สร้าง Password ยาก ๆ โดยไม่ต้องคิดเอง

สร้าง Password ยาก ๆ โดยไม่ต้องคิดเองเชื่อว่ายังมีอีกหลายคน ชอบตั้งรหัสที่จำง่าย ๆ แต่กลายเป็น โดนเดารหัสได้ง่าย ๆ เหมือนกัน ก็เป็นอีกหนึ่งในปัญหา “โดนแฮก” ที่ยังคงมีทุกวันนี้ ดังนั้นเรามาสร้างรหัสให้เดายาก ๆ กันดีกว่า และวันนี้ก็มีตัวช่วยคือ

ในยุคที่อินเทอร์เน็ต กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้แล้วสำหรับพวกเรา แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่หลายคนมักจะมองข้ามไปกันหมดคือ “Password” หรือรหัสสำหรับใช้เข้าสู่ระบบต่าง ๆ ในโลกอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Social network, Email, Web Browser และ Game Online

ซึ่งพอมีเยอะ ๆ นี้เอง เกือบทั้งหมดจึงนิยมตั้งรหัสง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็น 123456789, 555555555, nopass ฯลฯ แน่นอนว่า “จะโดนแฮกวันไหนก็ไม่แปลกเลย” ฉะนั้นผมจะขอแนะนำเว็บไซต์เว็บหนึ่ง ที่จะช่วยให้ทุกคน หันมาตั้งรหัสให้ยากขึ้น แต่ไม่ต้องคิดเยอะดังนี้ครับ001ไปที่เว็บไซต์ passwordsgenerator.net สำหรับเว็บนี้ จะเป็นเว็บช่วยคิด Password หรือรหัสยาก ๆ สำหรับเราในคลิกเดียว เพียงแค่เราตั้งค่าชนิดรหัสที่ต้องการไว้ไม่กี่หัวข้อ มันก็จะสุ่มรหัสให้เราทันที พร้อมวิธีช่วยจำด้วย002หลังเข้าหน้าเว็บแล้ว อันดับแรก ให้ไปตั้งค่าระดับความยากของรหัสกันก่อน ในเว็บเราสามารถตั้งค่าความยากง่ายได้ 3 ระดับ แบ่งตามลำดับเป็น  Week ง่ายสุด, Strong ยาก  และ Unbelievable โคตรยาก ในที่นี้แนะนำ Week ไม่ก็ Strong พอแล้วครับ ส่วนตัวเลข เอาประมาณ 6 – 16 เท่านี้ดีกว่า003 กำหนดระดับความยากเรียบร้อย ต่อไปสังเกตที่ช่องสี่เหลี่ยมที่ผมคลุมไว้ ในช่องนี้ เราสามารถกำหนดลักษณะของรหัสที่ต้องการได้ เช่น มีตัวพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่ มีเลข มีสัญลักษณ์ ตรงนี้ตามสะดวกเลยครับ004ถัดมา ให้เราติ๊กที่ช่อง (do NOT send across…) เพื่อให้เว็บสุ่มรหัสให้เราได้ ส่วนช่อง (select the password…) ถ้าติ๊กมันจะครอบรหัสหลังสุ่มเสร็จให้อัตโนมัติ ส่วน (save all the settings…) จะเป็นการเซฟการตั้งค่าในหน้าเว็บไว้ เพิ่อให้ในครั้งต่อไป ไม่ต้องมาติ๊กตั้งค่าใหม่นั้นเอง005สุดท้าย หลังรู้จักวิธีตั้งค่าอะไรแล้ว ให้กดคลิกที่ปุ่ม “Generate secure password” เราก็จะได้รหัสยาก ๆ มาแล้วครับ แต่ถ้ากลัวว่าจะจำไม่ได้ ให้สังเกตุที่ข้างล่างของรหัส ทางเว็บจะมีข้อความช่วยจำรหัสให้ด้วย ช่วยให้เราท่องจำรหัสยาก ๆ นี้ได้ง่ายขึ้นเยอะ

ที่มา>>>Sanook

Yahoo ถูกแฮ็กข้อมูลผู้ใช้ 500 ล้านบัญชี

Yahoo ถูกแฮ็กข้อมูลผู้ใช้ 500 ล้านบัญชี

   Yahoo ออกมายอมรับว่าบัญชีผู้ใช้ประมาณ 500 ล้านบัญชี ถูกแฮ็ก !! ซึ่งข้อมูลที่ถูกโจรกรรมในครั้งนี้ ได้แก่ อีเมล์แอดเดรส, รหัสผ่าน, วันเดือนปีเกิด โดย Yahoo แนะนำว่าให้ผู้ใช้เปลี่ยนรหัสผ่านในทันที

Yahoo ถูกแฮ็ก

   Yahoo ตั้งข้อสังเกตว่าการถูกแฮ็กข้อมูลครั้งนี้อาจมีหน่วยงานของรัฐของบางประเทศอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งการแฮ็กข้อมูลผู้ใช้ในครั้งนี้นับเป็นการแฮ็กที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Yahoo ให้รายละเอียดว่าการแฮ็กครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2014 มีบัญชีผู้ใช้ที่ถูกแฮ็กถึง 500 ล้านบัญชี  โดยข้อมูลที่ถูกโจรกรรมส่วนใหญ่เป็นข้อมูลส่วนตัว เช่น อีเมล์แอดเดรส, รหัสผ่านที่ใช้, หมายเลขโทรศัพท์, วันเดือนปีเกิด รวมไปถึงคำถามและคำตอบสำหรับยืนยันการใช้งาน

    หลังจากเปิดข้อมูลการแฮ็กต่อสาธารณะชน Yahoo แนะนำให้ผู้ใช้เร่งเปลี่ยนรหัสผ่านในทันที รวมถึงผู้ใช้ที่ไม่ได้เปลี่ยนรหัสใหม่เลยตั้งแต่ปี 2014 ด้วย พร้อมกับแนะนำให้ผู้ใช้ตั้งรหัสผ่านแบบ two-factor authentication หรือการตั้งรหัสและยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น รวมถึงไม่เปิดอีเมล์ที่ไม่น่าไว้ใจซึ่งมันอาจแฝงมากับมัลแวร์เพื่อโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว

   ทั้งนี้การแฮ็กข้อมูลผู้ใช้ของ Yahoo ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของการใช้รหัสผ่าน ซึ่งหลายครั้งมีผู้มีเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตออกมาแนะนำผู้ใช้อินเทอร์เน็ตว่าควรกำหนดรหัสผ่านที่แตกต่างในบัญชีที่ผูกไว้บนโลกออนไลน์

ที่มา>>>Sanook

6 เคล็ดลับ ทำงานที่บ้านให้ได้ “งาน”

6 เคล็ดลับ ทำงานที่บ้านให้ได้ “งาน”ในยุคนี้คงมีใครหลายต่อหลายคนนิยมการนั่งทำงานที่บ้าน หรือปรับแต่งบ้านให้กลายเป็นที่ทำงาน สำหรับบ้านที่กลายเป็นโฮมออฟฟิศที่มีคนทำงานร่วมกันจำนวนมากๆ ก็คงไม่เท่าไหร่ แต่สำหรับฟรีแลนซ์หรือใครก็ตามที่ต้องนั่งทำงานคนเดียว กฎระเบียบ ความขยัน และความรับผิดชอบถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากคุณจะไม่มีคนคอยเตือนให้ทำงานด้วยแล้ว ยังไม่มีคนคอยแชร์ความคิดเห็น ไม่มีคนให้คอยคุยด้วย (ถ้าหากเลี้ยงสุนัขไว้ก็อาจมีเพื่อนแก้เหงาได้บ้าง)

อย่างไรก็ตาม Jacqueline Whitmore ผู้เชี่ยวชาญด้านมารยาท และยังเป็นผู้ก่อตั้ง Protocol School of Palm Beach ในรัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา ได้แนะนำแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้การทำงานที่บ้านได้ผลที่ดีที่สุด มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. ตั้งเวลาให้เหมือนกับการทำงานปกติ กลุ่มคนที่ทำงานในบ้านมักพบว่าพวกเขาทำงานมากกว่าคนที่ทำงานในออฟฟิศ บางคนทำงานในตอนกลางวันได้ไม่กี่ชั่วโมง แต่ตอนกลางคืนกลับต้องนั่งทำแบบหามรุ่งหามค่ำ เพราะช่วงกลางวันอาจมีเด็กเล็กอยู่ในบ้าน หรือปัญหาอื่นๆ ที่ทำให้การทำงานสะดุดได้เรื่อยๆ หรือลูกค้าขอเปลี่ยนกำหนดเวลาส่งงานให้เร็วขึ้น แต่จะปัญหาอะไรก็แล้วแต่ คุณต้องพยายามกำหนดเวลาทำงานให้ชัดเจนแล้วทำตามนั้น เช่น เวลางานของคุณคือ 09.00-16.00 น. ก็ทำให้เต็มที่ หลังเวลางานก็ลองปิดเสียงโทรศัพท์ แล้วกลับไปใช้ชีวิตแบบคนปกติเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้ชีวิตของตัวเองดูบ้าง มันจะช่วยให้การทำงานในวันถัดๆ ไปดีขึ้น

2. วางแผนการทำงาน ในแต่ละวันคุณควรวางแผนการทำงานว่าจะทำอะไรบ้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในแต่ละนาที และถ้าคุณรู้ว่าช่วงเช้าตัวเองมีสมาธิทำงานหรือไม่มีภาระอื่นๆ มากวนใจ ให้รีบทำงานในตอนเช้า งดเล่นเฟซบุ๊ค หรือท่องอินเทอร์เน็ตโดยไม่จำเป็น นอกจากนั้นต้องไม่ลืมลิสต์ลงไปว่าสิ่งสำคัญที่ต้องทำลำดับแรกคืออะไร และลำดับถัดๆ ไปคืออะไร

3. แต่งตัวให้พร้อม ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการแต่งตัวมีผลต่อสภาพจิตใจของคุณ ดังนั้น อย่าใส่ชุดนอนแล้วนั่งทำงานตลอดวัน หาเวลาไปอาบน้ำ แปรงฟัน ทานอาหารเช้า แล้วแต่งตัวเพื่อให้คุณรู้สึกว่าตอนนี้คุณพร้อมที่จะทำงานแล้วจริงๆ

 4. จัดแต่งห้องให้เหมาะกับการทำงาน ห้องที่คุณใช้ทำงาน อาจเป็นห้องนอนสำรอง แต่คุณต้องนั่งทำงานตรงจุดนั้นทั้งวันใช่หรือเปล่าละ ดังนั้น การนำแจกันดอกไม้มาตั้งไว้บนโต๊ะ เปิดเพลงฟัง หรือติดรูปภาพที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีได้ถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เพราะมันคือการสร้างความสุขในจุดที่คุณทำงานนั่นเอง เพื่อให้การทำงานออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด
สุดท้ายคงไม่มีใครอยากนั่งทำงานในห้องที่รกๆ หาข้าวของไม่เจอ มีแต่เศษขยะเต็มไปหมด ถูกไหม ดังนั้น ทำความสะอาด และจัดให้เป็นระเบียบด้วยก็เป็นความคิดที่ดีไม่ใช่น้อย

5. หาเวลาพักบ้าง การทำงานที่บ้านมีข้อได้เปรียบสูงสุดคือ พักได้เต็มที่ ดังนั้น อย่าลืมหาเวลาพักบ้าง เช่นตอนกลางวัน คุณอาจจะอยากมีสังคมกับเพื่อนหรือลูกค้า ถ้าตารางเวลาในวันนี้เอื้ออำนวย ก็ไปทานข้าวกับพวกเขาเถอะ เพราะต่อให้คุณกลับมาบ่าย 2 โมง ก็ไม่มีหัวหน้ามาคอยตำหนิคุณ เพียงแต่งานต้องเสร็จตามกำหนดเท่านั้น ดังนั้น ควรบริหารจัดการเวลาให้ดี อย่าให้เครียดจนเกินไป

6. ตั้งสมาธิในการทำงานให้ดี ความท้าทายขั้นสูงสุดของการทำงานที่บ้านก็คือ คุณต้องเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ เพราะการที่เราไม่มีเพื่อนร่วมงานหรือพาร์ทเนอร์ มันเป็นเรื่องง่ายมากๆ ที่เราจะเสียสมาธิให้กับเรื่องอื่นๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ทำงานบ้าน จนงานไม่คืบหน้า ดังนั้น พยายามอย่าเพิ่งให้สิ่งรบกวนต่างๆ เหล่านั้นมาแย่งชิงเวลาการทำงานของคุณไป จนกว่าจะหมดเวลางานที่เรากำหนดไว้จริงๆ

ที่มา>>>Sanook