สื่อต่างประเทศแห่ตีข่าว! หนุ่มสาวไทยทำท่ายาก-หัวฟาดโต๊ะกระจกเลือดอาบในม่านรูด

สื่อต่างประเทศต่างหลายสำนักรายงานข่าวจากเว็บไซต์ บางกอกแจ็ก ที่รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุจากการมีเพศสัมพันธ์อันตรายภายในห้องพักโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย หน่วยอาสาสมัครกู้ภัยรุดไปที่เกิดเหตุ พบผู้หญิงนอนจมกองเลือดบนเตียงนอน และเศษกระจกโต๊ะเกลื่อนห้องพักเจ้าหน้าที่แพทย์กู้ภัยนายหนึ่งกล่าวว่า ตำรวจบางนายเห็นว่าเป็นเรื่องตลก และมีคนจำนวนหนึ่งเข้ามาถ่ายภาพที่เกิดเหตุขณะที่คู่นอนพยายามมีเพศสัมพันธ์ท่ายากบนโต๊ะกระจก แต่บานกระจกแตกและบาดเข้าที่แขนและไหล่ของหญิงสาว ฝ่ายชายไม่มีทางเลือก จึงโทร.เรียกรถพยาบาลและตำรวจ รายงานระบุว่า ทั้งคู่จองห้องพักโรงแรมม่านรูด 3 ชั่วโมง

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวเครียดหนัก คลั่งขู่โดดตึกฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่เกลี้ยกล่อมเข้าชาร์จระทึก

เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 2 ธันวาคม 2559 ศูนวิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีผู้คิดสั้นจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ติดกับหมู่บ้านเอกมงคลถนนเทพสิทธิ์ ม.12 ต.หนองปรือ อ.บาละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณะภัย รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 8 ชั้น ซึ่งอยู่ระหว่างการปลูกสร้าง พบหญิงไทยทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.ตอง บุญภัย อายุ 41 ปี อดีดพนักงานโรงแรมชาวชัยภูมิ อยู่ในอาการคลุ้มคลั่งเดินวนไปมา ขึ้นลงตามบันไดข้างตัวอาคาร เจ้าหน้าที่พยายามเกลี่ยกล่อมแต่ก็ไม่เป็นผล จึงได้ใช้เบาะลมกางบริเวณข้างตึก

ต่อมา น.ส.ตง ได้เดินลงมาที่บริเวณบันไดชั้น 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยามเกลี่ยกล่อมชวนคุยอีกครั้งจน น.ส.ตอง เริ่มหันมาคุยด้วย จากนั้นพลเมืองดีได้แอบย่องเข้าไปทางด้านหลังและเข้าชาร์จได้อย่างปลอดภัย ก่อนนำตัวลงมาสงบสติอารมณ์ด้านล่าง ส่วนสาเหตุนั้นทางเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า น.ส.ตอง อยู่ในอาการคล้ายคนประสาทหลอนและบวกกับตกงานจึงเกิดอาการเคลียดจึงก่อเหตุโชคดีที่เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือได้ทัน

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบคาร.ร.กลางกรุงหนุ่มแคนาดาปล้นแบงก์ที่สิงคโปร์ หนีกบดานไทยค้นห้องพบเงินสด 7 แสน

 เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 ก.ค. ที่สถานกักตัวคนต่างด้าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผช.ผบตร. พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. และพ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.ทท. ร่วมกันแถลงผลการควบคุมตัวนายเดวิด เจมส์ โรช อายุ 37 ปี สัญชาติแคนาดา ภายหลังตกเป็นผู้ต้องหาที่ทางการสิงคโปร์ต้องการตัว เนื่องจากปล้นธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด สาขาฮอลแลนด์ วิลเลจ ในประเทศสิงคโปร์ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตราชเทวี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา ทางการไทยได้รับการประสานจากทางการสิงคโปร์ ให้ช่วยเหลือติดตามตัวบุคคลเป็นชาวต่างชาติก่อเหตุปล้นธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด สาขา ฮอลแลนด์ วิลเลจ ในประเทศสิงคโปร์ ก่อนได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดทั้งสิ้น จำนวน 3 หมื่นดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 750,000 บาท และเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจากประเทศสิงคโปร์ โดยหลังก่อเหตุเสร็จได้หลบหนีออกนอกประเทศ และคาดการณ์ว่าจะเข้ามาหลบซ่อนตัวภายในประเทศในแถบอาเซียนเหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า จากนั้นตนจึงสั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการสืบสวนจนกระทั่งทราบว่านายเดวิด เจมส์ โรช หลังก่อเหตุเสร็จ เดินทางหลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทยซึ่งเป็นวันเดียวกันโดยใช้เที่ยวบิน เอฟดี 0356 เส้นทางสิงคโปร์-ดอนเมือง สายการบินแอร์เอเชีย ด้วยวีซ่าประเภทนักท่องเที่ยว 30 ซึ่งระหว่างการหลบหนีเข้ามานั้นทางการประเทศไทยยังไม่ได้รับการประสานมาจากทางการประเทศสิงคโปร์ ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบข้อมูลการแจ้งที่พัก และข้อมูลที่เกี่ยวข้องจนพบว่าผู้ต้องหาแอบหลบเข้ามาพักที่โรงแรมดังกล่าว จึงนำกำลังเข้าควบคุมตัวพร้อมดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามพ.ร.บ.คนเข้าเมืองมาตรา 12 อนุ 7 มีพฤติการณ์เป็นภัยสังคม และควบคุมตัวมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมลงบันทึกข้อมูลในฐานข้อมูลบุคคลต้องห้ามไม่ให้เดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย

ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ต้องหาไม่ยินยอมให้การใดๆ โดยเรียกร้องขอทนายความ ซึ่งการร้องขอนั้นเป็นสิทธิ์ที่ทางผู้ต้องหากระทำได้ จากการตรวจค้นภายในห้องพักเจ้าหน้าที่พบหลักฐานเป็นเงินสด จำนวน 720,000 บาท โดยส่วนที่หายไปนั้นทางผู้ต้องหาได้ไปซื้อโน๊ตบุ๊ก และพบเอกสารที่บ่งชี้ว่านายเดวิด เจมส์ โรช เป็นผู้ก่อเหตุจริงแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งระหว่างนี้ทางเราจะประสานไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศสิงคโปร์และประเทศแคนาดา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ผงะคนงานก่อสร้างพบโครงกระดูกมนุษย์ คาดศพสึนามิ!

ผงะคนงานก่อสร้างโรงแรมย่านเขาหลัก จ.พังงา พบโครงกระดูกมนุษย์ฝังไว้ใต้ผืนทรายประมาณ 50 ซม. ในสภาพนอนตะแคง เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบหาญาติ หวั่นเป็นศพสึนามิเมื่อ 11 ปีที่แล้ว

เมื่อวันที่ 11 เม.ย.59 ร.ต.อ.หญิง ปาลิตา กางสิ่ว ร้อยเวร สภ.เขาหลัก ร.ต.อ.ศิริณัฐ สาริพัฒน์ สวป.สภ.เขาหลัก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกู้ภัยเขาหลัก ได้ไปตรวจสอบแคมป์คนงานก่อสร้าง หลังได้รับแจ้งจากคนงานก่อสร้างที่แคมป์ก่อสร้างโรงแรมระดับห้าดาว บ้านบางเนียง หมู่ที่ 5 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ได้ขุดพบโครงกระดูกมนุษย์จมอยู่ใต้ผืนทราย ขณะกำลังขุดทรายออกเพื่อทำเป็นแนวกำแพงรั้ว เมื่อไปถึงพบ คนงานก่อสร้างกำลังมุงดูโครงกระดูกที่พบด้วยความสนใจ กู้ภัยเขาหลักจึงได้ทำการเก็บชิ้นส่วนโครงกระดูกนำมาไว้ข้างบนถนน พบเป็นชิ้นส่วนโครงกระดูกตั้งแต่ส่วนเอวลงมาจนถึงขา ส่วนโครงกระดูกตั้งแต่หัวลงมาถึงหน้าอกยังฝังอยู่ใต้ผืนทรายในสภาพนอนตะแคง ซึ่งอยู่ลึกลงไปในผืนทรายประมาณ 50 เซนติเมตรโครงกระดูก1ด้านนายก็อต ลำบัว คนงานก่อสร้างที่พบโครงกระดูก เปิดเผยว่า ตนและเพื่อนคนงานอีก 3 คนกำลังตักทรายบริเวณดังกล่าว และได้เจอท่อนไม้ฝังดินอยู่ตนพยายามเอาออกแต่กับเจอชิ้นส่วนโครงกระดูกส่วนขาฝังอยู่ใกล้ๆ กับรากของต้นสนที่จมผืนทรายอยู่ จึงได้ลองเอามือเขี่ยๆ ดูกับพบชิ้นส่วนกระดูกอีกหลายส่วนรวมทั้งส่วนนิ้วมือด้วย ทีแรกตนไม่แน่ใจว่าเป็นกระดูกของอะไรจึงเรียก รปภ.มาช่วยดู ปรากฏว่าเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์จริงๆ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาหลักให้มาตรวจสอบโครงกระดูกเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาหลัก จะได้ทำการตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร มาจากไหน หรืออาจจะเป็นศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สึนามิเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.47 เพราะศพที่พบมีลักษณะกระดูกใหญ่และมีรากต้นสนพันรอบโครงกระดูก แต่อย่างไรก็ตามจะประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน จ.พังงา ให้มาตรวจสอบหาสาเหตุของการเสียชีวิต และทำการพิสูจน์เพศ อายุของโครงกระดูก ส่วนชิ้นส่วนที่เก็บรวบรวมไว้ได้นั้น ทางกู้ภัยเขาหลักได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ สภ.เขาหลัก เพื่อรอการพิสูจน์ต่อไป.กระดูก2

ที่มา>>>Thairath