ใครไปยูเออีให้ระวัง ห้ามพูดเรื่องตัดสัมพันธ์กาตาร์ ฝ่าฝืนคุก 15 ปี ปรับ 5 ล้าน!!

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี แจ้งถึงกรณีที่หลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งรวมถึงยูเออี ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศกาตาร์

มีใจความว่า ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศเตือนประชาชนทุกคนที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ห้ามกล่าวถึงหรือวิจารณ์เหตุการณ์การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างยูเออีกับกาตาร์ในโซเชียลมีเดียส่วนตัวโดยเด็ดขาด

หากฝ่าฝืนหรือเจ้าหน้าที่ตรวจพบ อาจต้องเสียค่าปรับ 500,000 ดีแรห์ม หรือราว 5 ล้านบาท และถูกจำคุกได้ โดยมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี ดังนั้น สถานเอกอัครราชทูตไทยฯจึงขอแนะนำให้คนไทยที่เดินทางหรือพักอยู่ในยูเออีหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่อาจเข้าข่ายดังกล่าว

ที่มา:ข่าวสด

แม่ช็อก! กลับบ้านเจอลูกชายวัย17มีเซ็กซ์กับครูสาววัย40 ฝ่ายหญิงบอกถูกลวนลาม-ถ่ายคลิป

เว็บไซต์ไลฟ์ของรัสเซียรายงานเหตุอื้อฉาวในวงการศึกษาว่า นายเบโฮ อายุ 17 ปี จากโรงเรียนเอกชนหรู ถูกแม่จับได้ขณะมีเพศสัมพันธ์กับ น.ส.อิรีนา อายุ 40 ปี ครูภาษาอังกฤษจากโรงเรียนเดียวกัน ซึ่งแม่ว่าจ้างให้มาติวภาษาอังกฤษให้ลูกชายเตรียมสอบแอดมิชชั่นที่บ้าน

เหตุเกิดที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย คุณแม่ยื่นคำร้องให้ผอ.โรงเรียนไล่ครูสาวรายนี้ ต่อมาทางโรงเรียนให้น.ส.อิรีนาเขียนใบลาออกด้วยความสมัครใจ และย้ายไปที่โรงเรียนอื่นแล้วรายงานระบุว่า ทางโรงเรียนเอกชนหรูรับน.ส.อิรีนาเข้ามาตั้งแต่กลางเดือนม.ค. โดยบุคลากรแนะนำว่า เก่งและมีความสามารถในการทำงาน 7 ปี แต่ไม่ทราบเหตุอื้อฉาวที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายบาโฮมีชื่อเสียงในฐานะหนุ่มหล่อพิชิตใจสาวที่โรงเรียน และเสพติดความต้องการทางเพศ เนื่องจากชอบโพสต์เรื่องเซ็กซ์และติดตามกรุ๊ป 18+ ในโซเชี่ยลมีเดีย นอกจากนี้ ลูกศิษย์หนุ่มยังถ่ายคลิปวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์กับครูสาววัย 40 ปี ด้วยน.ส.อิรีนาให้การกับตำรวจว่า ลูกศิษย์ชวนตนไปที่บ้านโดยอ้างว่าติวหนังสือและลวนลามทางเพศ แต่พ่อแม่นักเรียนต้องการดำเนินคดีน.ส.อิรีนา ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ขณะนี้ตำรวจพิจารณาคำร้องและสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

การถ่ายภาพอาหารในอินสตาแกรม อาจมีผลให้เราอ้วนขึ้นได้

การถ่ายภาพอาหารในอินสตาแกรม อาจมีผลให้เราอ้วนขึ้นได้ปัจจุบันมีการส่งภาพอาหารขึ้นโซเชียลมีเดียกันเป็นจำนวนมาก มีการติด hashtag ที่เกี่ยวข้อกับอาหาร ไม่ว่าจะเป็น #food, #foodporn #instafood หรือ #yummy มีคำที่นิยมใช้กันนับร้อย ๆ คำ และใน อินสตาแกรมก็มีรูปอาหารจำนวนมหาศาล คาดว่าน่าจะมีถึง 438,921,588 รูปเลยทีเดียว

ซึ่งนั่นทำให้อาหารกลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเครือข่ายสังคมออนไลน์ รูปอาหารมีมากในโซเชียลมีเดีย เนื่องจากถ่ายง่าย ทำง่าย และใคร ๆ ก็ชอบดู บริษัทวิจัยตลาด 360i บอกว่า 25 เปอร์เซนต์ของการถ่ายทำรูปอาหารขึ้นไปบนโซเชียลมีเดียนั้น ก็เกิดขึ้นมาจากความต้องการข้อมูลของผู้คนนั่นเองทุกวันนี้ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ถ่ายรูปอาหารที่จะรับประทาน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชิวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังพบว่า 22 เปอร์เซ็นต์ของภาพอาหาร ก็คือการนำเสนอวิธีการทำอาหาร ซึ่งผู้นำเสนอนั้น มีความรู้สึกภาคภูมิใจการถ่ายภาพอาหารของตนเองนั้นก่อนรับประทานในทุกวันนี้เป็นเสมือนเป็นพิธีที่ต้องทำ คล้าย ๆ กับที่บางคนสวดมนต์ก่อนการรับประทานอาหาร

นักจิตวิทยาบอกว่า คนที่ต้องถ่ายรูปอาหารก่อนรับประทานนั้น เขารู้สึกพึงพอใจในอาหารมากกว่าคนที่นั่งรับประทานไปเลยโดยไม่ถ่ายรูปก่อน ยิ่งใช้เวลาถ่ายนาน ก็ยิ่งมีความสุขกับการรับประทานมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน คนที่ดูภาพอาหารที่ถูกถ่ายมา ก็ยังรู้สึกตามไปด้วยว่า อาหารนั้นอร่อยมีการพบข้อมูลด้วยว่า การถ่ายภาพอาหาร ลงภาพอาหารบ่อย ๆ นั้นอาจจะมีผลต่อพฤติกรรมที่ผิดปกติในการรับประทานอาหารได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมนี้ มีผลต่อการมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น Business2Community ระบุว่า อาหารที่ถูกโพสต์ขึ้นไป มักจะเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มน้ำหนัก

โดยอาหารจำพวก ฮ๊อทด๊อก โดนัท เบอร์เกอร์ สเต็ค ทาโก ติดอยู่ 1 ใน 10 ของอาหารที่มีการโพสต์กันมากที่สุด รวมทั้งพิซซ่า ซึ่งเป็นอาหรที่ที่มีคาโลรี่สูง อย่างไรก็ตามการโพสต์รูปอาหารก็มีแง่ที่ดีในการช่วยผู้ที่เป็นโรคเบื่ออาหารได้เช่นกัน เพราะมันทำให้พวกเขาเกิดความรู้สึกอยากอาหารมากขึ้นNathalie Nahai นักจิตวิทยา กล่าวว่า เมื่อเราจะถ่ายรูปอาหารบนโต๊ะของเรา ให้นึกถึงว่า ในช่วงเวลานั้น มีภาพอาหารจำนวนมากกว่า 200,000 ภาพ กำลังถูกถ่ายและโพสต์ขึ้นไปบนอินสตาแกรมเช่นกัน รูปอาหารเป็นภาษาที่สามารถสื่อสารกันได้ทั่วโลก มันสามารถแชร์ความหลากหลายของชิวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรม ซึ่งทำให้โลกของเราผสมกลมกลืนเข้าหากันได้ทั่วทุกมุมโลก


“สำหรับชาวบุรีรัมย์ ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ บุรีรัมย์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO บุรีรัมย์ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

คลิปว่อนสาวแข่งกิน”กล้วย”ที่เสียบไว้บนตักผู้ชาย-โซเชี่ยลด่ากระเจิง

เว็บไซต์ นูร์ ของคาซัคสถานนำเสนอคลิปวิดีโอกิจกรรมอื้อฉาว เป็นการแข่งขันกินกล้วย โดยผู้หญิงจะต้องกินกล้วยระหว่าง “ง่ามขา” ผู้ชายที่นั่งเก้าอี้ แล้วผู้หญิงอีกคนจับกล้วยไว้

 นายตัลกัต รามาซานูลี ส.ส.ของพรรค “นูร์ โอตัน” ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเสียงมากในคาซัคสถาน เผยแพร่คลิปดังกล่าวในเฟซบุ๊ค เพื่อประณามและขอให้ประชาชนเริ่มแก้ปัญหาสังคม ขณะที่ชาวโซเชี่ยลมีเดียต่างวิพากษ์วิจารณ์กิจกรรมสึดอุบาทว์ลักษณะนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

อย่างโหด! 6 คนจีนจับจระเข้ต้มในกระทะเดือดๆแล้วแชร์ว่อนออนไลน์

เว็บไซต์ เซี่ยงไฮ้อิสต์ ของจีนรายงานว่า ในโซเชี่ยลมีเดียวีแชต” ของจีนมีการส่งต่อคลิปวิดีโอ เป็นกลุ่มชาวบ้าน 6 คน ซึ่งจับจระเข้ความยาว 1 เมตรต้มในกระทะที่น้ำเดือดๆ ภายในมณฑลอานฮุย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อเห็นคลิปวิดีโอจึงออกแถลงการณ์สอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากจระเข้ฉางเฉียงถูกขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งเป็นการทำผิดกฎหมาย ภายหลัง ชาวบ้านคนหนึ่งในกลุ่มเข้ามอบตัวและเปิดเผยรายชื่อผู้ร่วมก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงสามารถติดตามจับกุมได้ทั้งหมด ซึ่งถูกตั้งข้อหาล่าและฆ่าสัตว์สงวน ก่อนหน้านี้ มณฑลอานฮุยเจอกับน้ำท่วมซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาล รวมถึงจระเข้ 92 ตัว ซึ่งหลุดออกมาจากฟาร์มด้วย โดยเจ้าหน้ากล่าวว่า จระเข้ส่วนใหญ่ถูกจับได้ ทั้งนี้ จระเข้ฉางเจียงอาศัยอยู่ในแม่น้ำแยงซีเกียงและมีขนาดเล็กที่สุดในโลก คาดว่า มีประชากรจระเข้ฉางเจียงเหลือ 120 ตัว เท่านั้น

ที่มา>>>ข่าวสด

ปากีฯช็อก! สาวเซเลบเฟซบุ๊กถูกพี่ชายฆ่า -อ้างรักษาเกียรติ

เอเอฟพีรายงานวันที่ 16 ก.ค. ว่า เกิดคดีสังหารด้วยข้ออ้างรักษาหน้าตาของตระกูลอีกครั้งในปากีสถาน เหยื่อรายล่าสุดเป็นดาวดังในโลกโซเชียลมีเดียเฟซบุ๊ก ชื่อ กานดีล บาลอช ผู้ได้รับคำชื่นชมจากกลุ่มคนรุ่นใหม่และฝ่ายเสรีนิยมว่ากล้าที่จะแสดงออกและวิจารณ์ฝ่ายอนุรักษนิยม ถูกพี่ชายตนเองรัดคอจนตาย อ้างว่าทำให้ครอบครัวเสื่อมเสียชื่อเสียง เหตุดังกล่าวเป็นคดีช็อกชาวปากีสถานไปทั่ว ผู้คนต่างส่งสารแสดงความเสียใจกับเหยื่อ พร้อมเรียกร้องให้รัฐมีมาตรการออกมาจัดการกับการสังหารเช่นนี้ได้แล้ว หลังจากเกิดคดีสะเทือนขวัญมาอย่างต่อเนื่อง แต่กฎหมายกลับทำอะไรไม่ได้ เพราะบทบัญญัติเปิดช่องให้ผู้ลงมือรอดพ้นคดีได้ หากญาติเหยื่อไม่เอาความ ส่วนฝ่ายสายเคร่งเขียนข้อความซ้ำเติมว่า หญิงสาวสมควรลงเอยเช่นนี้ เพราะไม่รู้จักอาย นายตำรวจสุลต่าน อาซัม ในเมืองมุลทาน ให้สัมภาษณ์เอเอฟพีว่า คดีนี้ส่อเค้าเป็นเรื่องสังหารเพื่อรักษาเกียรติ ในช่วงที่หญิงสาวเดินทางไปพร้อมกับสมาชิกในครอบครัว จากนครการาจี ไปยังหมู่บ้านมุซซาฟาราบัด ในจังหวัดปัญจาบ เพื่อฉลองในช่วงวันหยุด ซึ่งพี่ชายหญิงสาวอยู่ที่บ้านด้วย กระทั่งหญิงสาวถูกสังหารในวันศุกร์ที่ 15 ก.ค. ทางครอบครัวแจ้งว่าพี่ชายผู้ตายหนีไปแล้ว

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า เหตุเกิดขึ้นหลังจากหญิงสาวเพิ่งโพสต์รูปเซลฟี่กับนักเทศน์ชื่อดัง มุสติ กาวี พร้อมข้อความว่าดื่มน้ำอัดลมและสูบบุหรี่ด้วยกันในช่วงรอมฎอน จนถูกตำหนิจากกลุ่มสายเคร่งอย่างกว้างขวาง  บาลอชมีชื่อเสียงในปากีสถานตั้งแต่ปี 2557 หลังจากโพสต์คลิปวิดีโอที่ตนเองยืนพูดกับกล้องและถามว่า “ฉันหน้าตาเป็นอย่างไรงั้นรึ” จากนั้นก็มีภาพถ่ายและการตั้งคำถามท้าทายเรื่องต้องห้ามในสังคม ทำให้หญิงสาวได้รับเสียงชื่นชมจากกลุ่มเสรีนิยม

ที่มา>>>ข่าวสด