2 คนร้ายในคราบผู้โดยสารปล้นแท็กซี่ชิงเงินสด คัตเตอร์กรีดแขนโชเฟอร์เลือดสาด

 เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 6 ก.ย. พ.ต.ท.เชิดศักดิ์ ประกอบสุข พงส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้รับแจ้งจากนายนพพล ดีเส็ง อายุ 46 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ อยู่บ้านเลขที่ 2989/6 หมู่ที่ 3 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ว่ามีคนร้าย 2 คนใช้อาวุธมีดคัตเตอร์ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนชิงเงินสดจำนวน 2,000 บาท หลบหนีไป บริเวณหน้าหมู่บ้าน เคซี ถนนประชาอุทิศ-คู่สร้าง หมู่ที่ 9 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ขณะนี้กำลังขับรถแท็กซี่ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลบางจาก จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.ฤกธิ์ชัย แสงสว่าง รอง.ผกก.สส.พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บริเวณหน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลพบ นายนพพล ผู้ได้รับบาดเจ็บยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า สวมกางเกงสแลคสีดำ รองเท้าผ้าใบ บริเวณแขนเสื้อข้างซ้ายชุ่มไปด้วยเลือดเมื่อเปิดแขนเสื้อดูพบว่า มีบาดแผลถูกของมีคมบาดเป็นแผลเหวอะวะ ยาวประมาณ 10 ซม. เจ้าหน้าที่พยาบาลต้องรีบนำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน เพื่อทำการห้ามเลือดและเย็บบาดแผล ก่อนจะนำไปพักรักษาตัวในห้องคนไข้รวม บริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาลพบรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น ลิโม้ สีส้ม ของสหกรณ์บวรแท็กซี่ จำกัด หมายเลขทะเบียน ทว 1718 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่บริเวณพนักพิงข้างคนขับมีรอยเลือดเปรอะเปื้อนเกือบทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงถ่ายรูปเพื่อประกอบสำนวนคดี จากการสอบถาม นายนพพล ทราบว่า ตนมีอาชีพขับรถแท็กซี่มานานกว่า 6 ปี ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. ขณะที่ตนกำลังจะขับรถแท็กซี่คู่ใจกลับบ้านพักซึ่งอยู่ฝั่งสำโรง ได้มีชาย 2 คน อายุประมาณ 30-35 ปี และอายุประมาณ 20-25 ปี แต่ตัวเหมือนนักท่องราตรีโบกเรียกรถตนบริเวณทางลงด่วน กม.9 พร้อมว่าจ้างให้ไปส่งบริเวณซอยประชาอุทิศ 90 ก่อนที่ชายอายุ 30-35 ปีจะเปิดประตูหน้ารถขึ้นมานั่งข้างคนขับส่วนอีกคนนั่งเบาะหลัง ในระหว่างที่รถวิ่งมาถึงปากซอยประชาอุทิศ 90 คนร้ายที่นั่งมาเบาะหน้าบอกว่า ไม่ต้องเลี้ยวเข้าซอยให้วิ่งตรงไปเรื่อยๆ ถึงแล้วจะบอก กระทั่งขับมาถึงบริเวณด้านหน้าหมู่บ้าน เคซี คนร้ายที่นั่งเบาะหลังได้ใช้มือขวาล็อกคอตน พร้อมสั่งให้นำทรัพย์สินที่มีค่าส่งมาให้หมด ส่วนคนร้ายที่นั่งเบาะข้างคนขับชักมีดคัตเตอร์ที่เตรียมมาออกจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาจี้ขู่จะฆ่าให้ตาย ตนยกมือไหว้ร้องขอชีวิตและพยายามขัดขืน คนร้ายที่นั่งเบาะข้างเห็นท่าไม่ดีจึงใช้มีดคัตเตอร์กรีดไปบนแขนตนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะชวยกันค้นตัวหยิบเงินสดเป็นธนบัตรราคาต่างๆ และเงินเหรียญรวม 2,000 บาท ลงจากรถแล้ววิ่งหนีไปท้ายหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ตนจึงรีบหยิบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยเหลือ แต่เนื่องด้วยเลือดบริเวณแขนข้างซ้ายไหลเยอะ และมีอาการปวดแผลจึงตัดสินใจขับรถไปโรงพยาบาลเอง และแจ้งให้เจ้าหน้าที่พยาบาลทราบ เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้อีกครั้ง

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังฝ่ายสืบสวน เพื่อตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาข่าวและหาพยานข้างเคียงก่อนที่จะตรวจสอบภาพจากกล้อง CCTV ที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุเพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

‘อาคม’ กำชับ ทอท. คุมเข้มแท็กซี่เอาเปรียบฟันค่าโดยสารเกินจริง

อาคม กำชับ ทอท. เพิ่มความเข้มงวดกำกับดูแลพฤติกรรมผู้ขับขี่แท็กซี่ ไม่ให้เอาเปรียบผู้โดยสาร เก็บค่าโดยสารแพงเกินจริง พร้อม ขอความร่วมมือแท็กซี่ทุกคันติดป้ายMETER ONLY เพื่อสร้างความมั่นใจ ระบุ เตรียมจัดโซนนิ่งแท็กซี่ใหม่ ให้ผู้โดยสารเลือกก่อนใช้บริการ …

วันที่ 7 เม.ย.59 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึง แนวทางการกำกับดูแลพฤติกรรมผู้ขับขี่แท็กซี่ที่ให้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะมีประชาชนเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ว่า ได้กำชับให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ทอท. ซึ่งเป็นผู้บริหารสนามบินทั้ง 2 แห่ง เพิ่มความเข้มงวดการกำกับดูแลพฤติกรรมผู้ขับขี่แท็กซี่ ไม่ให้เอาเปรียบค่าโดยสารกับประชาชนรวมทั้งนักท่องเที่ยว เบื้องต้นได้สั่งการให้ทอท. กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จัดกำลังเจ้าหน้าที่มาประจำที่จุดให้บริการแท็กซี่ทุกจุด รวมทั้งประสานไปยัง คสช. เพื่อขอกำลังทหารบางส่วนมาช่วยตรวจสอบพฤติกรรมแท็กซี่ทุกคันที่ให้บริการด้วย

นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ขับขี่แท็กซี่ในสนามบินทุกคันติดตั้งป้ายเขียนข้อความภาษาอังกฤษให้เห็นเด่นชัดว่า METER ONLY เพื่อประชาสัมพันธ์และให้ความมั่นใจกับผู้โดยสาร โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติว่าแท็กซี่สนามบินทุกคันมีการคิดค่าโดยสารตามอัตรามิเตอร์ ซึ่งจะไม่มีการเอาเปรียบหรือหลอกลวงเก็บค่าโดยสารแพงเกินจริง อย่างเช่น กรณีของแท็กซี่รายหนึ่งที่มีการเรียกเก็บค่าโดยสารสูงถึง 6,000 บาท

ส่วนการกำกับดูแลการเดินทางผ่านบริเวณจุดตัดรถไฟกันถนนนั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ประสานไปยังอาสาสมัครของกรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) และองค์กรปกครองท้องถิ่น ให้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาเสริมกับเจ้าหน้าที่ของ รฟท. เพื่อมาประจำจุดตัดทั้ง 2,500 แห่งทั่วประเทศ โดยเบื้องต้น รฟท. ได้จัดส่งตารางการเดินรถไฟในแต่ละวันแจกจ่ายไปยังเจ้าหน้าที่ประจำจุดตัดแล้ว เพื่อให้ช่วยกันโบกรถป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีก แล้วยังสั่งการให้ ทช. และทล. ไปทำสัญลักษณ์เตือนบนพื้นทางก่อนถึงจุดตัดรถไฟทุกจุดทั่วประเทศ โดยให้ทาสีพื้นทางเป็นสีแดงและมีรูปรถไฟสีดำอยู่ตรงกลาง เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่รถยนต์ระมัดระวังก่อนขับผ่านบริเวณจุดตัดรถไฟ

นายอาคม กล่าวต่อว่า สำหรับการกำกับดูแลแท็กซี่สนามบินในระยะยาว ในส่วนของสนามบินสุวรรณภูมิ ทอท. เตรียมที่จะจัดโซนนิ่งแท็กซี่ใหม่ โดยแบ่งการให้บริการออกเป็นเส้นทางระยะไกลและระยะใกล้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้โดยสารได้เลือกก่อนที่จะใช้บริการ ซึ่งจะทำให้ประหยัดเวลาในการเข้าคิวรอทั้งผู้ใช้บริการและแท็กซี่

ทั้งนี้ ทอท. จะกลับไปพิจารณาว่าจะโซนนิ่งโดยแบ่งตามระยะทางที่ห่างจากสนามบิน หรือแบ่งตามเขตพื้นที่ เบื้องต้นอาจจะใช้ไม่ทันในช่วงสงกรานต์นี้ ส่วนสนามบินดอนเมือง จะแก้ไขปัญหาด้วยการเพิ่มปริมาณแท็กซี่ให้เพียงพอกับความต้องการ เบื้องต้น ทอท. จะทำการจัดบัตรคิวให้กับผู้โดยสารที่มารอใช้บริการ โดยในบัตรคิวจะมีระยะเวลาการรอใช้บริการแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบ หากคิดว่าระยะเวลาการรอรถนานเกินไป ผู้โดยจะได้สามารถตัดสินใจได้ว่าจะหันไปใช้ระบบขนส่งในหมวดอื่นแทน.

ที่มา>>>Thairath