หนุ่มวัย 20 ปีซิ่งเก๋งสปอร์ต พุ่งชนเสาไฟฟ้า-ไฟลุกท่วมวอดทั้งคันที่พุทธมณฑล

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 26 มกราคม พ.ต.ต.กิตติ์ธิพณ อุดมศิริพัชร สารวัตรเวรสภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งสปอร์ตซิ่งชนเสาไฟฟ้าและเกิดเพลิงลุกไหม้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เหตุเกิดบริเวณถนนศาลายา-นครชัยศรี ก่อนถึงปากทางเข้าโรงพยาบาลพุทธมณฑล หมู่ที่ 3 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลศาลายา เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้งในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งถูกไฟลุกไหม้อย่างหนักจนท่วมทั้งคัน โดยรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ในทิศทางหมุนหัวรถกลับย้อนศร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันจึงฉีดน้ำสกัดใช้เวลา 25 นาที จึงสามารถดับไฟที่ลุกไหม้รถได้
จากการตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถเก๋งสปอร์ต 2 ประตู ยี่ห้อนิสสัน รุ่น z350 ทะเบียน ษร 89 กรุงเทพ ถูกไฟไหม้เสียหายวอดทั้งคัน ส่วนคนขับทราบชื่อต่อมาคือนายธนบดี จิตตา อายุ 20 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลพุทธมณฑล ในที่เกิดเหตุยังมีเสาไฟฟ้าส่องสว่างหัก 1 ต้น เสาไฟฟ้าแรงสูงหัก 1 ต้นและชิ้นส่วนรถยนต์กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนจากพยานที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เห็นรถคันดังกล่าวขับออกมาจากหมู่บ้านเอื้ออาทร 3 ต.ศาลายา โดยขับรถมาด้วยความเร็ว ก่อนจะเสียหลักพุ่งขึ้นชนต้นไม้ริมถนนหัก จากนั้นรถแฉลบไปชนกับเสาไฟฟ้าข้างทางหักทั้ง 2 ต้น ส่วนรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวได้หมุนเคว้งไปกลางถนนชนกับแท่งแบริเออร์อีกครั้งจนเกิดไฟลุกท่วม ส่วนคนขับรถนั้นสามารถวิ่งหนีออกมาจากตัวรถได้ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ช่วยกันพาคนขับไปตรวจร่ายกายที่โรงพยาบาล

ที่มา>>>ข่าวสด

พ่อรุดจี้คดีดญ.6ขวบโดนเสาไฟสนามกีฬาไฟรั่ว-ชอร์ตอาการโคม่า

 เมื่อเวลา 11.45 น.วันที่ 11 ส.ค. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้พาพ่อและย่าของเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 6 ขวบที่วิ่งเล่นในลานกีฬาชุมชนวัดคลองเตยใน ย่านคลองเตย กทม. โดยดญ.เอเกิดไปแตะกับเสาไฟฟ้าส่องสว่างจนถูกไฟชอร์ตจนอาการโคม่า ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ร.พ.จุฬาฯ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเข้าพบพ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.ท่าเรือ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี นางปวีณากล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางผู้ปกครองของดญ.เอได้เข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวนสน.ท่าเรือแล้ว และทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบตามขั้นตอนแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างรอผลพิสูจน์ทราบว่า เป็นหน่วยงานใดจะต้องรับผิดชอบกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองดญ.เอเกรงว่าจะไม่มีหน่วยงานใดเข้ารับผิดชอบจึงได้เข้า จึงร้องเรียนกับทางมูลนิธิปวีณาฯให้ช่วยเป็นสื่อกลาง

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มใหญ่เมาหนัก ขับเก๋งซิ่ง ชนซุ้มวิน จยย.พังยับ เจ็บระนาว 8 คน

วันที่ 11 ก.ค. ร.ต.อ.ประมาณ ยวนยี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งชนซุ้มจักรยานยนต์รับจ้าง มีผู้บาดเจ็บหลายราย บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านรังสิตซิตี้ ถนนรังสิต-ปทุมธานี ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุพบรถเก๋งวอลโว รุ่น 940 จีแอล สีขาว หมายเลขทะเบียน จษ 288 กทม. พุ่งชนซุ้มวินจยย.รับจ้าง จนพังลงมา ส่วนรถเก๋งพังเสียหายยับเยิน โดยมีนายอู๋ เทพแดง อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/53 หมู่ 6 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตกและเจ็บที่หน้าอก พบว่าอยู่ในสภาพเมาสุราอย่างหนัก พูดจาไม่รู้เรื่อง นอกจากนี้ยังพบผู้บาดเจ็บเป็นวินจยย. 3 คน นอนร้องโอดครวญขอความช่วยเหลือ และรถจยย.ได้รับความเสียหาย 3 คัน นอกจากนี้ยังพบว่ารถเก๋งคันดังกล่าวพุ่งชนกับรถจยย.ยามาฮ่ามีโอ สีแดง หมายเลขทะเบียน ฬมว 980 กทม. มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง 1 ราย และเด็กหญิงอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่จึงทยอยนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลปทุมธานี, โรงพยาบาลปทุมเวช และโรงพยาบาลกรุงสยามเซนคาลอส และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 2 ราย ไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล รวมผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 8 ราย มี 2 ราย อาการสาหัสสอบสวนคนขับวินจยย.รับจ้าง ให้การว่า ขณะจอดรอรับผู้โดยสารอยู่ เห็นรถเก๋งคันดังกล่าวขับออกมาจากหมู่บ้านด้วยความเร็ว จากนั้นเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่อยู่ก่อนถึงวินจยย.รับจ้าง แล้วเสียหลักพุ่งเข้าชนวินจยย.อย่างจัง ทำให้เพื่อนในวินได้รับบาดเจ็บกันระนาวขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน ทราบว่า รถเก๋งคันดังกล่าวขับส่ายไปมาออกมาจากหมู่บ้านด้วยความเร็ว จากนั้นวิ่งชนกับรถจยย.หญิงสาวและเด็กที่ขับออกมาจากหมู่บ้านอย่างจัง จนกระเด็นไปคนละทิศละทาง จากนั้นรถเก๋งคันดังกล่าวยังได้ขับต่อมาด้วยความเร็วแล้วเสียหลักไปชนกับวินจยย.รับจ้างอย่างแรง เบื้องต้นพบว่าคนขับอยู่ในอาการคล้ายเมาสุรา หลังจากนี้จะได้นำตัวนายอู๋ ไปตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย พร้อมทั้งสอบปากคำอย่างละเอียด ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ต่อหัวเสือนับพันตัวรุมต่อยชาวบ้านนั่งกินก๋วยเตี๋ยว บาดเจ็บกันระนาว-แจ้งจนท.เร่งจัดการ

 วันที่ 28 มิ.ย. ชาวบ้านแจ้งว่ามีรังต่อหัวเสือขึ้นไปทำรังบนเสาไฟฟ้าหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว และตัวต่อลงมาต่อยลูกค้าได้รับบาดเจ็บหลายราย สร้างความเดือดเป็นอย่างมาก ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่บ้านหนองปรือ ตั้งอยู่เลขที่ 430 หมู่ 1 ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นร้านอาหารตามสั่งและร้านก๋วยเตี๋ยว ตั้งอยู่ริมถนนของชุมชน โดยบนเสาไฟฟ้าด้านหน้าร้าน มีต่อหัวเสือมาทำรังขนาดใหญ่อยู่ และมีตัวต่อบินเข้าออกรังตลอดเวลา นายโกศล ลือพงศกร อายุ 60 ปี เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง เปิดเผยว่า ตนกับภรรยาใช้หน้าบ้านเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง และก๋วยเตี๋ยว ซึ่งปกติก็จะมีลูกค้าในชุมชนมาอุดหนุนเป็นจำนวนมากทุกวัน แต่ช่วงต้นปีนี้มีต่อหัวเสือมาทำรังอยู่บนเสาไฟฟ้าหน้าร้าน และเริ่มขยายรังใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนมีเส้นผ่าศูนย์กลางรังประมาณ 60 เซนติเมตร กระทั่งช่วง 2 เดือนมานี้ ตัวต่อเริ่มมีจำวนมากขึ้น และเมื่อใดที่มีฝนตกลงมาก็จะแตกรังบินลงมานับพันตัว และต่อยลูกค้าได้รับบาดเจ็บไปแล้วหลายราย จนบางครั้งต้องปิดร้านหนี สร้างความเดือดร้อนให้กับร้านของตนเป็นอย่างมาก ซึ่งตนก็ได้แจ้งไปที่เทศบาลตำบลโพธิ์กลางให้มาช่วยกำจัดต่อแล้ว แต่ทางเทศบาลฯ บอกว่าการไฟฟ้ายังไม่สามารถดับไฟให้ได้ เนื่องจากเป็นสายเมนหลักของชุมชน จึงต้องให้รอไปก่อน จนถึงขณะนี้ก็รอมานับเดือนแล้วยังไม่มีหน่วยงานใดมากำจัดรังต่อให้ จึงทำให้ครอบครัวของตนเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะขายของไม่ได้ ลูกค้าหายไปจากร้านกว่าครึ่ง ดังนั้นจึงขอร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยกำจัดให้โดยเร็วด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึก! เพลิงไหม้สายไฟลามรถส่งโฟม-พลาสติก ที่ศรีมหาโพธิ หวิดวอดทั้งตลาด

หนุ่มร้อยเอ็ด รับจ้างส่งโฟม-พลาสติก ขับกระบะมาจอดหน้าตลาดท่าประชุม อ.ศรีมหาโพธิ เตรียมลงของ ระทึก ประกายไฟจากเสาไฟฟ้าร่วงใส่ เพลิงลุกพึ่บวอดเกือบทั้งคัน ดับเพลิงรุดสกัด โชคดีไม่ลามร้านค้า คาดไฟลัดวงจร

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 59 ร.ต.ท.เชิดศักดิ์ พันธุ์พาณิชย์ พงส.สภ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้รถหน้าตลาดท่าประชุม อ.ศรีมหาโพธิ จึงเร่งประสานรถดับเพลิงสถานีดับเพลิงเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ผบ 1804 ขอนแก่น ลุกไหม้ช่วงกระบะหลังที่มีชิ้นส่วนเป็นโฟมและพลาสติกจำนวนมาก ซึ่งจอดอยู่หน้าตลาดท่าประชุม เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำจนสามารถควบคุมเพลิงได้ ก่อนที่เพลิงจะลุกลามไปยังร้านค้าที่เป็นย่านเศรษฐกิจ มีร้านค้าลักษณะห้องแถวเรือนไม้จำนวนมาก ท่ามกลางความตกใจของพ่อค้าแม่ค้าเพลิงกำลังโหมไหม้รถส่งสินค้าประเภทโฟม-พลาสติกอย่างรุนแรง หน้าตลาดท่าประชุม

จากการสอบสวน ทราบว่าในช่วงที่รถกระบะคันดังกล่าวได้มาจอดริมฟุตปาทใต้สายไฟฟ้า เป็นช่วงที่ไฟฟ้าลัดวงจรจนเกิดประกายไฟจากเสาไฟฟ้าที่อยู่ข้างรถ จนเกิดเพลิงลุกไหม้ทันที ส่วนร้านค้าได้รับความเสียหายบริเวณหลังคากันสาด และสินค้าที่วางจำหน่าย ส่วนรถกระบะไหม้เสียหายเกือบทั้งคัน และหลังเกิดเหตุยังทำให้ไฟฟ้าดับทั้งตลาด สัญญาณโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ตใช้การไม่ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เร่งประสานดำเนินการซ่อมแซมสภาพรถ หลัง จนท.ดับเพลิงฉีดน้ำสกัด ถูกเพลิงไหม้เสียหายเกือบทั้งคัน

ด้านเจ้าของรถทราบชื่อ นายสุรชัย มงคลศรี อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 31/1 หมู่ 15 ต.เกษตรวิสัย อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า รับจ้างขนสินค้าประเภทโฟมและพลาสติกมาจาก จ.ชลบุรี และเข้าจอดบริเวณดังกล่าวเพื่อนำสินค้าส่งไปตามร้านค้า ระหว่างที่กำลังจะลงสินค้า มีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นที่สายไฟฟ้าด้านบน จากนั้นเพลิงก็ลุกไหม้ที่สินค้าอย่างรวดเร็ว ส่วนความเสียหายมูลค่าประมาณ 500,000 บาท.

ที่มา>>>Thairath