ สิทธาภิรมย์ ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้รับแจ้งเหตุยิงกันบนถนนประชาราษฏ์ ในเขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ จนทำให้มีคนได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นกลุ่มคนร้ายหลบหนีไปทางวัดสำราญนิเวศน์ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ต.วรเดช พลอยพันธ์ สวป.สภ.เมืองอำนาจเจริญ พร้อมด้วยร้อยเวรป้องกันปราบปรามและสายตรวจรถ สภ.เมืองอำนาจเจริญ ออกติดตามตัวกลุ่มคนร้าย หลังจากก่อเหตุได้ไม่ได้นาน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่บริเวณหน้าวัดสำราญ ขณะจูงรถจักรยานยนต์ ทราบชื่อภายหลังคือนายศราวุธ หรือจอนนี่ สมขาว อายุ 27 ปี และนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเมื่อวัยรุ่นทั้งสองคนเห็นเจ้าหน้าที่ได้แสดงอาการมีพิรุธ โดยที่หนึ่งในวัยรุ่นสองคนได้โยนวัตถุคล้ายอาวุธปืนเข้าไปด้านในวัดสำราญนิเวศน์ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน พร้อมค้นตัวและบริเวณดังกล่าวอย่างละเอียด จนพบอาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก และลูกกระสุนปืนติดในรังเพลิงขนาด 9 มม. จำนวน 1 นัด จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคน ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุยิงด.ช.ไก่ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ซึ่งก่อนก่อเหตุผู้ต้องหาทั้งสองคน นั่งกินเหล้าอยู่ที่ ชุมชนซอยวิจารณ์ ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ จากนั้นจึงพากันออกมากินก๋วยเตี๋ยว ที่บริเวณถนนประชาราษฎ์ และพบด.ช.ไก่ แล้วเกิดการเขม่นกันขึ้น จนกระทั่งกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ขับรถจักรยานต์ควบตามด.ช.ไก่จนมาถึงบริเวณสวนสาธารณะมิ่งมงคล (หอนาฬิกา) จากนั้นจึงชักปืนยิงด.ช.ไก่ เข้าที่บริเวณด้านหลังข้างซ้าย 1 นัด โดยมีนายเอเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ และนายศราวุธเป็นคนยิง จนทำให้ด.ช.ไก่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนซิ่งรถจักรยายนต์หลบหนี และมาถูกจับกุมได้ในที่สุด จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ตั้งข้อกล่าวหา ร่วมกันพยามฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ตท.เทวราช เอื้อวงษ์ประเสริฐ รอง ผกก.สส.สภ.อำนาจเจริญ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ นายศราวุธมีประวัติโชกโชน เคยก่อเหตุฆ่าคนตายมาแล้ว และเหตุเช่นเดียวกันมาแล้วครั้ง ทั้งยังพฤติกรรมเป็นผู้ค้ายาเสพติดให้กับวัยรุ่นในชุมชนซอยวิจารณ์ เคยเข้าออกคุกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และล่าสุดก็มาก่อเหตุยิงเด็กวัย 14 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.อำนาจเจริญ อาการยังคงน่าเป็นห่วง

ที่มา>>>ข่าวสด

เฒ่าเครียดจัดมีปากเสียงคนในชุมชน ยิงดะเจ็บสาหัส-ดับ 1 ก่อนยิงตัวเองตายตาม (คลิป)

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 28 ก.ค. ร.ต.อ.ปาล เมืองกลาง รองสว.(สอบสวน) รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ภายในซอย จรัญ 75 แยก 38/4 (ข้างสน.บางพลัด)  แขวง เขต บางพลัด รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ รุดไปที่เกิดเหตุ พร้อม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. และ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช ศิริราช เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู โดยที่เกิดเหตุภายในซอยดังกล่าวพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย ทราบชื่อ นางวัชรี สวนวิจิตรทิพย์ อายุ 66 ปี ถูกยิงเข้าที่โหนกแก้มขวา ทะลุลำคอ โดยนายวิทย์ หอมทอง หรือ นายต้น ยังไม่ทราบอายุ โดนยิงเข้าที่คอ และนางสุนิสา นาคสุทิน หรือ เหมี่ยว ไม่ทราบอายุถูกยิงบริเวณหัวไหล่ เบื้องต้น ผู้บาดเจ็บอาการสาหัสเจ้าหน้าที่นำส่ง รพ.วชิระ โดยผู้ก่อเหตุหลบซ่อนตัวที่บ้านเลขที่ 1774 เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมเจรจา แต่สักพักก็ได้ยินเสียงปืนในบ้าน ต่อมาพบนายสุขใจ รักเงิน อายุ 67 ปี อดีตข้าราชการการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ได้ยิงตัวเองเสียชีวิตภายในบ้านหลังดังกล่าว ข้างตัวพบ อาวุธปืน .38 ลูกโม่ ตกอยู่ข้างมือขวา จากการตรวจสอบด้านหลังบ้านยังพบศพผู้เสียชีวิตอีกราย คือ นายสมพงษ์ เนียมพงษ์ อายุ 60 ปี ซึ่งพบว่านางสุนิสา นาคสุทิน หรือ เหมี่ยว เป็นลูกสะไภ้นายสมพงษ์ พยายามเข้าห้ามจึงถูกยิงดังกล่าวสอบสวนพยานทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสุขใจ ปกติพักอยู่ละแวกดังกล่าว ช่วงหลังถูกกีดกันจากคนในชุมชน ไม่อยากให้อยู่ในชุมชน เนื่องจากเป็นคนปล่อยเงินกู้ ระยะหลังพบว่ามีปัญหา เกิดปากเสียงกับคนในชุมชนเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุพบว่า มายืนคุยกับนางวัชรี เจ้าของที่ บริเวณหน้าร้านขายของชำ บ้านเลขที่ 1770 บริเวณปากซอยดังกล่าว เมื่อคุยกันไม่รู้เรื่องจึงชักอาวุธปืนมายิง ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าไปในชุมชน ซึ่งระหว่างนั้นได้ยิงผู้เสียชีวิตรายอื่นๆที่พบเจออีก ระหว่างทางพบปลอกกระสุนอยู่รายทางนับ 10 ปลอก เช่น นายวิทย์ พบว่ายืนทำกับข้าวอยู่หน้าบ้านเลขที่ 1760 หลังจากนั้นก็เดินเข้าไปในบ้าน เลขที่ 1774 ก่อนยิงคนในบ้าน เบื้องต้นคาดว่า สาเหตุน่าจะมาจากความขัดแย้ง ในชุมชน ซึ่งบ่มมานานทำให้ผู้ตายเก็บกด

ที่มา>>>ข่าวสด

หมีควายบุกบ้านหลังร.ร.ครูสาวช็อก!ตื่นมาเจอ เดินวนเวียนหาของกิน เตือนนร.อย่าเข้าใกล้ชายป่า

กรณีหมีควายจำนวน 2 ตัว จากทั้งหมด 21 ตัวในศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง บ้านปางหมู ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน แหกกรงตาข่ายเหล็กหลุดเข้าไปในป่า บริเวณพื้นที่ตำบลปางหมู สาเหตุเพราะเกิดฝนตกหนัก และระบบไฟฟ้า ป้องกันหมีรอบกรงเหล็กขัดข้องเมื่อคืนวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 9 มิ.ย. เวลา 15.00 น. หมีควายจำนวน 3 ตัวที่ถูกขังในกรงคอนกรีต ได้หลุดจากกรงเข้าไปในสนามตาข่าย และหมีที่หลุดออกไปนั้นเป็นหมีอายุเพียง 3 ขวบ ถูกหมีที่ใหญ่กว่า พากันทำร้ายทำให้มันแหกกรงตาข่ายหลุดออกมานอกกรง ขณะนี้หมีทั้งสองตัว ยังคงอาศัยอยู่ใกล้กรงเลี้ยงจำนวน 1 ตัวและอีกตัวอาจจะหนีเตลิดเข้าไปในป่า บริเวณหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏแม่ฮ่องสอน ไปจนถึงด้านหลังศูนย์บำบัดยาเสพติด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ปูพรมค้นหาแล้ว ตามที่เสนอข่าวไปนั้น เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. นายปรีชา ทะจะกัน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ นำกำลังเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์, หน่วยป้องกันและดับไฟป่าแม่ฮ่องสอน และหน่วยไฟป่าปางตอง, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.2 (ม่อนตะแลง) หน่วยอุทยานแห่งชาติ ถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ หน่วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า รวมกำลังประมาณ 50 นาย เดินทางไปที่บ้านพักของ น.ส.ปวีย์ธิดา เฉลิมภูมิพัฒน์ เลขที่ 14/2 ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นบ้านเช่า อยู่ติดกับสนามกีฬาของโรงเรียนห้องสอนศึกษาในพระอุปถัมภ์ และติดกับป่าใกล้สนามกีฬา และห่างจากสวนสัตว์ป่าปางตอง ประมาณ 6 กิโลเมตร หลังจากได้รับแจ้งเหตุมีหมีควายขนาดใหญ่ พยายามบุกเข้าไปในบ้านและทำลายกระจกบานเกร็ดแตกกระจาย เมื่อไปถึงพบน.ส.ปวีย์ธิดา เจ้าหน้าที่ครูประจำเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขต 1 แม่ฮ่องสอน ยืนเล่าเหตุการณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตระหนก โดยระบุว่า เมื่อคืนเวลาประมาณ 00.55 น. ตนได้ยินเสียงหายใจของสัตว์แรงมากผิดปกติ บริเวณหน้าต่างหัวนอน จึงเปิดไฟดูพบหมีควายตัวขนาดใหญ่ ใช้อุ้งเท้าตะปบที่บานเกร็ดหน้าต่าง จนทำให้บานเกร็ดร่วงตกลงพื้นแตกไป 2 บาน และหมีตัวดังกล่าว พยายามวนเวียนอยู่รอบบ้านคล้ายจะเข้ามาในบ้านให้ได้ จึงได้โทรแจ้งไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิบรรเทาสาธารณภัยแม่ฮ่องสอน เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่พบหมีตัวดังกล่าว หลังจากนั้นประมาณชั่วโมงต่อมา ตี 2 หมีตัวดังกล่าว หวนกลับมาอีก ตนจึงโทรเรียกเพื่อนสนิทที่เป็นทหารหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 7 จำนวน 2 คน มาเป็นเพื่อน และทหารทั้งสองพยายามค้นหาหมีจนพบว่า แอบซุ่มอยู่บริเวณติดฝาฝนังบ้านด้านทิศตะวันตก ทางเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงขู่ไล่หมีจนเตลิดเข้าป่าไป นอกจากหมีตัวดังกล่าวจะข่วนบานเกร็ดบานประตูหน้าต่างด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นหัวนอนแล้ว รุ่งเช้ายังพบว่า มีรอยเท้าหมีข่วนบริเวณหน้าประตูเข้าบ้าน และมีรอยคุ้ยขยะที่วางหน้าบ้านอีกด้วย ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ เปิดเผยว่า จากการสอบถามเจ้าของบ้าน พบว่าในบ้านหลังดังกล่าว มีน้ำผึ้งเก็บไว้ในบ้าน คาดว่าหมีที่หลุดไป หิวอยากกินน้ำผึ้ง จึงพยายามจะเข้าไปในตัวบ้าน เคราะห์ดีที่เป็นบ้านปูนแข็งแรง หมีไม่สามารถเข้าไปในบ้านได้ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ติดตามรอยเท้าของหมี พบว่ามุ่งหน้าเข้าป่า ไปทางอ่างเก็บน้ำของสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งห่างจากบ้านพักครูไปประมาณ 2 กม. และขณะนี้เจ้าหน้าที่พยายามจัดกำลังตีวงโอบล้อมจุดที่พบรอยเท้าหมีตัวดังกล่าว คาดว่าจะพบตัวและจับได้ในเร็วๆ นี้ ส่วนหมีอีกตัวนั้นพบว่า มีร่องรอยเคลื่อนไหวอยู่บริเวณใกล้กับสวนสัตว์ป่าปางตอง ใกล้กับคอกเดิมของมัน

ในส่วนของโรงเรียนห้องสอนศึกษา ได้ประกาศเตือนให้นักเรียนในขณะที่เข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้า ว่าห้ามนักเรียนทุกคนเข้าไปใกล้แนวชายป่า ด้านหลังของโรงเรียนอย่างเด็ดขาด และกิจกรรมในสนามกีฬาที่ติดกับชายป่า และงดกิจกรรมเล่นกีฬาโดยเด็ดขาด

ที่มา>>>ข่าวสด

ศาลจำคุก พล.ท.-พ.ท.พ่อลูก! คดีไอ้โม่งทำร้ายชาวบ้าน ต้านเหมือง บ.ทุ่งคำ

ศาล จ.เลย อ่านคำพิพากษาคดีเมื่อ 2 ปีก่อน ชาวบ้านเขาหลวงวังสะพุงถูกไอ้โม่ง 500 คนปิดล้อมทำร้ายขณะออกมาต่อต้านการขนแร่ของเหมือง บ.ทุ่งคำ ให้จำคุกจำเลยนายทหารยศ พล.ท. และ พ.ท.สองพ่อลูก ข้อหาทำร้ายร่างกาย กักขัง หน่วงเหนี่ยวฯ…

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านเขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย กว่า 300 คน นำโดยนายสุรพันธ์ รุจิชัยวัฒน์ 44 ปี นางมล คุณนา อายุ 39 ปี และนางพรทิพย์ หงษ์ชัย 44 ปี แกนนำ ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดเลย เพื่อฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น กรณีกลุ่มไอ้โม่งกว่า 500 คน ได้ปิดล้อมทำร้ายชาวบ้านที่มาชุมชนไม่ให้มีการขนแร่ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 15 พ.ค.57 ในคดีหมายเลขดำที่ อ. 5440/2557 โดยมีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ และนายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ กับพวกรวม 9 คน เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้องพันโทปรมินทร์ ป้อมนาค จำเลยที่ 1 และ พลโทปรเมษฐ์ ป้อมนาค จำเลยที่ 2 นายทหารสองพ่อลูก ในความผิดอาญาข้อหาทำร้ายร่างกาย กักขัง หน่วงเหนี่ยว ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตชาวบ้านเขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย กว่า 300 คน มาศาลจังหวัดเลยร่วมฟังคำพิพากษาคดี ชาวบ้านเขาหลวงวังสะพุงถูกไอ้โม่ง 500 คนปิดล้อมทำร้าย ขณะออกมาต่อต้านการขนแร่ของเหมือง บ.ทุ่งคำ

ทั้งนี้ ด้านนอกศาล พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัญยกานนท์ ผกก.สภ.เมือง นำเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน จ.เลย จาก 7 สภ.จำนวน 160 นาย มารักษาความสงบและตรวจค้นเพื่อไม่ให้มีสิ่งผิดกฎหมายเล็ดลอดเข้าไปในศาลพ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัญยกานนท์ ผกก.สภ.เมือง นำเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน จ.เลย จาก 7 สภ.จำนวน 160 นาย มารักษาความสงบเรียบร้อย

สำหรบคดีนี้ได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาจากเดิม ที่ศาลนัดวันที่ 16 พ.ค.59 มาเป็นวันที่ 31พ.ค.59 โดยให้เหตุผลว่าสำนวนอยู่ที่สำนักอธิบดีภาค 4 ยังไม่ส่งกลับมาและเนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีวันหยุดหลายวัน  ซึ่งวันเดียวกันนี้ ศาลจังหวัดเลยได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ อ.2991/2558 หมายเลขแดง อ.3992/2559 ที่บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ฟ้องนายสมัย ภักดิ์มี ประธานสภา อบต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย และนายกองลัย ภักมี ผู้ใหญ่บ้านบ้านนาหนองบงหมู่ที่ 3 เป็นจำเลย ในข้อหาเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เกี่ยวกับการก่อสร้างซุ้มประตูและติดป้าย ‘หมู่บ้านนี้ไม่เอาเหมือง’ คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นตัดสินยกฟ้องเพราะคดีไม่มีมูล แต่โจทก์ยื่นอุทธรณ์จนท.ศาลมาตรวจค้นแลกบัตรชาวบ้านก่อนเข้าร่วมฟังคำพิพากษาของศาล

ต่อมา ศาลได้อ่านคำพิพากษาในคดี ในคดีดำที่ อ. 5440/2557 พิพากษาจำคุก พันโทปรมินทร์ ป้อมนาค จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 12 เดือน และจำคุกพลโทปรเมษฐ์ ป้อมนาค จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 1 ปี 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา หลังรับฟังคำพิพากษา ทางจำเลยยื่นขอประกันตัวต่อศาล เพื่อสู้คดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath