ชาวสุรินทร์ถ่ายคลิปปิกอัพไร้น้ำใจ ไม่หลีกทางให้รถฉุกเฉินที่กำลังนำผู้ป่วยวัย70ส่งไอซียู

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้รับคลิปวีดีโอ ซึ่งถ่ายจากโทรศัพท์มือถือของญาติผู้ป่วยรายหนึ่ง (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) ซึ่งเป็นชาว อ.สังขะ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวของผู้ขับขี่รถยนต์คันหนึ่งที่ไม่ยอมหลีกทางให้รถพยาบาลฉุกเฉินที่กำลังเคลื่อนย้ายผู้ป่วยชราที่อยู่ในอาการวิกฤติ

โดยญาติผู้ป่วยระบุว่า ขณะที่รถฉุกเฉินของรพ.สังขะกำลังนำตัวผู้ป่วยอายุ 70 กว่าปี ซึ่งอยู่ในอาการป่วยขั้นวิกฤติ กำลังถูกนำตัวส่งต่อยังโรงพยาบาลสุรินทร์ระยะทางกว่า 50 กิโลเมตรอย่างเร่งด่วน โดยมีลูกหลานและญาติขึ้นรถฉุกเฉินมาด้วย เพื่อติดตามอาการด้วยความเป็นห่วง ระหว่างที่รถฉุกเฉินเดินทางมาถึงถนน 4 เลน บริเวณเลยปั๊มน้ำมัน ปตท.สลักได ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ มาเล็กน้อย ก็พบกับรถกระบะอีซูซุ 4 ประตู สีน้ำเงิน ไม่เปิดเผยหมายเลขทะเบียนวิ่งอยู่เลนขวา โดยไม่ยอมหลีกทางหรือหลบซ้ายให้รถผู้ป่วยฉุกเฉิน

“แม้ว่ารถฉุกเฉินจะพยายามส่งสัญญาณเปิดไฟขอทางแล้วหลายครั้งก็ตาม ก็ไม่เป็นผล ประกอบกับถนนเลนซ้าย ก่อนเข้าตัวเมืองดังกล่าว เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดเส้นทางหลายกิโลเมตร ซึ่งผู้ที่สัญจรบนถนนดังกล่าวจะทราบดีว่าถนนเส้นนี้ มีปัญหาเรื่องพุพังเป็นหลุมเป็นบ่อมานาน ตั้งแต่สร้างถนนเสร็จใหม่ๆก็มีปัญหามานักต่อนักและเกิดอุบัติเหตุบ่อย โดยเฉพาะกับผู้ขับขี่รถจักรยายนต์ ถึงแม้จะมีการปะถนนซ่อมแซม แต่ก็ไม่เรียบนัก”

ทำให้รถผู้ป่วยฉุกเฉิน ไม่สามารถแซงซ้ายได้อย่างที่เห็นในภาพ เพราะเกรงจะเกิดอันตรายและสะเทือนถึงอาการผู้ของป่วยได้ จนต้องขับตามมาอีกกว่า 3 กิโลเมตรจนถึงบริเวณ 4 แยกเลี่ยงเมืองไอคิว อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งถนนเริ่มดีขึ้น รถผู้ป่วยฉุกเฉินจึงเบี่ยงซ้ายแซงรถยนต์ที่เห็นแก่ตัวคันดังกล่าวออกไป และรีบไปส่งผู้ป่วยต่อที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยยังนอนรักษาตัวอยู่ที่ห้อง ICU

ขณะที่ญาติผู้ป่วยได้ตัดสินใจนำคลิปวีดีโอดังกล่าวให้สื่อมวลชนนำเสนอนั้น เพื่อสะท้อนให้เห็นผู้ขับขี่รถยนต์บางคนที่เห็นแก่ตัวไม่ยอมหลีกทางให้รถพยาบาลฉุกเฉิน ซึ่งอยากให้สังคมในประเทศไทยมีน้ำใจ เมื่อพบเห็นรถฉุกเฉิน กรุณาช่วยกันหลีกทางให้รถฉุกเฉินด้วย อย่างน้อยจะได้ย่นระยะเวลาการเดินทางของรถฉุกเฉิน เวลาแค่เสี้ยวนาที อาจเป็นเวลาชีวิตที่สำคัญที่สุดของผู้ป่วยหนักคนๆหนึ่งก็เป็นได้

ที่มา>>>ข่าวสด