Apple นำเว็บไซต์เช็คสถานะ iCloud Activation Lock ออก

ล่าสุดแอปเปิลได้นำเว็บไซต์หน้าเช็คสถานะ iCloud Activation Lock ออก ซึ่งทำให้ตอนนี้เราไม่สามารถเช็คสถานะว่า iPhone, iPad, Apple Watch ของเราติด Activation Lock บนเว็บไซต์ได้แล้ว

โดยเว็บไซต์ดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือที่นำ Serial Number หรือ IMEI ตัวเครื่องมากรอกลงบนเว็บไซต์ซึ่งจะบอกสามารถได้ว่าเครื่องนี้โดนล็อกหรือเปล่า และมีประโยชน์ตรงที่ เราสามารถเช็คก่อนได้ว่าเครื่องนี้ถูกขโมยมาขายต่อหรือไม่ ซึ่งแอปเปิลก็ไม่ได้ออกมาบอกว่าสาเหตุที่ถอดเว็บไซต์ดังกล่าวเพราะเหตุใดScreen-Shot-2016-03-12-at-5.10.39-PMสำหรับ Activation Lock เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่มาพร้อมกับ iOS 8 ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ไว้สำหรับล็อกเครื่องไม่ให้ใช้ เมื่อเครื่องถูกขโมย หรือสูญหาย ทำให้คนที่เก็บได้หรือขโมยไม่สามารถใช้งานได้หลังจากที่เจ้าของเครื่องสั่งล็อกเครื่อง

ในอนาคตแอปเปิลอาจจะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ ให้กับแอพ Find My iPhone ที่จะสามารถถ่ายรูปโจร หรือบังคับไม่ให้ปิดเครื่อง จะต้องใส่รหัสทุกครั้งก่อนปิดเครื่อง เมื่อทำการเปิด Activation Lock


“สำหรับชาวชัยภูมิ ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ชัยภูมิ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ชัยภูมิ ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

วิธีจัดการ เคลียร์รูปบนมือถือแบบไม่ต้องเสียดาย

วิธีจัดการ เคลียร์รูปบนมือถือแบบไม่ต้องเสียดายนับตั้งแต่มือถือมีกล้อง ก็เริ่มเป็นปัญหาให้กับหลาย ๆ คน ที่จะต้องคอยจัดการพื้นที่ให้มีเพียงพอ วิธีการจัดการแบบพื้นฐานที่สุด คือ “ลบทิ้ง” บางทีได้เห็นใครกำลังนั่งลบรูปในมือถือ ก็รู้สึกเสียดายแทน เพราะแม้ต้นทุนของการถ่ายแต่ละภาพอาจจะไม่มากเท่ากล้องฟิล์ม แต่มันก็มีมูลค่าทางจิตใจ แต่ละโอกาสที่เรายกมือถือเปิดแอพฯ กล้องขึ้นถ่าย ล้วนสำคัญกับเราไม่มากก็น้อยyoware-2สาเหตุที่ต้องลบ ส่วนใหญ่เพราะคนที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ ก็ไม่รู้จะคัดลอกรูปจากในมือถือออกมาใส่คอมพิวเตอร์ยังไง เก็บไว้ที่ไหน แต่ปัญหาเหล่านี้มันเป็นอดีตไปแล้วครับ เพราะทุกวันนี้เรามีที่ทางให้เคลียร์รูปกันแล้ว และข่าวดีคือ “ง่าย” ซะด้วย

FlashDrive / Harddisk

สำหรับผู้ใช้แอนดรอยด์ มีระบบ OTG ที่เป็นหัว micro USB เสียบเข้ามือถือปั๊บเหมือนเป็นฮาร์ดดิสก์อีกก้อน ที่มาคัดลอกโยกย้ายรูปในเครื่องของเราออกไปเก็บได้ทันที และสนนราคาก็ไม่แพงด้วย FlashDrive 32GB ราคาไม่ถึง 500 บาท เมื่อใกล้เต็มก็หาโอกาสไปคัดลอกใส่ฮาร์ดดิสก์ก้อนใหญ่ผ่านคอมพิวเตอร์นาน ๆ ครั้ง (เสียบเครื่องแปลกหน้า ระวังไวรัส มัลแวร์ด้วยนะ)yoware-3การเก็บรูปใส่สื่อบันทึกข้อมูลแบบนี้ เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยได้ต่ออินเทอร์เน็ต หรือรูปถ่ายมีความลับเยอะ ซึ่งไม่เหมาะที่จะเสี่ยงอัพโหลดรูปขึ้นไปฝากไว้ที่ใด ๆ นอกจากนี้ยังมีข้อดีอีกประการ คือ เราจะได้เก็บภาพต้นฉบับเอาไว้

แต่ขอแนะนำว่า อุปกรณ์จัดเก็บเหล่านี้ควรมีคุณภาพดีหน่อย ไม่เช่นนั้นเกิดจู่ ๆ เสียไปกลางทางแล้วจะเสียใจมาก และหากใครจัดเก็บไว้นานแล้ว เมื่อใช้ไปถึงช่วง 3-5 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับการหมดประกันของอุปกรณ์จัดเก็บ ก็ควรจะตรวจสอบหรือถ่ายโอนเข้าอุปกรณ์ใหม่ไว้อีกชุด

Cloud

 การส่งรูปไปเก็บไว้บนบริการออนไลน์ หรือเรียกว่าคลาวด์ก็ได้ มีทั้งคลาวด์แบบเป็นพื้นที่เก็บอย่างเดียว จะต้องจัดการเหมือน File Manager ส่วนคลาวด์แบบที่ใช้จัดการรูปภาพโดยเฉพาะ จะมีเครื่องมือมากมาย ตั้งแต่การตกแต่งภาพ ไปจนถึงการค้นคืน และแถมด้วยความสามารถในการแชร์ต่อไปยังสังคมออนไลน์ หรือบล็อกต่าง ๆ

บริการเก็บภาพมีมากมาย iCloud Photos Library, Dropbox, OneDrive, Flickr, Google Photos ฯลฯ จะเลือกใช้รายไหน ? เพียงแค่เชื่อมต่อ หรือโหลดแอพฯ เข้ามา แล้วส่งรูปขึ้นไปเก็บไว้yoware-4ข้อควรระวัง แอพฯ ส่วนใหญ่จะมีกลไกอัพภาพจากกล้องขึ้นสู่เว็บโดยอัตโนมัติ ถ้าคุณมักจะถ่ายรูปความลับบ่อย ๆ

ผมแนะนำให้ไปสมัครลองใช้ให้หมดเลยครับ ถ้าถนัดและชอบก็เลือกอันนั้น หลายตัวให้ใช้ฟรีระดับหนึ่ง ซึ่งก็อาจจะพอใช้แล้วสำหรับหลายคนครับ

จุดเด่นของ iCloud คือ ผสานโยงกับอุปกรณ์ iOS และ Mac ขณะที่ Dropbox มีหน้าจอที่ใช้งานง่าย เช่นเดียวกับ OneDrive ส่วน Flickr เป็นเจ้าตำรับเว็บเก็บภาพ มีเครื่องมือที่ซับซ้อน นักเก็บภาพมืออาชีพคงชอบครับ ด้านน้องใหม่ Google Photos เป็นบริการที่ผมเชียร์ให้ใช้ที่สุด เพราะให้พื้นที่เก็บแบบไม่จำกัด และมีข้อแม้ว่ารูปจะโดนย่อลงนิดหน่อย

Drive + Cloud

สำหรับคนที่พอจะถนัดหรือใช้คล่องแล้ว ผมแนะนำสูตรของผมให้ครับ

1. ถ่ายรูปด้วยมือถือ แล้วเชื่อมกับ iCloud พร้อมเปิด optimise

2. เก็บเข้าคอมพ์ (ทุกวัน หรือบ่อย ๆ) ลงในโฟลเดอร์ที่จะเก็บภาพเรียงตามลำดับเวลาการถ่าย

3. โหลดแอพฯ ส่งภาพเข้าสู่ Google Photos สำหรับเข้าถึงได้จากทุกที่ทุกเวลาและค้นหาง่าย

4. หากมือถือเต็มจะลบรูปเก่าหรือไม่ใช้ ซึ่งอยู่ในเครื่องและ iCloud

ที่มา>>>Sanook