สลด! นักเรียน ม.ต้น ลงเรือเล่นในอ่างเก็บน้ำ ก่อนคว่ำ 2 ดช.จมดับ ชาวบ้านลืออาถรรพ์ศาลปู่ตา

วันที่ 9 ก.พ. ร.ต.อ.พงษ์พิทักษ์ ประณมศรี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ รับแจ้งว่ามีเด็กนักเรียนจมน้ำที่บริเวณ อ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว หลังศาลเจ้าพ่อดอนปู่ตาเซียงโด หมู่ 6 บ้านผือน้อย ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยฮุก 31 จุดรัตนบุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิจิ๊บเต็กเซียงตึ้งกู้ภัยสุรินทร์

ที่เกิดเหตุพบกลุ่มเพื่อนนักเรียนและชาวบ้านมุงอยู่บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ซึ่งอยู่ใกล้กับศาลเจ้าพ่อดอนปู่ตาเซียงโด โดยทราบว่ามีเด็กจมน้ำ 2 ราย ชาวบ้านได้ช่วยกันงมร่างขึ้นมาได้ 1 ราย ทราบชื่อคือ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.รัตนบุรี ก่อนรีบพาส่งโรงพยาบาลรัตนบุรี แต่เนื่องจาก ด.ช.เอ ขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ลงงมร่างของ ด.ช.บี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนเดียวกัน ซึ่งยังจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำ จนผ่านไปประมาณ 30 นาทึ จึงพบร่าง ด.ช.บี ซึ่งจมอยู่ใต้น้ำลึก 2 เมตร โดยมีสายบัวพันขาอยู่ จึงนำศพขึ้นฝั่งและส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลรัตนบุรี

จากการสอบถามเพื่อนนักเรียนที่มาด้วยกันทราบว่า วันนี้มีเรียนแค่คาบเช้าช่วงบ่ายจึงว่าง จนช่วงพักเที่ยงจึงชักชวนเพื่อนๆ มาเล่นน้ำในอ่างดังกล่าว แต่ลงเล่นน้ำกันเพียง 6 คน โดยพายเรือออกไปกลางอ่างที่มีบัวขึ้นอยู่เต็ม แต่ด้วยความที่นั่งกันในเรือเยอะ น้ำจึงได้ทะลักเข้ามาในเรืออย่างรวดเร็ว เพื่อนที่อยู่ในเรือจึงช่วยกันวิดน้ำออก แต่กลับทำให้เรือโยกไปมาก่อนคว่ำลง ขณะนั้นทั้งหมดต่างพากันว่ายน้ำขึ้นฝั่งเพื่อเอาตัวรอด กระทั่งเพื่อน 2 คนจนหายไปต่อหน้า ขณะนั้นมีชาวบ้านที่มาหาปลามาช่วยเหลืองมร่างเพื่อนขึ้นมาได้ 1 คน แต่พบว่าเพื่อนไม่หายใจแล้ว ก่อนวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านให้ช่วยแจ้งกู้ภัยมาดังกล่าว

ขณะที่นายปรีชา สีโสดา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรัตนบุรี เผยว่าบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว ซึ่งอยู่ด้านหลังศาลเจ้าพ่อดอนปู่ตา ชาวบ้านแถวนี้ไม่ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ เพราะว่าปู่ย่าตายายเคยเล่าให้ฟังถึงความศักดิ์สิทธิ์และอาถรรพ์ของดง และศาลปู่ตาแห่งนี้ให้ฟังอยู่เสมอๆ และที่อ่างเก็บน้ำห้วยแก้วก็เคยมีคนจมน้ำตายมาหลายรายแล้ว ซึ่งชาวบ้านต่างก็ล่ำลือถึงความอาถรรพ์มากมาย จนไม่มีใครกล้าเข้ามาเล่นน้ำบริเวณนี้ แต่เนื่องจากเด็กเหล่านี้เป็นคนมาจากต่างถิ่น จึงไม่รู้ว่าบริเวณนี้มีความเป็นมาอย่างไรจึงไม่ได้กลัวกัน และอาจจะนึกว่าบริเวณนี้ห่างจากหมู่บ้านไม่มีใครเห็น เพราะว่าทุกคนต่างก็หนีโรงเรียนออกมาเล่นน้ำ สุดท้ายจึงได้เกิดเหตุสลดขึ้นดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ฝนถล่มเชียงรายน้ำป่าไหลทะลักท่วม 500 หลังคาเรือน น้ำสูงถึงอกชาวบ้านขนของหนีไม่ทัน

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจ.เชียงราย มอบหมายให้นายสว่าง ม่อมดี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.เชียงราย นายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่ อ.พาน อ.เวียงป่าเป้า เร่งให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมารวมทั้งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือในระยะต่อไป หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีฝนตกหนักในพื้นที่ ต.แม่อ้อ อ.พาน นานกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 5 เชียงราย สถานีบ้านแม่แก้วเหนือ ต.แม่อ้อ วัดได้ในช่วงหัวค่ำวันที่ 10 พ.ย. ได้มากถึงกว่า 189 มิลลิเมตร ทำให้น้ำป่าจากดอยแม่แก้วและอ่างเก็บน้ำแม่แก้ว เอ่อล้นไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจำนวน 14 หมู่บ้านใน ต.แม่อ้อ อย่างหนัก201611111035447-20060410171321โดยน้ำไหลแรงและทะลักเข้าสู่บ้านเรือนอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านขนย้ายข้าวของหนีน้ำกันไม่ทัน ทำให้ทรัพย์สิน เช่น รถยนต์ จักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ และอื่นๆ เสียหายเป็นจำนวนมาก ระดับน้ำบางพื้นที่ลึกเกือบ 1 เมตร แต่ส่วนใหญ่น้ำจะไหลหลากมาอย่างรวดเร็วระดับน้ำสูงตั้งแต่ 30-50 เซนติเมตร รวมบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบประมาณ 500 หลังคาเรือน เบื้องต้นสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงราย สำรวจพบพื้นที่เสียหายได้แก่ ม.6 ม.10 ม.12 ม.15 ต.แม่อ้อ และ ม.2 ม.3 ม.10 ม.12 ม.15 และ ม.18 ต.สันกลาง อ.พาน โดยชาวบ้านจำนวนมากมีอาชีพเพาะเห็ด เลี้ยงปลา ฯลฯ ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก201611111035444-20060410171321ขณะเดียวกันน้ำป่าได้เข้าท่วม ม.16 และ ม.25 ต.ท่าก๊อ ในสภาพเดียวกัน ทำให้ชาวบ้านต้องขนย้ายหนีน้ำกันจ้าละหวั่น ทางหน่วยงานทั้งฝ่ายปกครอง ปภ.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและทหารต้องช่วยกันชาวบ้านขนย้ายข้าวของตลอดทั้งคืน กระทั่งเช้าระดับนำในแต่ละพื้นที่จึงลดระดับลงและอากาศก็เย็นลง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าได้เข้าสู่ช่วงต้นฤดูหนาวแล้ว201611111035441-20060410171321นายสุเวช ทะริน ชาวบ้าน ม.6 ต.แม่อ้อ กล่าวว่า น้ำป่าที่ไหลทะลักลงมาเร็วและลึกถึงระดับอก กวาดเอาทรัพยสินของตนไปหลายอย่าง เพราะขนย้ายไม่ทัน แต่ไม่มีคนได้รับอันตราย เพราะอยู่บนบ้าน แต่เนื่องจากตนทำโรงเพาะเห็ด ปรากฎว่าน้ำพัดเอาก้อนเชื้อเห็ดหายไปกว่า 20,000 ก้อน รวมมูลความเสียหายกว่า 230,000 บาท ซึ่งถือว่าน้ำท่วมครั้งนี้หนักที่สุดในรอบ 10 ปี

ที่มา>>>ข่าวสด